‘ดาวโจนส์’ พุ่งแรงกว่า 1,000 จุด แรงหนุนช้อนซื้อเก็งกำไร รับหุ้นร่วงหนักวันก่อนหน้า
The Bangkok Insight
อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 11.38 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2568 เวลา 17.03 น. • The Bangkok Insightตลาดหุ้นนิวยอร์ก ของสหรัฐ ซื้อขายช่วงเช้าวันนี้ (22 เม.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น โดยที่ "ดาวโจนส์" ทะยานขึ้น 1,078.69 จุด แรงหนุนจากการช้อนซื้อเก็งกำไร และความหวังว่า ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐ และจีน จะคลี่คลายลงในไม่ช้า
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ล่าสุดอยู่ที่ 39,249.10 จุด ทะยานขึ้น 1,078.69 จุด หรือ 2.83% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ที่ 5,306.21 จุด เพิ่มขึ้น 148.01 จุด หรือ 2.87% และดัชนีแนสแด็กที่ 16,406.38 จุด เพิ่มขึ้น 535.47 จุด หรือ 3.37%
ตลาดได้แรงหนุนจากคำสั่งซื้อเก็งกำไร หลังจากดัชนีดาวโจนส์ทรุตตัวลงเกือบ 1,000 จุดเมื่อวานนี้ (21 เม.ย.) ขณะที่ยังคงไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาเพื่อแก้ไขความขัดแย้งเกี่ยวกับการทำสงครามการค้าของสหรัฐ
จีนประกาศเตือนประเทศต่าง ๆ มิให้ทำข้อตกลงทางเศรษฐกิจและการค้ากับสหรัฐซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ของจีน โดยจีนพร้อมที่จะดำเนินมาตรการตอบโต้อย่างเด็ดขาด
นอกจากนี้ นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการแทรกแซงความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องอีกครั้งหนึ่งให้นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ลดดอกเบี้ย และนายเควิน แฮสเซตต์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ และคณะทำงาน ยังคงทำการศึกษาเกี่ยวกับการปลดนายพาวเวลออกจากตำแหน่ง
นักลงทุนจับตาการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดยบริษัทกว่า 100 แห่งในดัชนีเอสแอนด์พี 500 จะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้ รวมถึงบริษัทในกลุ่ม Magnificent Seven ขณะที่บริษัทเทสลาจะเปิดเผยผลประกอบการหลังจากปิดตลาดวันนี้
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'จีน' วิจารณ์นานาชาติ พยายาม 'เอาใจ' สหรัฐ หวังรอดโดนรีดภาษี
- ทำเนียบขาวยัน 'ทรัมป์' ยังหาวิธีปลดประธานเฟด 'เจอโรม พาวเวล'
- 'พาวเวล' เมิน 'ทรัมป์' ร้องเฟดลดอ้ตราดอกเบี้ย ยันต้องรอความชัดเจนผลกระทบ 'สงครามการค้า'
ติดตามเราได้ที่
เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X :https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg