โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทอง 6 หมื่น เป็นจริงได้?

INN News

อัพเดต 20 เม.ย. 2568 เวลา 13.18 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. 2568 เวลา 12.00 น. • INN News

ร้อนแรงจริงๆ สำหรับราคาทอง ที่ล่าสุดเพียงแค่ 19 วันของเดือนเมษายน ราคาทองปรับขึ้น 2,400 บาทต่อบาททองคำ และจากต้นปี 2568 จนถึงปัจจุบัน ราคาทองขึ้นไปแล้ว 10,050 บาทต่อบาททองคำ

ล่าสุดราคาทอง ณ วันที่ 19 เมษายน ทองคำแท่ง รับซื้อ 52,350 บาท ขายออก 52,450 บาท

ทองรูปพรรณ รับซื้อ 51,407 บาท 56 สตางค์ ขายออก 53,250 บาท

ขณะที่ราคาทองโลก หรือ Gold Spot แตะ 3,327.50 เหรียญ/ออนซ์
จากที่ก่อนหน้านี้ปรับขึ้นทำ All-time high แตะ 3,357 เหรียญ/ออนซ์

สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. คุยกับ นายกสมาคมค้าทองคำ "นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี" ถึงแนวโน้มราคาทองคำ หลังจากปรับขึ้นอย่างร้อนแรงทะลุ 52,000 บาทต่อบาททองคำ โดย "นายจิตติ" กล่าวว่า
ราคาทองปรับขึ้นมาเร็วกว่าที่คาด จากนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐ "นายโดนัลด์ ทรัมป์" ที่ประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจีน ส่งผลให้สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ทำให้มีแรงซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เชื่อว่า ราคาทองยังเป็นแนวโน้มขาขึ้นอยู่ แต่อาจจะมีการลงมาพัก ปรับฐานบ้าง

แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า ราคาทองจะมีโอกาสแตะบาทละ 6 หมื่นบาทต่อบาททองคำได้หรือไม่ "นายจิตติ" กล่าวว่า ไม่น่ามี

นอกจากนี้ นายกสมาคมค้าทองคำ ยังได้กล่าวถึงกลยุทธ์ลงทุนทองคำในช่วงนี้ โดยแนะให้นักลงทุนแบ่งทำกำไรบ้าง หากราคาปรับขึ้น

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญในการลงทุนทองคำ "นายจิตติ" กล่าวว่า ไม่ควรที่จะกู้เงินมาลงทุน พร้อมมองว่าหากจะลงทุนระยะสั้นๆ ด้วยเล่นฟิวเจอร์ ก็ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก

จากนี้ต่อไปจะต้องจับตาท่าทีการดำเนินนโยบายภาษีของผู้นำสหรัฐฯ และจีน อย่างใกล้ชิด เพราะบนความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายภาษีดังกล่าว ย่อมส่งผลให้ราคาทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อไปนั่นเอง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...