โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

B Corp: เมื่อใบรับรองความยั่งยืนถูกตั้งคำถาม และอนาคตของธุรกิจเพื่อโลก

นิตยสารคิด

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 02.55 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 02.55 น.
b-corp-cover

เทรนด์ผู้บริโภคในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ พวกเขายินดีที่จะจ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อสนับสนุนสินค้าที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม บริษัทและองค์กรทั่วโลกจึงมุ่งสร้างความน่าเชื่อถือ เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าการเลือกใช้บริการหรือสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของตนนั้น นอกเหนือจากความพึงพอใจแล้ว ยังเป็นการร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืนของโลกไปข้างหน้า

วิธีสร้างความน่าเชื่อถือในโลกธุรกิจก็คือการแสวงหาใบรับรองที่สามารถการันตีคุณภาพและคุณธรรมของบริษัท ในโลกของธุรกิจด้านความยั่งยืน การรับรอง “B Corp” จึงเป็นเสมือนตราประทับที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถแสดงให้ผู้บริโภคเห็นถึงความมุ่งมั่นต่อความรับผิดชอบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมของตนได้อย่างน่าเชื่อถือและมีพลัง

(bcorp.imagerelay.com)

B Corp คืออะไร? เมื่อฝันของผู้ก่อตั้ง 3 คนกลายเป็นกระแสระดับโลก
B Lab Global องค์กรไม่แสวงหากำไรที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2006 ในสหรัฐอเมริกา โดย บาร์ต ฮูลาฮาน (Bart Houlahan) แอนดรูว์ แคสซอย (Andrew Kassoy) และ เจย์ โคเอน กิลเบิร์ต (Jay Coen Gilbert) ได้ริเริ่มการออกใบรับรองที่เรียกว่า B Corp ขึ้นในปี 2007 เพื่อมอบให้แก่ธุรกิจที่มีมาตรฐานสูงในด้านประสิทธิภาพ ความรับผิดชอบ และความโปร่งใสที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว

การรับรองนี้ครอบคลุมปัจจัยต่าง ๆ อย่างรอบด้าน ตั้งแต่สวัสดิการพนักงาน การบริจาคเพื่อการกุศล ไปจนถึงแนวปฏิบัติในห่วงโซ่อุปทานและวัสดุที่ใช้ในการผลิต โดยมีความฝันที่ทะเยอทะยานจาก 3 ผู้ร่วมก่อตั้งในการ “ปฏิวัติระบบทุนนิยมและสร้างระบบเศรษฐกิจโลกขึ้นมาใหม่เพื่อประโยชน์ต่อทุกคน ชุมชน และโลกใบนี้”

ปัจจุบันมีธุรกิจที่ได้รับการรับรองเป็น B Corp มากกว่า 9,000 แห่งทั่วโลก ครอบคลุม 158 อุตสาหกรรม ตั้งแต่แบรนด์แฟชั่นไปจนถึงฟินเทค (Fintech) แม้ว่าเดิมที B Corp มักมอบให้แก่ธุรกิจขนาดเล็ก แต่ปัจจุบันได้รวมถึงบริษัทขนาดใหญ่ ตัวอย่างบริษัทที่ได้ B Corp ที่เราอาจคุ้นเคยก็เช่น

  • ไอศกรีม Ben & Jerry’s ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Unilever
  • บริษัทในเครือของกลุ่มอาหารฝรั่งเศส Danone
  • แบรนด์เครื่องสำอาง Aesop
  • แบรนด์เสื้อผ้า Patagonia

จากสถิติย้อนหลัง 5 ปีล่าสุด พบว่า จำนวนบริษัทที่ได้รับการรับรองเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 3,735 แห่งเมื่อสิ้นปี 2020 เพิ่มขึ้นเป็น 9,402 แห่งภายในสี่ปีถัดมา โดยมีสหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่มีบริษัทที่ได้รับการรับรอง B Corp มากที่สุดถึง 1,300 แห่ง

แน่นอนว่า การได้รับการรับรองไม่เพียงสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อธุรกิจแต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้จัดหาวัตถุดิบหรือผู้จัดจำหน่ายอีกด้วย โฆษณาของบริษัทที่สถานีรถไฟและบรรจุภัณฑ์สินค้าก็เริ่มแสดงโลโก้ B Corp มากขึ้น เช่นเดียวกับที่พวกเขาโฆษณาสถานะสินค้าว่าเป็นออร์แกนิก ผู้บริหารคนหนึ่งจากสหราชอาณาจักรบอกกับหนังสือพิมพ์ Financial Times ว่าบริษัทของเขากำลังดำเนินการขอรับสถานะ B Corp เนื่องจากพนักงานรุ่นใหม่ดูเหมือนจะเรียกร้องมากขึ้นเรื่อย ๆ

