โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เร่งกู้เรือ “MV AYAR LINN” หลังเกยตื้นทับแนวปะการังจนเสียหายหนักที่ อช. หมู่เกาะสุรินทร์

Manager Online

เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 01.20 น. • MGR Online

อัพเดตสถานการณ์กู้เรือ “MV AYAR LINN” เกยตื้นบนปนวปะการังบริเวณอ่าวจาก ในเขตพื้นที่ อช.หมู่เกาะสุรินทร์ เจ้าหน้าที่เร่งเคลื่อนย้ายเรือ พร้อมประเมินและฟื้นฟูปะการังที่เสียหาย

เฟซบุ๊กเพจกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยภาพอัพเดตสถานการณ์การกู้เรือ “MV AYAR LINN” พร้อมให้ข้อมูลว่า

นายเกรียงไกร เพาะเจริญ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าปฏิบัติการกู้ภัยและฟื้นฟูแนวปะการัง โดยทีมยังคงเร่งเดินหน้าปฏิบัติภารกิจอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากเรือขนส่งสินค้าสัญชาติเมียนมา “MV AYAR LINN” ประสบเหตุชนและเกยตื้นบนแนวปะการังบริเวณอ่าวจาก ภายในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเบื้องต้นพบความเสียหายต่อแนวปะการังในบริเวณที่เรือทับค่อนข้างมาก

การปฏิบัติภารกิจร่วมกันระหว่างอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช), ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 2 จังหวัดภูเก็ต, อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน, ผศ.ดร.ทนงศักดิ์ จันทร์เมธากุล จากมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต และพี่น้องชาวไทยมอแกน ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2568 โดยแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ออกเป็น 3 ชุดหลัก ดังนี้

ชุดที่ 1: ภารกิจกู้เรือขนส่งสินค้า

ทีมกู้เรือกำลังดำเนินการใช้ถังน้ำขนาด 200 ลิตร จำนวน 100 ถัง บรรจุน้ำให้เต็มและนำไปผูกติดกับใต้ท้องเรือส่วนท้ายที่จมน้ำ จากนั้นจึงอัดอากาศเข้าไปในถังเพื่อพยุงให้ส่วนท้ายของเรือลอยขึ้น จากการปฏิบัติภารกิจเบื้องต้นพบว่าใต้ท้องเรือส่วนท้ายเริ่มมีการเคลื่อนตัวแล้ว และในวันนี้ (16 มิถุนายน 2568) จะมีการเพิ่มจำนวนถังน้ำขนาด 200 ลิตร และบอลลูนสำหรับเคลื่อนย้ายวัตถุใต้น้ำ (Lift Bag) เพื่อเร่งดำเนินการให้เรือสามารถเคลื่อนที่ได้

ชุดที่ 2: ประเมินความเสียหายและซ่อมแซมปะการัง สำหรับการประเมินความเสียหายต่อแนวปะการัง

ทีมงานได้ใช้วิธี Photo quadrat เพื่อประเมินพื้นที่เสียหาย โดยลากเส้นเทปจากท้ายเรือตามแนวร่องรอยการเคลื่อนตัวของเรือเป็นระยะทาง 42 เมตร ซึ่งเป็นบริเวณที่พบร่องรอยความเสียหายของปะการัง จากการประเมินเบื้องต้นพบว่าปะการังที่เสียหายจากการครูดไถส่วนใหญ่คือ ปะการังเขากวาง (Acropora spp.) รองลงมาได้แก่ ปะการังผิวยู่ยี่ (Porites rus), ปะการังสีน้ำเงิน (Helioporo sp.) และ ปะการังโขด (Porites luteo)

สำหรับพื้นที่ใต้ท้องเรือและบริเวณรอบตัวเรือยังไม่ได้รับการประเมินอย่างละเอียด แต่คาดการณ์ว่าจะได้รับความเสียหายทั้งหมดจากการกดทับ โดยปะการังส่วนใหญ่ในบริเวณนี้คือ ปะการังสีน้ำเงิน ในส่วนของการฟื้นฟูเบื้องต้น ทีมงานได้รวบรวมชิ้นส่วนปะการังที่แตกหักและพิจารณาเลือกชิ้นส่วนขนาดเล็กที่ไม่ได้ยึดติดกับโคโลนีเดิมหรือพื้นวัสดุ เพื่อนำไปยึดติดกับตะปูบนพื้นปะการังที่ตายแล้วด้วยสายเคเบิลไทร์ โดยดำเนินการไปแล้วประมาณ 300 ชิ้น

ชิ้นส่วนปะการังเขากวางที่แตกหักบางส่วนพบว่ามีการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ปกคลุมรอยแผลและบางชิ้นส่วนเชื่อมติดกับโคโลนีเดิมได้เองตามธรรมชาติ สำหรับชิ้นส่วนขนาดใหญ่ที่แตกหักคาดว่าจะสามารถซ่อมแซมเนื้อเยื่อและฟื้นตัวได้เอง ซึ่งจะต้องมีการติดตามผลในอนาคตต่อไป

และชุดที่ 3 ทำหน้าที่ เก็บขยะทะเล โดยมีแนวทางการปฏิบัติภารกิจ สำรวจบริเวณโดยรอบตัวเรือเพื่อประเมินประเภทของขยะและจำนวนขยะ ต่อมาได้ทำการเก็บขยะ ประกอบไปด้วยด้วยกระดาษลัง เศษผ้า ยางรถบรรทุก และขยะอื่นๆ

การปฏิบัติภารกิจกู้เรือและฟื้นฟูแนวปะการังในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทายจากสภาพภูมิประเทศและใต้น้ำ โดยเน้นความพยายามจากเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนเพื่อลดผลกระทบต่อทรัพยากรทางทะเลให้ได้มากที่สุด

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR และ Instagram : @travelfoodonline และ TikTok : @travelfoodonline

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...