หัวหน้าฯแก่งกระจาน ร้องคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ปมโยกย้ายไม่เป็นธรรม
เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ทำหนังสือร้องทุกข์กรณีโยกย้ายไม่เป็นธรรม ถึงคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม กรณีมีคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการ ตามคำสั่งโยกย้าย ที่ 2976/2568 ลงวันที่ 15 ก.ค. 68 ให้ นายมงคล เดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง ผอ.ส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก)
โดยหนังสือระบุว่า เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 66 กรมอุทยานฯ มีคำสั่งที่ 4607/2566 เรื่องให้ข้าราชการไปปฏิบัติราชการ โดยให้ผู้ร้องไปทำหน้าที่หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นหัวหน้าอุทยานฯ คนที่ 12 โดยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และมีผลงานโดดเด่น ในการตรวจยึดและจับกุมในคดีสำคัญและคดีรายใหญ่ ที่มีการกระทำผิดเป็นขบวนการและมีผู้มีอิทธิพล โดยเฉพาะคดีล่าสุด เมื่อวันที่ 8-9 ก.ค. 68 ได้ตรวจยึดที่ดินของแปลงบริษัทเอกชน ที่อ้างเอกสารสิทธิทับซ้อนเขตอุทยานแห่งชาติและเขตที่ราชพัสดุ มากกว่า 4,000 ไร่ มีการขยายผลส่งคดีให้ ป.ป.ช. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ภายหลังจากจับกุมที่ดินของแปลงบริษัทเอกชน ที่อ้างเอกสารสิทธิทับซ้อนเขตอุทยานแห่งชาติและเขตที่ราชพัสดุ มากกว่า 4,000 ไร่ มูลค่า 200 ล้านบาท ต่อมาภายในระยะเวลา เพียง 6 วัน กรมอุทยานฯ ได้มีคำสั่ง ที่ 2976/2568 ลงวันที่ 15 ก.ค. 68 เรื่องให้ข้าราชการไปปฏิบัติราชการ โดยย้ายผู้ถูกร้องไปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง ผอ.ส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 (ตาก) แม้ว่าชื่อตำแหน่งจะเป็นการย้ายในตำแหน่งที่สูงขึ้น แต่เมื่อพิจารณาองค์ประกอบแล้วกลับไม่ใช่ อันเป็นการใช้ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ราชการ
เมื่อพิจารณาจากความเหมาะสมแล้ว จะเห็นว่าการโยกย้ายตำแหน่งของผู้ร้อง เป็นไปในลักษณะที่ต้องการให้ผู้ร้อง ออกจากอุทยานฯ แก่งกระจาน โดยมีเหตุผลมาจากการปฏิบัติหน้าที่ที่ซื่อตรง ยึดมั่นในสิ่งถูกต้อง ยอมหักไม่ยอมงอ ไม่เกรงกลัวอำนาจของกลุ่มทุนหรือผู้มีอิทธิพล ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่เช่นนี้ ย่อมขัดต่อผลประโยชน์ของกลุ่มคนบางกลุ่ม ทำให้เชื่อว่าขัดผลประโยชน์กลุ่มนายทุนที่ต้องการบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ แก่งกระจาน
ดังนั้นการย้ายไปปฏิบัติราชการ สบอ.14 (ตาก) เป็นการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรม สร้างความเดือดร้อนเสียหายแก่ผู้ร้อง ตำแหน่งหน้าที่ไม่ได้สูงไปกว่าเดิม และไม่ได้เป็นภูมิลำเนาเดิมของผู้ร้อง และการโยกย้ายก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนในคดีที่กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งต้องร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการรวบรวมพยานหลักฐาน ข้อมูล ข้อเท็จจริง รวมทั้งดำเนินการสอบสวน ขยายผล เพื่อให้การดำเนินคดีให้ถึงตัวการการกระทำผิด มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ดังนั้นจึงขอให้คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ได้โปรดพิจารณาให้ความเป็นธรรมด้วย และขอได้โปรดพิจารณาสั่งการให้มีการทบทวนคำสั่งย้ายดังกล่าว.