(Redd Francisco / Unsplash)

เบื้องหลังใบรับรอง: กระบวนการ เกณฑ์ และค่าใช้จ่าย
บริษัทที่ต้องการสถานะ B Corp จะต้องทำแบบประเมินจากทาง B Lab Global ที่มีคะแนนเต็ม 200 คะแนน ครอบคลุมในหลากหลายเกณฑ์ เช่น การบริหารองค์กร การดูแลพนักงานและลูกค้า ชุมชน และสิ่งแวดล้อม กระบวนการนี้อาจใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายไม้น้อย (ตั้งแต่ 500 ดอลลาร์ถึง 50,000 ดอลลาร์ต่อปี โดยราคาขึ้นลงตามแต่รายได้ขององค์กรนั้น ๆ) และต้องมีการประเมินใหม่ทุก ๆ 3 ปี

แม้กระบวนการนี้จะใช้เวลามาก แต่สำหรับ ชาร์ลี วิคเคอรี (Charlie Vickery) อดีตกรรมการผู้จัดการบริษัทแบรนด์สกินแคร์และน้ำหอม Haeckels มองว่าเป็นโอกาสมากกว่าอุปสรรค เพราะธุรกิจสามารถใช้เกณฑ์การประเมินของ B Lab Global เป็นเครื่องมือในการประเมินตนเอง รวมถึงปรับปรุงนโยบายองค์กร การวางแผนกลยุทธ์ และการตัดสินใจลงทุนได้ "มันสามารถชี้ให้เห็นช่องว่างในสิ่งที่บริษัทกำลังทำอยู่ และมันช่วยให้คุณคิดถึงสิ่งที่คุณอาจไม่เคยคิดจะทำมาก่อน"

บริษัทจะได้รับการรับรอง B Corp หากได้คะแนนอย่างน้อย 80 คะแนนจากคะแนนเต็ม 200 คะแนน ในทางทฤษฎี B Corp เป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่บริษัท แต่ในทางปฏิบัติก็มีความซับซ้อนมากกว่าที่เห็น

นักมานุษยวิทยา แดน บล็อกคิงตัน (Dan Brockington) อธิบายประเด็นสำคัญไว้ว่า “เกณฑ์การวัดผลเหล่านั้นไม่เพียงแค่สะท้อนการกระทำของบริษัท แต่ยังมีบทบาทในการกำหนดการกระทำนั้น ๆ ด้วย”

(kate.sade / Unsplash)

ข้อโต้แย้งและกรณีศึกษา: เมื่อระบบถูกตั้งคำถาม
ข้อท้วงติงหลักต่อการรับรอง B Corp คือการพึ่งพาการประเมินตนเอง ซึ่งเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถเลือกนำเสนอแนวปฏิบัติของตนในแบบที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทตนเองได้ นักวิจารณ์ให้ความเห็นว่ากระบวนการนี้เปิดช่องให้บริษัทมุ่งเน้นเฉพาะ “ชัยชนะที่ได้มาง่าย” แทนที่จะจัดการกับปัญหาที่ซับซ้อนและเร่งด่วน ตัวอย่างเช่น บางบริษัทอาจลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวเพื่อให้ได้คะแนนในหัวข้อ “ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม” แต่กลับละเลยมาตรการที่ยากกว่าและส่งผลมากกว่า เช่น การลดคาร์บอนในห่วงโซ่อุปทานของตนเอง

ในปี 2022 เกิดกรณีที่สร้างความสั่นสะเทือนเมื่อ :

