โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สื่ออิหร่านรายงานรัฐสภาอิหร่านลงมติปิดช่องแคบฮอร์มุซ เป็นครั้งแรกในรอบ 53 ปี ช่องทางขนส่งน้ำมันดิบราว 20-21 ล้านบาร์เรล ราว 20% ของปริมาณน้ำมันดิบทั่วโลก รอรัฐบาลอิหร่านลงมติสุดท้าย คาดปิดช่องแคบฮอร์มุซดันราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งแรงระหว่าง 120-130 ดอลลาร์

BTimes

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 12.56 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 14.52 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) เป็นสื่อโทรทัศน์และสำนักข่าวของรัฐบาลประเทศอิหร่านรายงานว่า รัฐสภาอิหร่านมีมติอย่างเป็นเอกฉันท์อนุมัติให้ดำเนินการปิดช่องแคบฮอร์มุส มติดังกล่าวของรัฐสภาอิหร่านนับเป็นครั้งแรกในรอบ 53 ปี หรือนับตั้งแต่ปี 1972 เป็นต้นมา จากนี้ไปรัฐสภาอิหร่านจะได้นำส่งมติดังกล่าวไปให้คณะรัฐบาล และผู้นำสูงสุดอิหร่านพิจารณาเป็นขั้นสุดท้าย

ความเคลื่อนไหวของรัฐสภาอิหร่านในครั้งนี้ นับเป็นมาตรการตอบโต้ประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้เปิดปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่มีชื่อว่ามิดไนท์ แฮมเมอร์ Midnight Hammer ด้วยการโจมตีฐานนิวเคลียร์หลักสำคัญ 3 แห่งภายในประเทศอิหร่านเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตามเวลาของประเทศไทย

สำหรับช่องแคบฮอร์มุสเป็นช่องทางสำคัญในการขนส่งน้ำมันดิบจากประเทศในตะวันออกกลางไปสู่ตลาดทั่วโลก โดยอยู่ระหว่างประเทศอิหร่านและประเทศโอมาน ปัจจุบันจะมีปริมาณน้ำมันดิบราว 20 ถึง 21 ล้านบาร์เรลต่อวันที่ทำการขนส่งผ่านช่องแคบดังกล่าว นอกจากนี้ ยังคิดเป็น 20 ถึง 25% หรือราว 1 ใน 5 ของปริมาณน้ำมันดิบที่อยู่ในตลาดทั่วโลก ในปี 2024 การส่งออกน้ำมันดิบ ของประเทศซาอุดิอาระเบียผ่านช่องแคบฮอร์มุส คิดเป็น 38% ของปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบทั้งหมดผ่านช่องแคบนี้

นักวิเคราะห์ในวงการอุตสาหกรรมน้ำมันดิบประเมินว่า หากรัฐบาลอิหร่าน และผู้นำสูงสุดอิหร่านอนุมัติมติของรัฐสภาอิหร่าน จะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงอย่างก้าวกระโดดในอนาคต โดยอาจมีราคาพุ่งตั้งแต่ 30 ถึง 50% จากราคาซื้อขายในปัจจุบัน

ในสัปดาห์ที่ผ่านไป ธนาคารเจพี มอร์แกน เชสแอนด์โค ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาเปิดเผยการวิเคราะห์ต่อสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่านว่า ในกรณีเลวร้ายที่สุด อิหร่านใช้มาตรการปิดช่องแคบฮอร์มุส จะทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งทะยานขึ้นไปเคลื่อนไหวระหว่าง 120 ถึง 130 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หากเป็นเช่นนั้นจริงจะทำให้ภาวะอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกาพุ่งทะยานขึ้นไปเคลื่อนไหวที่ระดับ 5% จากในปัจจุบันที่อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกาลดลงต่อเนื่อง และกำลังใกล้เข้าเป้าหมายของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาที่ระดับ 2% ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาหรือเฟดเปิดเผยว่าราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลจะส่งผลต่อตัวเลขอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเรา 0.2%

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบในตราดโลกและพุ่งทะยานขึ้นมากถึง 35% เมื่อเทียบกับวันที่ 9 เมษายน 2025 ซึ่งในวันนั้นมีสถิติราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลงต่ำสุดในรอบปีนี้ ที่สำคัญ นับตั้งแต่อิสราเอลเปิดการโจมตีประเทศอิหร่านเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2025 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งทะยานขึ้นถึง 11% แล้ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...