โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

‘พชร’ห่วงกฎระเบียบภาครัฐฉุดรั้งการพัฒนาดิจิทัลในไทย

NewsXtra

อัพเดต 14 มี.ค. 2568 เวลา 11.46 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. 2568 เวลา 04.46 น. • NewsXtra

“พชร นริพทะพันธุ์” ร่วมเวทีสุดยอดนักพัฒนา AI และ Big Data ทั่วโลก หรือ FOSSAsia 2025 ชูบทบาท กสทช. ผู้นำเทคโนโลยีสร้างความเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ห่วงปัญหาใหญ่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่กฎระเบียบมาก จนเกิด red tape ไม่เปิดช่องว่างให้พัฒนาโครงการด้านดิจิทัลที่อัพเดทกว่าปัจจุบัน

นายพชร นริพทะพันธุ์ ที่ปรึกษาประจำประธานกสทช.เข้าร่วมการเสวนา หัวข้อ “Killed by Red Tape: Why Working Towards Open Government is So Difficult” บนเวทีประชุมสุดยอดเทคโนโลยีโอเพนซอร์สชั้นนำแห่งเอเชีย “FOSSASIA Summit 2025” วันที่ 13-15 มีนาคม 2568 ณ True Digital Park พร้อมด้วยคนรุ่นใหม่จากทั่วโลกกว่า 170 คน อาทิ องค์กรธุรกิจ นักพัฒนานวัตกรรม นักศึกษา มาร่วมแชร์ความสำเร็จการพัฒนา AI และ Big Data

นายพชร กล่าวว่า กสทช.เป็นหนึ่งในองค์กรที่เห็นความสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล ผู้นำเทคโนโลยีมาพัฒนาด้านกำกับดูแลธุรกิจโทรคมนาคม ดาวเทียม และเครือข่ายสื่อสารของประเทศไทย รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานด้านอื่นๆ อาทิ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนระบบ AI และ Big Data สะท้อนถึงความพยายามสร้างกระบวนการทำงานใหม่ที่เปิดกว้างและความโปร่งใสในทุกๆมิติ

อย่างไรก็ตาม นายพชร มองว่า ในระบบราชการยังพบปัญหาความล่าช้า กระบวนการทำงานและกฎระเบียบที่มากมาย จนส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัย ยกตัวอย่าง โครงการพัฒนา open mapping หรือ street mapping ที่เอกชนพยายามผลักดันมาตลอด 2 ปี แต่ต้องเผชิญอุปสรรคในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ นับเป็นปัญหาที่สะท้อนว่า Digital Mindset ในเมืองไทยอาจยังไม่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง

อีกตัวอย่างหนึ่ง ก็คือ กระบวนการแก้ปัญหาหลอกลวงในโลกออนไลน์และแก็งค์คอลเซ็นเตอร์ ที่บรรดาอาชญากรข้ามชาติมีอุปกรณ์และเครือข่ายสื่อสารที่ล้ำหน้ามาก ประเทศไทยจึงต้องการเครื่องมือที่ทันสมัยมากกว่าในการต่อสู้กับอาชญากรรมทางไซเบอร์เหล่านี้ แต่ก็ยังติดปัญหาเกี่ยวกับระบบราชการและกฎระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง ที่อาจทำให้หน่วยงานปฏิบัติตามไม่ทันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

“สิ่งที่อยากเห็นคือการพัฒนาในรูปแบบ Open Access คือการเปิดให้คนเข้ามาร่วมพัฒนาและร่วมกันเป็นเจ้าของใน ระบบการบริหารจัดการของรัฐ เพื่อประสิทธิภาพ ความโปร่งใส ประหยัด และคอยทานอำนาจบริษัท Big Tech ได้ เป็นการกระจายอำนาจอย่างหนึ่ง แต่ทุกวันนี้ เรามี Red Tape คือระบบการบริหารจัดการของรัฐที่ควบคุมการทำงานในรูปแบบเดิม ใช้คนเปลือง กระบวนการที่ซ้ำซ้อน ยากต่อการเข้าถึง และไม่เป็นผลดีต่ออนาคตของชาติ หากไม่เปลี่ยนแปลงประเทศจะไปอยู่ใต้อาณานิคมของบริษัทเอกชนใดเอกชนหนึ่ง”

ที่ปรึกษาประจำประธานกสทช. กล่าวอีกว่า สิ่งที่อยากให้เกิดความเปลี่ยนแปลง คือเรื่องของ Digital Mindset ของหน่วยราชการต่างๆ เพื่อเปิดช่องว่างให้เกิดการพัฒนา การยกระดับเทคโนโลยีของประเทศที่อัพเดทเท่าทันโลกอนาคต ดังนั้น จึงอยากเห็นหน่วยงานหลักๆ เช่น สำนักงบประมาณ มีความเข้าใจนักพัฒนาดิจิทัลและช่วยอำนวยความสะดวกหรือลดปัญหา red tape ให้บริษัทเอกชนที่เข้าร่วมงานภาครัฐด้วย

“ในส่วน ของ กสทช. ที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลกึ่งรัฐ ก็จะพยายามปรับตัว โดยทำในส่วนที่เราทำได้ ปีนี้เราจะเริ่มพัฒนาทดลองการใช้ AI Tutor ในระบบให้การศึกษากับเด็กนักเรียนในโรงเรียนที่มีศูนย์บริการ USO โดยจะเปิดกว้างในการทำ Open Access เพื่อการพัฒนาร่วมกันของชุมชนนี้“นายพชรกล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...