  • กลุ่มบริษัทกาแฟที่ได้รับการรับรอง B Corp ร่วมกับองค์กรไม่แสวงหากำไร Fair World Project จากเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน เขียนจดหมายเปิดผนึกถึง B Lab Global หลังจากบริษัทกาแฟ Nespresso ของ Nestlé ได้รับการรับรอง B Corp ในเดือนเมษายนของปีนั้น พวกเขาวิพากษ์วิจารณ์ Nespresso ว่ามี "ประวัติด้านสิทธิมนุษยชนที่เลวร้าย" และใช้ "โมเดลธุรกิจที่เน้นการเอารัดเอาเปรียบ" พร้อมทั้งเรียกร้องให้ B Lab Global กำหนดมาตรฐานที่เข้มงวดมากขึ้น
  • ต่อมาในปีเดียวกัน พนักงานของ Brewdog บริษัทเบียร์ในอังกฤษที่ได้รับการรับรอง B Corp เขียนจดหมายเปิดผนึกกล่าวหาเกี่ยวกับ “วัฒนธรรมแห่งความกลัว” ซึ่งพนักงานถูกรังแกและ “ถูกปฏิบัติเหมือนวัตถุ” ทั้งที่ Brewdog ได้คะแนนสูงสุดในหมวดการประเมินด้านพนักงาน (ภายหลัง Brewdog ถูกเพิกถอนสถานะ B Corp)
  • ล่าสุด กุมภาพันธ์ 2025 บริษัทสบู่ Dr. Bronner’s จากสหรัฐอเมริกา ประกาศยกเลิกสถานะ B Corp อย่างเป็นทางการต่อสาธารณะ โดยให้เหตุผลว่า “การใช้โลโก้และข้อความเดียวกันเกี่ยวกับการเป็น ‘ประโยชน์’ ต่อโลก ร่วมกับบรรดาบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ที่มีประวัติด้านปัญหาสิ่งแวดล้อมและแรงงานอย่างรุนแรง เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถยอมรับได้”

(Joey Kyber / Unsplash)

ความท้าทาย: ระหว่างกระแสธุรกิจและอุดมการณ์ดั้งเดิม
เช่นเดียวกับที่วาระ “ESG” และ “ความยั่งยืน” กลายเป็นไวยากรณ์ที่ทุกองค์กรต้องหยิบใช้ ระบบนิเวศของ B Corp กำลังถูกจับตามองอย่างเข้มข้น หลายบริษัทขนาดเล็กที่เป็นผู้ริเริ่มใช้มาตรฐานนี้ตั้งแต่แรก เริ่มแสดงความกังวลต่อสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็นการให้ความสำคัญกับการดึงดูดบริษัทข้ามชาติเข้ามาร่วม และพยายามทำให้บริษัทเหล่านั้น “แย่น้อยลง” มากกว่าจะผลักดันให้พวกเขา “ดีอย่างแท้จริง” และเปลี่ยนแปลงในเชิงระบบ

ด้านหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง B Lab Global โต้แย้งว่า การเปิดรับบริษัทข้ามชาติที่มากขึ้นเป็นเรื่องดี เพราะแสดงถึงทิศทางธุรกิจที่ดีขึ้น เขากล่าวเสริมว่า ตอนนี้มีบริษัทที่มีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐอยู่ในกระบวนการขอการรับรอง แต่พวกเขา “ต้องเป็นบริษัทที่เหมาะสม" และจะมีเพียง "จำนวนน้อย" เท่านั้นที่จะได้รับสถานะนี้ เขาเน้นย้ำว่า บริษัทส่วนใหญ่ที่ได้รับการรับรอง B Corp ในปัจจุบันกว่า 96 เปอร์เซ็นต์ ยังคงเป็นธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีมูลค่าต่ำกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ทาร่า บรอยเออร์ (Tara Breuer) นักศึกษาปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย SOAS (School of Oriental and African Studies) แห่งมหาวิทยาลัยลอนดอน ได้แสดงความเห็นว่า การรับรอง B Corp นั้นมีศักยภาพ แต่ยังต้องการระบบที่แข็งแรงและโปร่งใสกว่านี้ ไม่เช่นนั้น การรับรอง B Corp อาจถูกมองว่าเป็นการแสดงออกที่ทำให้เรารู้สึกมั่นใจในค่านิยมของเราโดยไม่ท้าทายโมเดลเศรษฐกิจที่ทำลายค่านิยมเหล่านั้น

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ มันอาจตอบสนองความต้องการของเราที่จะเห็นความรับผิดชอบของบริษัท โดยไม่ต้องการการเปลี่ยนแปลงระบบที่จำเป็นในการแก้ไขวิกฤตสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างแท้จริง

“ท้ายที่สุด การรับรอง B Corp เน้นถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับธุรกิจที่มีจริยธรรม แต่เราต้องถามตัวเองว่า การรับรองนี้เป็นการก้าวไปสู่ความรับผิดชอบของบริษัท หรือแค่เป็นวิธีใหม่ในการทำการตลาดให้กับโมเดลเดิม? กรอบงานอย่าง B Corp มีอำนาจอย่างมากและมีบทบาทในการกำหนดความเชื่อของเราเกี่ยวกับความยั่งยืนและจริยธรรม” ทาร่ากล่าว

