โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หุ้น THAI ยังไหว! ดีมานด์พุ่ง-พันธมิตรหนุนโตยาว กูรูเคาะกราฟลุ้น 11.70 บาท

PostToday

อัพเดต 04 ส.ค. 2568 เวลา 22.40 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2568 เวลา 05.33 น.

ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น "บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI" ปิดการซื้อขายเช้านี้ (5 ส.ค.68) อยู่ที่ 10.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท คิดเป็น +3.81% มูลค่าการซื้อขาย 1,393.51 ล้านบาท ราคาขึ้นสูงสุด 11.00 บาท และลดลงต่ำสุด 10.30 บาท

ภาพ SETTRADE

ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ทิสโก้ เริ่มต้นการวิเคราะห์ด้วยคำแนะนำซื้อ THAI มูลค่าที่เหมาะสมที่ 10.40 บาท อิงจากค่า EV/EBITDA ณ สิ้นปี 2026 ที่ 4.4 เท่า ซึ่งเทียบเท่ากับค่า P/E ปีหน้าที่ 10.1 เท่า THAI กลับมาอย่างแข็งแกร่งหลังจากผ่านกระบวนการฟื้นฟูกิจการเป็นเวลา 4 ปี อยู่ในตำแหน่งที่ดีในการได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของการเดินทางทางอากาศทั่วโลก

โดยมีรายได้กว่า 95% มาจากตลาดในเอเชียแปซิฟิกและยุโรป และมีส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 22% ที่สนามบินสุวรรณภูมิ บริษัทคาดว่าจะสามารถเพิ่มรายได้ต่อผู้โดยสารได้อย่างแข็งแกร่ง

โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับเส้นทางบินไปยังจุดหมายปลายทางที่มีรายได้สูงขึ้น และการนำเครื่องบินขนาดเล็กที่ประหยัดเชื้อเพลิง เช่น A321neo มาใช้งาน การเติบโตระยะยาวยังได้รับแรงหนุนจากการขยายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เช่น การร่วมธุรกิจกับสายการบิน Turkish Airlines และ loyalty program ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ THAI ยังมีแผนลงทุนในศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) เพื่อรองรับขนาดฝูงบินที่ใหญ่ขึ้นและการขยายตัวในระดับภูมิภาค

การฟื้นตัวทางการเงินของ THAI กำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี คาดว่ารายได้จะเติบโต 3% , 6% และ 13% ในช่วงปี 2568-2570 จากปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นและการขยายกำลังการผลิต กำไรหลักคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ย 8.6% ต่อปี

โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ต่อผู้โดยสารที่ดีขึ้น ต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลง และประสิทธิภาพการดำเนินงานที่ดีขึ้น THAI ออกจากกระบวนการฟื้นฟูกิจการ ซึ่งมีหนี้สินกว่า 4 แสนล้านบาท โดยเปลี่ยนหนี้เป็นทุน ส่งผลให้ยอดหนี้คงเหลือลดลงเหลือ 95,000 ล้านบาท ณ ไตรมาส 1/68

อย่างไรก็ดี สัญญาณทางเทคนิค หุ้น THAI มีแนวรับ 9.85 บาท และแนวต้าน 11.70 บาท

THAI โดดเด่นด้วยผู้โดยสารที่หลากหลาย,ความสามารถในการตั้งราคาที่แข็งแกร่ง และโครงสร้างต้นทุนที่ได้รับการปรับปรุงหลังการฟื้นฟูกิจการ ความเสี่ยงหลัก ได้แก่ ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ความล่าช้าในการปรับปรุงฝูงบิน ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากสายการบินต้นทุนต่ำ(LCC)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...