โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กัมพูชา เคลมหนัก โพสต์ยินดี ครบรอบ 17 ปี ปราสาทพระวิหาร ได้ขึ้นทะเบียน มรดกโลก

Thaiger

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 16.00 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 08.09 น. • Thaiger ข่าวไทย

ฮุน เซน และ ฮุน มาเนต ผู้นำกัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กฉลองครบรอบ 17 ปี การขึ้นทะเบียน ปราสาทพระวิหาร เป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก ย้ำถึงชัยชนะทางกฎหมายและการปกป้องมรดกชาติ

(วันที่ 7 กรกฎาคม 2568) สมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และ สมเด็จฯ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊ก แสดงความยินดีครบรอบ 17 ปี ของการขึ้นทะเบียน ปราสาทพระวิหาร เป็นมรดกโลกโดยองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) นับตั้งแต่วันจดทะเบียนวันที่ 7 กรกฎาคม 2551

ฮุน เซน ระบุข้อความว่า “สุขสันต์วันครบรอบ 17 ปี การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกของยูเนสโก 7 กรกฎาคม 2551 ถึงวันที่ 7 กรกฎาคม 2568

ภาพจาก: FB/ Samdech Hun Sen of Cambodia

ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2568 นี้ เป็นวันครบรอบ 17 ปีที่ปราสาทพระวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี 2551 ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ช่วยยกสถานะและความสำคัญของปราสาทแห่งนี้ในระดับสากล ปราสาทพระวิหารเป็นโบราณสถานที่มีความงดงามทางสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่บนเทือกเขาพนมดงรัก ชายแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเป็นการตระหนักถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมอันโดดเด่นและความสำคัญในการอนุรักษ์ไว้สำหรับคนรุ่นหลัง”

ส่วน ฮุน มาเนต ระบุข้อความว่า “เฉลิมฉลองครบรอบ 17 ปีแห่งการจารึกปราสาทพระวิหารในบัญชีรายชื่อมรดกโลกของยูเนสโก (7 กรกฎาคม 2551 – 7 กรกฎาคม 2568)

ภาพจาก: FB/ Samdech Thipadei Hun Manet, Prime Minister of Cambodia

ปราสาทพระวิหารทอดยาวแผ่กว้างดั่งเรือในมหาสมุทร ตั้งตระหง่านอย่างภาคภูมิใจบนยอดเขา เผยให้เห็นทัศนียภาพอันงดงามตระการตา เทวสถานแห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดพระวิหารทางตอนเหนือของกัมพูชา ถูกสร้างขึ้นภายในเทือกเขาพนมดงรัก และอุทิศให้กับเทพเจ้าแห่งขุนเขา ศิขรีศวรและภัทเรศวร สร้างขึ้นโดยเจ้าชายอินทรยุทธ

พระราชโอรสของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 ผู้ซึ่งได้อัญเชิญศิวลึงค์และศรีศิขรีศวรมาจากเมืองลิงคปุระ (วัดภู) เพื่อนำมาประดิษฐาน ณ เขาพระวิหาร เทวสถานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยบรรพบุรุษชาวเขมรแปดพระองค์ ซึ่งทุกพระองค์ล้วนเป็นอดีตพระมหากษัตริย์

การปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมของเรา คือหน้าที่ร่วมกันของชาวกัมพูชาทุกคน”

เส้นทางของ ปราสาทพระวิหาร สู่มรดกโลก

จากโพสต์ของ ฮุน เซน ได้ย้ำว่าความสำเร็จในการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก คือชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของรัฐบาลกัมพูชา โดยเส้นทางนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2544 ขณะที่ท่านดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ส่งจดหมายถึงยูเนสโกเพื่อร้องขอการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ ก่อนที่คณะกรรมการมรดกโลกจะตอบรับคำขอในปี 2549 และส่งผู้เชี่ยวชาญมาประเมินสภาพปราสาทในปี 2550

จนกระทั่งในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกครั้งที่ 32 ณ เมืองควิเบก ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2551 ที่ประชุมได้มีมติรับรองให้ปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการ ซึ่งฝ่ายกัมพูชามองว่านี่คือชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ในการยืนยันสิทธิ์เหนือปราสาทพระวิหาร หลังจากที่เคยชนะคดีในศาลโลกมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2505 ในสมัยของสมเด็จพระนโรดม สีหนุ

อย่างไรก็ตาม เพียงไม่กี่วันหลังการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ความขัดแย้งเรื่องอาณาเขตโดยรอบปราสาทก็ได้ปะทุขึ้นจนนำไปสู่การเผชิญหน้าและการปะทะกันทางทหารระหว่างไทยและกัมพูชาหลายครั้งในช่วงปี 2551-2554

บทความจากฝั่งกัมพูชาระบุว่า สมเด็จฯ ฮุน เซน ได้พยายามต่อสู้ทุกวิถีทางทั้งทางการทหารและทางกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อปกป้องสมบัติของชาติ จนนำไปสู่ชัยชนะอีกครั้งในเวทีโลก เมื่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ณ กรุงเฮก มีคำพิพากษาตีความคำตัดสินเดิมในปี 2556 โดยระบุอย่างชัดเจนว่าพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหารนั้นอยู่ในอธิปไตยของกัมพูชา และสั่งให้ฝ่ายไทยต้องถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ดังกล่าว

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์นี้ รัฐบาลกัมพูชาได้กำหนดให้วันที่ 10 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันหยุดประจำชาติเพื่อรำลึกถึงการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร และปราสาทสมโบร์ไพรกุกเป็นมรดกโลก

ที่มา: FRESH NEWS

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...