(Gábor Molnár / Unsplash)

2025: ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์การรับรอง
ข้อวิจารณ์ที่ภาคประชาชนและบริษัทเล็ก ๆ ที่ต่างส่งเสียงกันนั้นไม่ใช่เสียงที่สูญเปล่า เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา B Lab Global ได้เปิดตัวมาตรฐานใหม่สำหรับการรับรอง B Corp เพื่อกระตุ้นให้ธุรกิจดำเนินการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมที่สำคัญของโลก ซึ่งถือเป็นการพัฒนาครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ 19 ปีขององค์กรไม่แสวงหากำไรนี้ โดยการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ ได้แก่

  • การยกเลิกระบบการคิดคะแนนแบบเก่า แต่จะกำหนดข้อกำหนดขั้นต่ำ 7 ด้านที่สำคัญที่บริษัทต้องผ่านเกณฑ์ ตั้งแต่ด้านสภาพภูมิอากาศไปจนถึงสิทธิมนุษยชน วิธีนี้จะลดข้อครหาในการที่บริษัทเพิกเฉยต่อปัญหาที่ยากและชดเชยด้วยด้านที่บรรลุได้ง่ายกว่า
  • เพิ่มการตรวจสอบจากบุคคลภายนอก ซึ่งจะเป็นข้อบังคับหนึ่งในการประเมิน การเปลี่ยนแปลงนี้มีผลโดยตรงจากกฎระเบียบใหม่ของสหภาพยุโรปที่กำหนดให้มีการรับประกันดังกล่าวสำหรับการรับรองความยั่งยืนใด ๆ ก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้น่าจะช่วยแก้ไขข้อกังวลที่มีอยู่ทั่วไปว่า B Lab Global ไม่มีพนักงานหรือทรัพยากรเพียงพอในการตรวจสอบข้อเรียกร้องที่ทำโดยบริษัทที่ต้องการได้รับการรับรอง B Corp อย่างถูกต้องและรอบคอบ

"เป็นเวลากว่า 4 ปี การรับฟังทางสาธารณะ 2 ครั้ง บวกความคิดเห็นจำนวน 26,000 รายการจากภาคธุรกิจ ประชาชน และผู้เชี่ยวชาญ เรามั่นใจว่า มาตรฐานใหม่เหล่านี้มีความชัดเจน ท้าทาย และสามารถยกระดับมาตรฐานสำหรับธุรกิจทั่วโลกได้จริง" จูดี้ โรดริเกส (Judy Rodrigues) ผู้อำนวยการด้านมาตรฐานของ B Lab Global กล่าว "เราหวังว่าจะได้ร่วมมือกับชุมชนของเรา ในขณะที่พวกเขานำมาตรฐานใหม่เหล่านี้ไปใช้และสร้างแรงผลักดันสำหรับการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ"

แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเป็นการพัฒนาที่สำคัญ แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อสิ่งที่จำเป็น เดวิด บรอนเนอร์ (David Bronner) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแบรนด์สบู่ Dr Bronner’s ที่เคยได้รับการรับรอง B Corp เรียกร้องให้มีมาตรฐานที่เข้มงวดขึ้นในเรื่องการเปิดเผยข้อมูลห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการตรวจสอบสวัสดิภาพของสัตว์ที่เข้มงวดมากขึ้น "นี่เป็นเรื่องพื้นฐานที่บริษัทข้ามชาติเริ่มเข้ามาใช้ประโยชน์จากระบบนี้" เขากล่าว

ไซมอน มุนดี้ (Simon Mundy) นักข่าวจาก Financial Times ระบุว่า เรายังต้องตามต่อว่า มาตรฐานเหล่านี้จะได้รับการบังคับใช้อย่างเคร่งครัดแค่ไหน โดยยังคงต้องรอรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับข้อกำหนดการตรวจสอบจากบุคคลภายนอก อย่างไรก็ตาม การประกาศเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญและได้รับการขานรับในเชิงบวกจากภาคธุรกิจ

แม้ว่าจำนวนบริษัทที่ได้รับการรับรอง B Corp จะยังคงเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับธุรกิจหลายร้อยล้านแห่งทั่วโลก แต่จำนวนก็ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง Lucky Saint ซึ่งเปิดตัวในปี 2018 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนมุมมองของผู้คนที่มีต่อเบียร์ไม่มีแอลกอฮอล์ ได้รับสถานะ B Corp เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

