โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ตรึงราคาน้ำมันดีเซลรับมือสงครามตะวันออกกลาง กบน.ลดเก็บ 50 สต.

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 22.07 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 05.07 น.

นายพรชัย จิรกุลไพศาล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับลดอัตราเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับน้ำมันดีเซลลงอีก 50 สตางค์/ลิตร

โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป เพื่อช่วยตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศไม่ให้ปรับขึ้น และลดผลกระทบต่อประชาชนและภาคขนส่ง จากสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้นและผันผวน

“กบน.ได้มีการติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางอย่างต่อเนื่อง และการบริหารสภาพคล่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้เกิดประสิทธิภาพ จึงมีมติปรับลดอัตราเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯดังกล่าว“

ตรึงราคาน้ำมันดีเซลรับมือสงครามตะวันออกกลาง กบน.ลดเก็บ 50 สต.

ทั้งนี้ จากข้อมูลล่าสุด ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับขึ้นมาอยู่ที่ 72.89 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล (จากเดิม 72.50 เหรียญฯ) ราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้นชัดเจนที่ 90.28 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล (จากเดิม 88.02 เหรียญฯ)

ขณะที่น้ำมันเบนซินอยู่ที่ 85.14 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล (ลดลงจากเดิม 85.44 เหรียญฯ) สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดและความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างอิสราเอล-อิหร่านที่ยังคงยืดเยื้อ และสร้างความผันผวนในตลาดพลังงานของโลก

สำหรับการปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ครั้งนี้ เป็นมาตรการต่อเนื่องเพื่อช่วยตรึงราคาหน้าปั๊ม และบรรเทาภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน ส่งผลให้รายรับของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากน้ำมันดีเซล ลดลงประมาณวันละ 31.07 ล้านบาท

จากเดิมที่มีรายรับประมาณวันละ 94.04 ล้านบาท เหลือประมาณวันละ 62.97 ล้านบาท ขณะที่รายรับจากกลุ่มน้ำมันเบนซินยังคงเท่าเดิม และอยู่ที่ประมาณวันละ 72.88 ล้านบาทเท่าเดิม

ตรึงราคาน้ำมันดีเซลรับมือสงครามตะวันออกกลาง กบน.ลดเก็บ 50 สต.
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...