3 โบรกฯ คาดแนวโน้มหุ้นภาคบ่าย แนะกลยุทธ์การลงทุน
#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า วันที่ 19 มิ.ย. ตามเวลาไทย 1.00 น. รอดูถ้อยแถลงของพาวเวล และรายงานคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) รวมทั้งตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจ GDP, อัตราว่างงาน และอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ แม้ว่าครั้งนี้ตลาดคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ย 4.25-4.50% แต่จุดโฟกัส คือรอบประชุม ก.ย. ปัจจุบัน FED Watch Tool ให้น้ำหนักเพียง 54.9% ที่เฟด จะปรับลดดอกเบี้ย
-อิสราเอล-อิหร่าน มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ท่าทีของทรัมป์มีทิศทางแข็งกร้าวต่ออิหร่าน แต่ยังปิดช่องทางการทำข้อตกลง และเร่งประชาชนในกรุงเตหะรานให้อพยพ พร้อมกับเรียกร้องให้อิหร่านล้มเลิกการครอบครองนิวเคลียร์ และต้องการให้ข้อพิพาทด้านนิวเคลียร์กับอิหร่านยุติลง ทรัมป์กล่าวว่า พร้อมส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ไปยังอิหร่าน ผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยอาจเกิดแรงเหวี่ยง Worse Case ปิด Gap 1,094-1,123 จุด เจอ Low เม.ย. 1,060 จุด แนวรอซื้อกลับ 1,055-1,085 จุด
-ส่งออกไทย พ.ค. 2568 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 11 โต 18.4%YoY มูลค่า 31,044 ล้านดอลลาร์ แรงหนุนจากการชะลอการบังคับใช้ภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ (ปัจจุบันไทยยังโดนการปรับขึ้นภาษีนำเข้าขั้นต่ำจากสหรัฐฯ (Universal Tariffs) อัตรา 10% เช่นเดียวกับทุกประเทศ) ความต้องการสินค้าดิจิทัลและเกษตรที่เพิ่มขึ้น อาทิ คอมพิวเตอร์ ฮาร์ดดิสก์ และผลไม้ไทย ขณะที่การนำเข้าเดือน พ.ค. ขยายตัว 18%YoY คิดเป็นมูลค่า 29,928 ล้านดอลลาร์ หนุนดุลการค้าเกินดุล 1,116 ล้านดอลลาร์ แนวโน้มดุลการค้ามีโอกาสเกินดุลต่อเนื่อง หากการส่งออกยังเติบโตจากกลุ่มเทคโนโลยีและเกษตร แต่เฝ้าระวังความเสี่ยงจากภายนอก เช่น นโยบายภาษีของทรัมป์และเศรษฐกิจจีน อาจทำให้ดุลการค้าผันผวน
-ดัชนีหุ้นไทยบ่ายนี้คาด วิ่งในกรอบระหว่าง 1,110-1,120 จุด
บล.เอเอสแอล ระบุว่า ดัชนีช่วงเช้าปรับตัวออกข้าง สถาการณ์ในตะวันออกกลาง ยังมีโอกาสลุกลาม โดยอิสราเอลและอิหร่านได้ล่วงเช้าสู่วันที่ 5 และมีรายงานว่ากองทัพสหรัฐได้เคลื่อนฝูงบินขับไล่เข้าไปยังตะวันออกกลาง และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาโจมตีอิหร่าน โดยได้เตือนประชาชนในกรุงเตหะรานให้เร่งอพยพ ส่งผลให้นักลงทุนกลับมามีความกังวลผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตะวันออกกลาง
ส่วนปัจจัยในประเทศ กระทรวงพาณิชย์ รายงานตัวเลขการค้าเดือน พ.ค. ส่งออกขยายตัว 18.4% YoY เพิ่มขึ้นในระดับ Double Digit ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 และนำเข้าขยายตัว 18% YoY ติดตามสถานการณ์การเมืองไทยการปรับครม.และการประชุมงบประมาณปี 69 รวมถึงโครงการเราเที่ยว
ด้วยกัน
กลยุทธ์การลงทุน ดัชนีปรับตัวออกข้างในกรอบแคบระยะสั้นปรับตัวออกข้างต่อ โดยมีแนวต้านหลักอยู่ที่ 1,118-1,120 จุด ส่วนแนวรับที่ 1,110 จุด
บล.โกลเบล็ก ระบุว่าดัชนีปรับตัวขึ้นหลังยอดส่งออก พ.ค. ปรับตัวขึ้น 18.4% เป็นตัวหนุนต่อดัชนี อย่างไรก็ตามข้อพิพาทระหว่าไทยและกัมพูชายังเป็นปัจจัยกดดันต่อดัชนี มองกรอบดัชนีภาคบ่าย 1,110-1,123 จุด
ขณะที่ภาวะตลาดหุ้นภาคเช้า ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวน เนื่องจากนักลงทุนยังคงจับตาผลการประชุมเฟด ขณะที่วันนี้กระทรวงพาณิชย์เผยตัวเลขการส่งออกเดือนพ.ค. เติบโต 18.4% จากการส่งออกสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นปัจจัยหนุนดัชนี มีแรงซื้อมากในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และขนส่ง อย่างไรก็ตามมีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มไอซีที และอาหาร เป็นปัจจัยกดดันดัชนี ส่งผลให้ดัชนีพักเที่ยงปิดตลาดที่ 1,114.33 จุด บวก 0.75 จุด หรือ 0.07% มูลค่าการซื้อขาย 15,295.05 ล้านบาท