เอ็มม่า ฮีล (Emma Heal) กรรมการผู้จัดการของ Lucky Saint กล่าวว่า เมื่อบริษัทเริ่มเติบโตอย่างรวดเร็ว พวกเราต้องการที่จะฝังรากความยั่งยืนลงในทุกสิ่ง ตั้งแต่วิธีการจ้างพนักงานไปจนถึงวิธีการกำหนดพันธกิจของบริษัท เธอกล่าวเสริมว่า การรับรอง B Corp ได้มอบเกณฑ์มาตรฐานและแนวทางที่เป็นประโยชน์ในการทำงาน "เพียงเพราะเรามีสถานะนี้ ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะหยุดอยู่แค่นั้น B Corp เป็นทั้งแรงจูงใจและแรงผลักดันที่ดีที่กระตุ้นให้เราพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ต่อไป"

(Geoff Oliver / Unsplash)

ผู้ประกอบการที่เริ่มตั้งไข่ คุ้มไหมกับการไขว่คว้า B Corp
สิ่งแรกที่ต้องเตรียมรับมือสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการตามหาใบรับรอง B Corp ก็คือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มมากขึ้น แน่นอนว่า สิ่งนี้จะส่งผลกระทบต่อลูกค้า แต่ลอร่า สแล็ก (Laura Slack) ผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษากับบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลกที่ต้องการขอการรับรอง B Corp กล่าวกับนิตยสาร Courier ว่า "ความเป็นจริงคือ ผลิตภัณฑ์และบริการของ B Corp น่าจะมีราคาสูงขึ้น แต่ก็เพราะธุรกิจเหล่านี้ดูแลผู้คนและโลกอย่างเหมาะสม มันจึงมีค่าใช้จ่าย เราในฐานะผู้บริโภคเคยชินกับผลิตภัณฑ์ที่ราคาถูก นำมาซึ่งผลกระทบที่เป็นความเสียหายมหาศาลซึ่งเรากำลังทำให้เกิดขึ้นในทุก ๆ วัน"

ด้านแจ็ก สก็อตต์ (Jack Scott) ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทน้ำอัดลม Dash-Water ให้คำแนะนำว่า การได้รับการรับรอง B Corp นั้นมีความเหมาะสมกับลักษณะของธุรกิจที่แตกต่างกันออกไป โดยเขาชี้ให้เห็นว่า การรับรองนี้อาจมีคุณค่าทางการตลาดอย่างมากสำหรับแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคที่หมุนเวียนเร็ว (Fast-Moving Consumer Goods หรือ FMCG) เนื่องจากร้านค้าปลีกขนาดใหญ่อย่าง Waitrose และ Ocado ได้จัดชั้นวางสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์จากบริษัทที่ได้รับการรับรอง B Corp ไว้โดยเฉพาะ ซึ่งสิ่งนี้สามารถเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการเจรจาต่อรองและสร้างความน่าสนใจให้กับผู้ซื้อสินค้า

แจ็ก สก็อตต์ บอกเพิ่มเติมว่า การขอการรับรอง B Corp ควรพิจารณาถึงจังหวะเวลาที่เหมาะสม โดยมองว่าสถานะ B Corp ไม่ใช่สิ่งที่ช่วยให้ขายสินค้าได้ทันที แต่ควรมีเมื่อธุรกิจเริ่มดำเนินการและมั่นคงแล้ว เขายังเสริมว่า การยื่นขอการรับรองต้องใช้เวลา ความพยายาม และค่าใช้จ่ายพอสมควร ดังนั้นในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ ทรัพยากรเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ขยายช่องทางการขาย หรือปรับปรุงข้อเสนอของธุรกิจให้ดียิ่งขึ้น น่าจะเหมาะสมกว่า

ที่มา : บทความ “The struggle for the soul of the B Corp movement” โดย Anjli Raval
บทความ “New B Corp rules unveiled after critics allege greenwashing” โดย Simon Mundy
บทความ “As greenwashing soars, some people are questioning B Corp certification” โดย Elizabeth Bennett
บทความ “B Lab publishes new B Corp standards, raising the bar for businesses worldwide” โดย B Lab Global
บทความ “Too Good To B True: B Corp Certification in the face of Greenwashing” โดย Tara Breuer
บทความ “Is B Corp certification good or bad for business?” โดย William Ralston

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...