โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กระทรวงการคลัง ออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ไทย – กัมพูชา เพิ่มวงเงินจังหวัดละ 100 ล้านบาท เพิ่มรายการลดหย่อน – ขยายเวลาชำระภาษี

THE STANDARD

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 05.01 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 05.01 น. • thestandard.co
กระทรวงการคลัง ออกมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ไทย – กัมพูชา เพิ่มวงเงินจังหวัดละ 100 ล้านบาท เพิ่มรายการลดหย่อน – ขยายเวลาชำระภาษี

กระทรวงการคลัง ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไทย–กัมพูชาเพิ่มเติม เช่น ขยายวงเงินจังหวัดละ 100 ล้านบาท เพิ่มรายการหักลดหย่อน-ขยายเวลาชำระภาษี เป็นต้น

วันนี้ (29 กรกฎาคม) พิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ มาตรการในระดับพื้นที่ และมาตรการของสถาบันการเงินของรัฐ

  • มาตรการในระดับพื้นที่

  • ขยายวงเงินทดรองราชการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดละ 100 ล้านบาท และพร้อมพิจารณาขยายเพิ่มหากไม่เพียงพอ เพื่อให้จังหวัดสามารถบริหารจัดการได้อย่างคล่องตัวและตอบโจทย์ความต้องการในพื้นที่

  • อำนวยความสะดวกในการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่เกี่ยวข้องกับภารกิจด้านความมั่นคงให้สามารถดำเนินการได้อย่างเร่งด่วน ผ่านวิธีเฉพาะเจาะจง

  • เตรียมมาตรการด้านสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือประชาชนผ่านธนาคารของรัฐ เช่น ธ.ก.ส. โดยจะให้สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องแก่เกษตรกร รวมถึงสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) สำหรับผู้ได้รับความเสียหาย

  • มาตรการด้านภาษี

เลื่อนเวลาการยื่นแบบและการชำระภาษี ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ จากเดิมระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2568 เป็นภายในวันที่ 30 กันยายน 2568

นอกจากนี้ ประชาชนสามารถหักลดหย่อนค่าซ่อมแซมที่อยู่อาศัยจากเหตุการณ์ความเสียหายได้ตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท และสำหรับยานพาหนะไม่เกิน 30,000 บาท

  • มาตรการจากสถาบันการเงินของรัฐ

ธนาคารออมสิน

  • พักชำระเงินต้นให้กับลูกหนี้ที่อยู่ในพื้นที่ได้รับผลกระทบจนถึงงวดเดือนธันวาคม 2568 และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยบางส่วน
  • สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำไม่ต้องมีหลักประกัน วงเงิน 20,000 บาท/ราย ผ่อนชำระ 12 เดือน ดอกเบี้ย 0.60%/เดือน
  • สินเชื่อเพื่ออาชีพ ผ่อนชำระ 60 เดือน ดอกเบี้ย 0.75%/เดือน
  • สินเชื่อ SMEs ลูกค้าเดิมไม่เกิน 5 ล้านบาท รายใหม่ไม่เกิน 3 ล้านบาท ผ่อนชำระ 7 ปี ดอกเบี้ยปีแรก MLR -2.65%, ปีถัดไป MLR
  • ยกเว้นค่าธรรมเนียม Front End Fee และ Prepayment Fee

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรร์การเกษตร (ธ.ก.ส.)

  • สินเชื่อฉุกเฉิน วงเงินไม่เกิน 50,000 บาท/ราย ดอกเบี้ย MRR (6.725%) ผ่อน 3 ปี ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือน
  • สินเชื่อฟื้นฟูชีวิตและทรัพย์สิน วงเงินไม่เกิน 500,000 บาท ดอกเบี้ย MRR – 2% ต่อปี ผ่อนสูงสุด 15 ปี

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

  • มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ เช่น ลดดอกเบี้ยเหลือ 0.01% นาน 5 ปี
  • ผู้ที่บ้านเสียหายทั้งหลัง หรือทุพพลภาพ/เสียชีวิต ได้สิทธิอัตราดอกเบี้ย 0.01% ตลอดอายุสัญญา
  • กรณีกู้สร้างบ้านใหม่ ดอกเบี้ย 0% 6 เดือนแรก เดือนที่ 7–12 = 0.50% ต่อปี

ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME D Bank)

  • พักชำระเงินต้น ลดค่างวด ขยายเวลา
  • สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เช่น ‘ปลุกพลัง SME’ และ ‘Beyond ติดปีก SME’ ดอกเบี้ย 3% ต่อปี ผ่อน 10 ปี
  • สินเชื่อรีไฟแนนซ์ SMEs เริ่มต้นที่ 2.99%

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank)

  • ขยายเวลาชำระหนี้ 365 วัน ลดดอกเบี้ยสูงสุด 20%
  • เพิ่มวงเงินชั่วคราว 1 ปี สูงสุด 30 ล้านบาท
  • มาตรการเสริม เช่น เงินทุนหมุนเวียนเพื่อออกงาน, Safe Trade, Export Credit Insurance ฯลฯ

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (IBank)

  • พักชำระเงินต้นและกำไรสูงสุด 6 เดือน ขยายได้อีก 6 เดือน
  • สินเชื่อเพื่อซ่อมบ้าน เริ่มต้น 1.99% ต่อปี วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท
  • สินเชื่อฟื้นฟูธุรกิจ เริ่มต้น 3.25% วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

  • โครงการ PGS11 ‘SMEs ยั่งยืน’ ค้ำประกันรายละ 0.5–10 ล้านบาท สูงสุด 7 ปี ยกเว้นค่าธรรมเนียม 3 ปีแรก
  • โครงการ SMEs Micro Biz ค้ำประกัน 10,000–500,000 บาท ยกเว้นค่าธรรมเนียม 3 ปีแรกเช่นกัน เปิดรับคำขอจนถึง 30 ธันวาคม 2568
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...