โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จับตาเกมภาษีทรัมป์ ไทยสะเทือน! ตลาดหุ้นไทย รอด หรือ ร่วง ?

PostToday

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 03.39 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 10.22 น.

การเจรจาภาษีสหรัฐฯ ถูกเลื่อนจาก 9 ก.ค. เป็น 1 ส.ค.2568 อาจดูเป็นเพียงการขยายเวลาเจรจาปกติ แต่สำหรับตลาดทุนไทย นี่อาจเป็นหมุดหมายสำคัญที่กำหนด"ทิศทางหุ้นไทยครึ่งปีหลัง" ท่ามกลางแรงกดดันจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ สงครามตะวันออกกลาง ดอกเบี้ยเฟดที่ยังไม่ลด และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

ถึงกระนั้น.. การเลื่อนเจรจาภาษีช่วย"ซื้อเวลา" หรือกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดความไม่แน่นอนในระยะยาว ?

"อัสสเดช คงสิริ" กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยอมรับว่ายังคงรอความชัดเจนในรายละเอียดการเจรจาการค้าระหว่างไทย-สหรัฐฯ เพราะต้องยอมรับว่าเรื่องภาษีมีผลต่อเศรษฐกิจไทยแน่นอน

หากภาษีของไทยสูงกว่าคู่แข่งบางกลุ่มอุตสาหกรรมจะเหนื่อย แต่ถ้าต่ำกว่าย่อมจะดีต่อหลายอุตสาหกรรม ซึ่งบริษัทจดทะเบียนไทยที่ส่งออกไปสหรัฐฯคาดว่าตัวเลขไม่มากนักหากเทียบกับภาพรวม

ถามว่า.. ตลท. เตรียมมาตรการรองรับความผันผวนหรือไม่ ?

วันนี้จะให้มีมาตรการที่รองรับตลอดเวลาคงไม่ได้ เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็วมาก ดังนั้นคงต้องมีสติในการวิเคราะห์ข้อมูลให้มากขึ้น ที่สำคัญมาตรการต่างของตลาดหลักทรัพย์ฯมักจะมีกรอบการพิจารณาอย่างรอบคอบ

ขณะที่การตั้งกองทุน New Economy เป็นการศึกษาเบื้องต้นว่าจะเป็นรูปแบบกองทุน เพื่อผลักดันธุรกิจใหม่ๆได้เข้าถึงตลาดทุนได้มากขึ้น พร้อมมอบทุนไปต่อยอดธุรกิจให้เติบโตได้ ซึ่งยังคงหาแนวทางว่าจะทำแยกจากตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVe Exchange , LiVEx) หรือทำควบคู่กับ LiVEx อยู่ระหว่างศึกษา

ส่วนโครงการ จั๊มพ์พลัส (JUMP+) มีโอกาสที่จะจัดตั้งกระดาน "JUMP+ INDEX" หรือไม่ ? ยอมรับว่าเป็นอีกไอเดียที่คิดไว้และถือว่าน่าสนใจ แต่ตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนแต่อย่างใด

ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร และโครงการกลยุทธ์ ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า ดัชนีเดือนมิถุนายน 2568 ปิดที่ 1,089.56 จุด ปรับลดลง 5.2% จากเดือนก่อนหน้า และลดลงมากกว่าตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ในภูมิภาค ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2568 ปรับลดลง 22.2%

มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 39,663 ล้านบาท หรือลดลง 10.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่ 41,856 ล้านบาท ลดลง 7.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

สาเหตุที่ดัชนีปรับตัวลดลงจาก 3 ปัจจัย โดยปัจจัยแรก คือ"สงครามอิสราเอล-อิหร่าน" ทำให้ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นเกือบ 10 เหรียญฯภายในเดือนเดียว หรือ มากกว่า 10% ภายในเดือนเดียว 70-80 เหรียญต่อบาร์เรล

เรื่องที่สอง คือ "การเจรจาภาษีทรัมป์" เพราะสิ้นสุด 9 ก.ค.68 แต่ขยายเป็น 1 ส.ค.68 เรื่องความเสี่ยงสะท้อนภาพไปยังตลาดหุ้นไทยบางส่วน

ส่วนข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ข้อมูลปี 2566 พบว่าบริษัทจดทะเบียน (บจ.) มีการลงทุนรวมมูลค่าราว 1,000 ล้านบาท หรือราว 11,000 ล้านบาท คิดเป็น 0.02% ของรายได้รวมของบริษัทจดทะเบียนถือว่าไม่มากนัก ในเรื่องนี้ยังคงต้องติดตามความชัดเจน แต่ที่ต้องตามหลักๆคือแรงงานกัมพูชา เวลาเกิดความขัดแย้งจะมีผลกระทบต่อตลาดหุ้นในระยะสั้น

ปัจจัยสุดท้าย คือ "เฟดไม่ลดดอกเบี้ย" แบงก์ชาติปรับลด GDP ไทย ปี 2025 ล่าสุดกรณีตกลงไม่ได้คาด 2.3% ซึ่งดีกว่าคาดการณ์ก่อนหน้าที่ 1.3% ทั้งนี้เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ขยายตัวดีกว่าที่ประเมินไว้จากภาคการผลิตและการเร่งส่งออกสินค้า ส่งผลให้การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

อีกตัวช่วยคือการลงทุนภาครัฐ ในการเร่งเบิกจ่ายปีงบประมาณ 2569 ขณะที่หลังจากวันสุดท้ายเปิดขายกองทุนรวม Thai ESGX มี Fund Flow ของผู้ลงทุนเข้ามาอยู่ในกรอบกว่า 3 หมื่นล้านบาท ถือเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงหุ้นไทยในช่วงความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง

อีกทั้ง ตลาดหลักทรัพย์ฯ วางแผนสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนในหลายมิติผ่านโครงการ "JUMP+" เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย

ข้อมูลในอดีตชี้ให้เห็นว่า แม้จะเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์หรือการประกาศสงคราม ตลาดหุ้นในประเทศพัฒนาแล้ว มักเผชิญความผันผวนเพียงระยะสั้น ก่อนฟื้นตัวและกลับมาให้ผลตอบแทนในทิศทางบวกได้ภายในเวลาไม่นาน ตลาดหุ้นไทยแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในลักษณะเดียวกันตลอดเดือนที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์หลายสำนัก แนะนำว่า การรักษาวินัยการลงทุนและเดินหน้าตามกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง หรือ Stay Invest จึงเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ผู้ลงทุนไม่พลาดโอกาสสำคัญ หากดัชนีตลาดสามารถพลิกกลับขึ้นได้อย่างรวดเร็วและสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจในระยะถัดไป

ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนมิถุนายน 2568 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 442,877 สัญญา เพิ่มขึ้น 24.1% จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการเพิ่มขึ้นของ Single Stock Futures และ SET50 Index Futures ตลอดปี 2568 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 438,459 สัญญา ลดลง 9.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการลดลงของ Single Stock Futures และ Gold Online Futures

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...