โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เทคนิค ‘การทำงาน’ ให้สอดคล้องกับนาฬิกาชีวิต เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

Positioningmag

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 04.20 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2568 เวลา 10.57 น. • Lupang

เคยสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมบางช่วงของวันเราถึงสามารถทำงานได้ดีที่สุดหรือง่ายกว่าช่วงเวลาอื่น ? คำตอบก็คือขึ้นอยู่กับ‘นาฬิกาชีวิต’ (Circadian Rhythm) ซึ่งควบคุมการทำงานของเซลล์และระบบต่างๆ ในร่างกายที่จะทำงานตามวัฏจักรเวลา 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็น การควบคุมระดับพลังงาน ความตื่นตัวของสมอง และความสดชื่น ฯลฯ
ดังนั้น หากสามารถจัดตารางเวลาทำงานให้สอดคล้องกับจังหวะธรรมชาติของร่างกายได้ ไม่เพียงจะเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพเท่านั้น ยังช่วยเปลี่ยนแปลงประสิทธิภาพในการทำงานให้ดีขึ้นได้ด้วย

เช้า: ‘ช่วงเวลาแห่งพลัง’ เวลาดีสุดสำหรับทำงานที่ยากหรือต้องใช้ความตั้งใจสูง

สมองของคนเราจะเฉียบแหลมที่สุดในตอนเช้า โดยเฉพาะช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรกหลังจากตื่นนอน ซึ่งถือเป็น ‘ช่วงเวลาแห่งพลัง’ เหมาะสำหรับงานที่ต้องใช้สมาธิสูง การคิดเชิงกลยุทธ์ และความตั้งใจสูง เช่น การวางแผน การเขียน การตัดสินใจ และการเรียนรู้
ช่วงเวลาเช้า ควรใช้ไปกับการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายสำคัญที่สุด และเหมาะมากกับงานที่ต้องใช้วินัยในการลงมือสูง ไม่ใช่ใช้ไปกับงานรูทีนอย่างการส่งอีเมล

ช่วงบ่าย: ‘โหมดการบำรุงรักษาของร่างกาย’ เหมาะกับการทำงานรูทีน

หลังอาหารกลางวันอาจจะสังเกตเห็นว่า ระดับพลังงานและความเฉียบแหลมทางปัญญาลดลง ถือว่าเป็นช่วงเวลาของ ‘โหมดการบำรุงรักษาของร่างกาย’ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการจัดการงานประจำหรืองานธุรการที่ใช้พลังของสมองไม่มากนัก เช่น การตอบอีเมล การจัดเตรียมการประชุม หรือการอัปเดตเอกสาร

ช่วงบ่ายแก่ๆ : เวลาแห่งการสร้างสรรค์สิ่งใหม่

เมื่อวันเวลาผ่านไป สมองจะเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าเล็กน้อย ร่างกายก็จะเริ่มผ่อนคลาย ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการระดมความคิด และสร้างสรรค์เรื่องราวต่าง ๆ ดังนั้น ควรใช้เวลาช่วงบ่ายแก่ๆ ไปกับการสร้างไอเดียใหม่ๆ ทำงานสร้างสรรค์ หรือหาทางออกของปัญหาที่อาจเจอในตอนเช้า

ตอนเย็น: ผ่อนคลายด้วยการอ่านหนังสือหรือไตร่ตรอง

หลังอาหารเย็น สมองจะเริ่มทำงานช้าลงอีกครั้ง พลังใจของคุณก็จะลดลงเช่นกัน นี่เป็นโอกาสที่ดีเยี่ยมในการ ‘ซึมซับ’ เนื้อหาแทนที่จะ‘สร้างขึ้นมา’ ลองอ่านหนังสือ ฟังพอดแคสต์ ไตร่ตรองเรื่องราวในแต่ละวัน หรือจดบันทึกความคิด
แล้วเวลาไหนเหมาะกับการประชุม ?
สำหรับเวลาที่ดีที่สุดในการกำหนดเวลาประชุมแบบตัวต่อตัว หรือ One-on-One คือ เวลา 09.30–11.00 น. เพราะเป็นช่วงที่ทุกคนยังมีพลังงานสูงและมีเวลาตั้งหลัก เนื่องจากการประชุมลักษณะดังกล่าวต้องใช้สมาธิ มีประสิทธิภาพ และสร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์สูง
ส่วนเวลาดีที่สุดของการประชุมทีม คือ 10.00–12.00 น. หรือช่วง 13.00–15.00 น. หากมีผู้เข้าร่วมจำนวนมาก จากการวิจัยของYouCanBookMe แนะนำให้เลือก ‘วันอังคาร เวลาประมาณ 14.30 น.’ และจากข้อมูลของ Calendly ยังพบว่า ‘วันพุธ’ เป็นวันที่มีการประชุมในออฟฟิศเยอะที่สุด ส่วน ‘วันอังคาร’ เป็นวันที่มีการประชุมออนไลน์มากสุด
การจัดการเวลาไม่ได้เกี่ยวกับวินัยเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการกำหนดตารางเวลาให้สอดคล้องกับนาฬิกาชีวิต ซึ่งหากเข้าใจจังหวะการทำงานของร่างกายและค้นหาเวลาที่ดีที่สุดในการทำกิจกรรมแต่ละอย่าง จะช่วยลดความ เครียด หลีกเลี่ยงความเหนื่อยล้า และสามารถบรรลุผลสำเร็จได้มากขึ้น
ที่มา
https://www.forbes.com/sites/lucianapaulise/2025/05/24/what-is-the-best-time-to-work/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...