โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สตง.หอบแบบแปลนตึกที่ถล่ม ส่งมอบให้ จนท.ใช้วิเคราะห์ ประเมินแผนช่วยเหลือผู้ติดค้าง

The Reporters

อัพเดต 31 มี.ค. 2568 เวลา 06.57 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2568 เวลา 06.57 น.

ตัวแทนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หอบเอกสารแบบแปลนตึก สตง.ที่ถล่ม ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ใช้วิเคราะห์ เพื่อประเมินแผนช่วยเหลือผู้ติดค้าง ไม่ตอบคำถามสื่อ ขณะ ทีมกู้ภัยตรวจพบสัญญาณชีพ 1 คน รองผู้ว่าฯ แจง เหตุนายกฯ รีบเดินทางกลับ เพราะพบสัญญาณชีพ 1 ราย และต้องใช้ความเงียบในการปฎิบัติหน้าที่

วันนี้ (31 มี.ค. 68) เวลา 12:00 น. ที่เขตก่อสร้างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน นำเอกสารจำนวนหนึ่งมาให้เจ้าหน้าที่กองอำนวยการ ที่ติดตามภารกิจค้นหาผู้ที่ติดอยู่ภายในอาคารที่ถล่ม เพื่อนำเอกสารชุดดังกล่าวส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน โดยเมื่อมาถึงผู้สื่อข่าวพยามสอบถามถึงการนำเอกสารมาให้ในครั้งนี้ รวมถึงสาเหตุ และการเยียวยาให้ผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต แต่ไม่มีการตอบคำถามใดๆ กับสื่อมวลชน

ด้าน รศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เอกสารที่เจ้าหน้าที่ตัวแทนจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินนำมาในวันนี้คือแบบแปลนอาคารการก่อสร้าง ซึ่ง จะมีการระบุตำแหน่งและจุดสำคัญต่างๆ ภายในอาคาร เช่น บันไดหนีไฟ และลิฟท์ ซึ่งข้อมูลชุดนี้จะนำมาใช้ในการหารือ และวิเคราะห์ร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัย สำหรับใช้เป็นแนวทางในการค้นหา และช่วยเหลือผู้สูญหายให้รวดเร็ว โดยจะพิจารณาว่าพื้นที่บริเวณชั้นใดหรือจุดใดของอาคารมีการใช้งานอย่างไร

ส่วนภารกิจการค้นหาผู้ติดค้างภายใต้ซากอาคาร รศ.ทวิดา ระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งปฏิบัติการช่วยเหลือผู้สูญหายอย่างเต็มที่ โดยสาเหตุที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางออกจากพื้นที่หลังเข้ามาติดตามความคืบหน้าภารกิจได้เพียง 20 นาที เนื่องจากคณะทำงานสามารถตรวจจับสัญญาณชีพของผู้สูญหายได้ 1 คน และต้องอาศัยความเงียบในการตรวจสอบสัญญาณชีพที่ยังอ่อน จึงทำให้ต้องเดินทางกลับอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้กระทบกับการปฏิบัติงาน ซึ่งต้องการความเงียบ

ล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ และทีมสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกำลังอยู่ระหว่างการปรึกษาหารืออย่างละเอียดถึงแนวทางการเข้าช่วยเหลือผู้ที่มีสัญญาณชีพดังกล่าวด้วยวิธีที่เหมาะสมที่สุด

ขณะเดียวกัน รศ.ทวิดา ยังได้ชี้แจงถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับความล่าช้าในการปฏิบัติการช่วยเหลือ โดยยืนยันว่า ไม่ได้ล่าช้า เนื่องจากเพิ่งตรวจพบสัญญาณชีพของผู้สูญหายได้เมื่อครู่นี้เอง และในส่วนของกรอบเวลา 72 ชั่วโมงนั้น ขอให้เข้าใจว่าเป็นหลักการทางการแพทย์สากลที่บ่งชี้ถึงช่วงเวลาที่มีโอกาสช่วยเหลือผู้สูญหายและมีอัตราการรอดชีวิตสูงที่สุด

ส่วนประเด็นที่ไม่สามารถทำการเจาะทะลุเข้าไปในซากอาคารเพื่อช่วยเหลือได้ทันทีนั้น รศ.ทวิดา เผยว่า เนื่องจากผู้สูญหายยังมีชีวิตอยู่ การกระทำใดๆ ที่รุนแรงจนอาจทำให้ซากอาคารถล่มซ้ำ จะยิ่งนำมาซึ่งความสูญเสียและเสียหายที่มากขึ้น ดังนั้น ในช่วง 1-2 วันแรก จึงจำเป็นต้องมีกระบวนการหน้างานที่ต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์พื้นที่ และประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ และแม้จะเลยกรอบเวลา 72 ชั่วโมงไปแล้ว ทีมค้นหาก็ยังคงไม่หยุดปฏิบัติการ แต่โอกาสที่ผู้สูญหายจะอ่อนแอลงนั้นมีมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น การดำเนินการทุกอย่างจึงต้องเป็นไปด้วยความระมัดระวังและมีสติ

สำหรับการเดินทางมายังพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีนั้น มีจุดประสงค์เพื่อติดตามสถานการณ์ และรับทราบถึงความยากลำบากในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะช่วยให้การประสานความร่วมมือต่างๆ เป็นไปได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการขอความช่วยเหลือในระดับนานาชาติ อำนาจของท่านนายกรัฐมนตรีจะช่วยให้ปฏิบัติการดังกล่าวมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น ในระหว่างการปฏิบัติงาน อาจมีการดับเครื่องจักรเป็นระยะๆ เพื่อทำการตรวจหาสัญญาณชีพ แต่ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา และหลังจากนี้จะพยายามจัดเวลาให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชนอย่างสม่ำเสมอ หากมีเหตุเร่งด่วนใดๆ ก็จะมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...