โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ศบ.ทก. เผย กัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงหลังเที่ยงคืน ยัน ไทยตอบโต้ตามสิทธิป้องกันตัว

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 07.36 น.

ศบ.ทก. เผย กัมพูชาละเมิดข้อตกลงหยุดยิงหลังเที่ยงคืน ยัน ไทยตอบโต้ตามสิทธิป้องกันตัว ชี้ ควบคุมพื้นที่ได้ 11 จุด - ด้าน กต.จี้ กัมพูชาหยุดโจมตีพลเรือน-เร่งเข้าสู่โต๊ะเจรจา

วันที่ 29 ก.ค. 68 ที่ทำเนียบรัฐบาล พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ร่วมแถลงผลการประชุมของคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา หรือ ศบ.ทก. ภายหลังกัมพูชาละเมิดข้อตกลงกยุดยิงหลัง 24.00 น. ที่ได้มรการหารือกันที่ประเทศมาเลเซียเมื่อวานนี้

พลเรือตรี สุรสันต์ ระบุว่า เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าได้มีการตกลงที่จะหยุดยิงในเวลา 24.00 น. โดยฝ่ายไทยยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด โดยการหยุดยิงในทุกพื้นที่ตามเวลาที่กำหนด เราก็ได้หยุดตามข้อตกลงที่ให้ไว้โดยยึดมั่นในคำมั่นสัญญาที่รัฐบาลทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันให้ไว้ อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาที่ผ่านมาหลังจากที่เลยเวลากำหนดหยุดยิงแล้วนั้น เราได้พิสูจน์ทราบว่าทางฝ่ายกัมพูชายังมีการใช้อาวุธยิงเข้ามาในเขตแดนของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในหลายจุด ซึ่งถือเป็นการกระทำที่จงใจละเมิดข้อตกลง ทำลายความเชื่อมั่นที่ควรมีต่อกันในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน โดยการกระทำของฝ่ายกัมพูชาดังกล่าวทำให้ฝ่ายไทยมีความจำเป็นที่จะต้องใช้มาตรการโต้ตอบภายใต้สิทธิการป้องกันตนเองตามหลักกฏหมายระหว่างประเทศ โดยฝ่ายไทยมิได้ใช้กำลังเพื่อรุกราน แต่ใช้เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติและความปลอดภัยของประชาชน นอกจากนี้ยังได้ปรากฏทราบว่าฝ่ายกัมพูชานั้นได้ใช้โบราณสถานเป็นโล่กำบัง จึงเป็นการละเมิดพันธะกรณีในการคุ้มครองทางวัฒนธรรมของสหประชาชาติในเรื่องของอนุสัญญาภายใต้ยูเนสโกอีกด้วย ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เป็นที่ปรากฏชัดว่ายังมีการละเมิดและไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงที่ให้กันไว้

สำหรับสถานการณ์พื้นที่การปะทะระหว่างไทย-กัมพูชาที่ผ่านมาตั้งแต่เวลา 06.00 น. โดยสรุปพื้นที่ที่ไทยสามารถควบคุมได้มีทั้งหมด 11 พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่ภูมะเขือ ช่องอานม้า ประสาทตาเมือนธม ประสาทตาควาย แนวเขตแดนช่องบก โดนตวล ช่องประสม ช่องจอมช่องสายตะกู พระวิหาร และพานยาว

ในส่วนของยอดรวมผู้อพยพมีจำนวนทั้งสิ้น 188,729 คน โดยที่ผ่านมาสถานการณ์ของผู้ที่ได้รับผลกระทบที่เป็นพลเรือนมียอดเสียชีวิต 15 คน บาดเจ็บสาหัส 12 คน บาดเจ็บปานกลาง 13 คน และบาดเจ็บเล็กน้อย 13 คน รวมยอดทั้งสิ้น 53 คน เพิ่มขึ้นหนึ่งรายในจังหวัดสุรินทร์ โดยปัจจุบันยอดผู้บาดเจ็บยังมีแอดมิดอยู่ในโรงพยาบาล 14 ราย ส่วนสถานพยาบาลที่ได้รับผลกระทบมีทั้งหมด 20 แห่ง ปิดบริการทั้งหมด 13 แห่งและปิดบางส่วน 7 แห่ง ส่วนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลก็ได้รับผลกระทบจำนวนทั้งสิ้น 175 แห่ง

ทั้งนี้ ตามข้อตกลงหยุดยิงที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้ที่ประเทศมาเลเซียเมื่อวานนี้นั้น เมื่อเช้าวันนี้ทั้งสองฝ่ายได้เริ่มมีการหารือกันในระดับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ ได้แก่ แม่ทัพภาคและผู้บัญชาการกองทัพต่างๆ ซึ่งได้มีการหารือกัน โดยขอเน้นย้ำว่านี่ไม่ใช่การประชุม RBC แต่เป็นการหารือในระหว่างผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ของทั้งสองประเทศเท่านั้น ซึ่งการหารือตรงนี้เพื่อกำหนดกรอบแนวทางการปฎิบัติหลังจากที่เรามีการหยุดยิงแล้ว โดยกรอบแนวทางที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงหารือกันก็จะประกอบด้วย 5 เรื่องคือ
1.เรื่องของการหยุดยิง
2.เรื่องของการห้ามยิงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์
3.เรื่องการหยุดเพิ่มเติมกำลัง
4.ห้ามเคลื่อนย้ายกำลังที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใดก็ขอให้อยู่ในพื้นที่นั้น
5.เรื่องของแนวทางการส่งกลับผู้ป่วยและผู้บาดเจ็บรวมถึงผู้เสียชีวิตตลอดจนผู้ที่ถูกควบคุมก็จะกำหนดแนวทางกันอีกครั้งหนึ่งว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะต้องตกลงหารือกันและนำไปสู่ข้อยุติและข้อตกลงร่วมกันด้วย

สุดท้ายนี้ ในเรื่องของการเฝ้าระวังการโจมตีทางไซเบอร์ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญ ในระยะเวลาที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่ามีการโจมตีทางไซเบอร์ในเว็บไซต์หรือสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ มีการใช้ ai มีการใช้ข่าวปลอมข่าวต่างๆ จึงอยากฝากประชาชนให้ใช้วิจารณญาณในการติดตามหรือแชร์ข้อมูลข่าวสารทั้งหลาย รวมถึงในเรื่องของการรายงานให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทราบหากตรวจพบว่ามีการละเมิดทางไซเบอร์ โดยเฉพาะทางกระทรวงดิจิตอลฯ ซึ่งถือเป็นกระทรวงหลักที่ติดตามเรื่องนี้เป็นสำคัญ จึงอยากฝากให้ประชาชนทุกคนช่วยกันติดตามและสืบเสาะในเรื่องของการละเมิดทางไซเบอร์เช่นเดียวกัน

ด้าน นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า สำหรับประเด็นผลการประชุมที่ประเทศมาเลเซียเมื่อวานที่ผ่านมา( 28 ก.ค. 68) คือในเรื่องของการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงโดยฝ่ายกัมพูชาทำให้ไทยต้องมีเหตุต้องตอบโต้เพื่อปกป้องอธิปไตยจากการโจมตีของฝ่ายกัมพูชา ที่ยังคงมีอยู่ในบางพื้นที่ ดังนั้นจึงขอเรียกร้องฝ่ายกัมพูชาให้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัดโดยทันที

ในขณะเดียวกัน ขอย้ำว่า การหยุดยิง เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการดำเนินการที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อที่เราจะได้นำไปสู่สถานการณ์ที่ลดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศได้ และฝ่ายไทยส่งทีมไปประเทศมาเลเซียด้วยความตั้งใจที่จะแสดงจุดยืนเกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทยกับกัมพูชา และทางรัฐบาลไทยได้แจ้งเน้นย้ำว่าสิ่งที่ได้เกิดขึ้นตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้งในเรื่องของการรุกร้ำอธิปไตย การสูญเสียชีวิต ทั้งทหารและพลเรือนความเดือดร้อนของประชาชนตามแนวชายแดน เหตุการณ์กับดักระเบิด การคุกคามและยั่วยุจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก

โดยขอให้ฝ่ายกัมพูชาดูแลคนไทยในกัมพูชาตามที่ประเทศไทยเราจะดูและคนกัมพูชาในไทยเช่นกัน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการรักษาผลประโยชน์ของไทยในการประชุมเมื่อวานนี้

ซึ่งฝ่ายไทยมีความพร้อมและจริงใจในการหาทางออกร่วมกัน โดยข้อตกลงหยุดยิงที่เห็นชอบกันทั้งสองฝ่ายถือเป็นความสำเร็จในข้างต้นและเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่จะนำมาซึ่งความสงบและปลอดภัยตามแนวชายแดน

สำหรับกระทรวงการต่างประเทศขอให้ไฮไลท์จุดสำคัญของการเจรจาเมื่อวานที่ได้มาซึ่งการตกลงหยุดยิงเป็นเรื่องของการรื้อฟื้นให้ทั้งสองฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจาทวิภาคี โดยเมื่อช่วงเช้าเป็นสิ่งที่น่ายินดีที่ได้มีการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการเกิดขึ้นแล้ว ระหว่างแม่ทัพของทั้งสองฝ่าย

ในอนาคตจะมีการประชุม JBC ในเดือนกันยายนกระทรวงการต่างประเทศหวังอย่างยิ่ง โดยในกรอบของ GBC กำลังเกิดขึ้นแล้วในวันที่ 4 สิงหาคม 2568
ที่สำคัญที่สุดคือสำหรับประชาชนที่ต้องเข้าไปอยู่ในพื้นที่พักพิงหรือศูนย์พักพิงชั่วคราวจะได้กลับบ้านในเร็วๆนี้ แต่ขอให้รอสักนิด เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่สามารถจะกลับบ้านอย่างปลอดภัยได้ เพราะตอนนี้สถานการณ์ยังมีความเปราะบางอยู่

อย่างไรก็ตามไทยต้องการเห็นความสุจริตใจของประเทศกัมพูชาทั้งในเรื่องของการหยุดการโจมตี โดยเฉพาะต่อพลเรือนและการหยุดยิงจะต้องอยู่บนพื้นฐานกฎหมายระหว่างประเทศ โดยสำหรับการหารือในรายละเอียดและขั้นตอนต่อไปหน่วยงานในพื้นที่จะติดตาม ตรวจสอบสถานการณ์เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ปกติต่อไป และขอบคุณประเทศต่างๆที่ได้เริ่มแสดงความยินดีและให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงเช่นเดียวกับประเทศไทย

ทั้งนี้ขอย้ำว่าการดำเนินการทุกอย่างของรัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน ผลประโยชน์ของชาติ และความปลอดภัยของประชาชน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...