‘ทอม’ ผิดตรงที่อยากเป็นชาย? สำรวจความคิดเห็นเหยียดเพศ/โทษเหยื่อ จากข่าวทอมถูกข่มขืน หลังร่วมวงดื่มเหล้า กับพ่อค้าร้านฝั่งตรงข้าม
‘ทอม’ นับเป็นหนึ่งในเพศสภาพที่เผชิญกับอคติทางเพศมากที่สุดเพศหนึ่ง อาจด้วยเพราะคนบางส่วนไม่สบายใจเมื่อเห็นคนเพศกำเนิดหญิงแสดงออกถึงความเป็นชาย ซึ่งดูเป็นภาพที่ขัดแย้งกับความรู้สึก หรือบางคนก็มองว่าหลายครั้ง ความเป็นชายในตัวทอมก็ถูกเสนอออกมาอย่างล้นเกินหรือกระทั่งเป็นพิษ จนกลายเป็นภาพจำลบๆ ที่คนส่วนใหญ่ใช้เหมารวมว่าคนเป็นทอมกำลังปฏิเสธความอ่อนแอตามเพศกำเนิดของตัวเอง และพยายามจะแสดงออกว่าตัวเองแข็งแกร่งด้วยการเชิดชูความเป็นชายในแบบที่หลายคนรู้สึกว่าไม่เป็นมิตร
ด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ หรืออาจนอกเหนือจากนี้ จึงทำให้ทอมจำนวนมากถูกมองว่าไม่พึงประสงค์ อีกทั้งยังมีที่ยืนน้อยพอสมควร แม้แต่ในกลุ่ม LGBTQ ด้วยกัน
และสำหรับข่าวที่เพิ่งเกิดขึ้น กรณีทอมคนหนึ่งถูกข่มขืน หลังจากร่วมวงดื่มเหล้ากับผู้ชายที่เป็นพ่อค้าร้านฝั่งตรงข้ามบ้าน คอมเมนต์ต่างๆ ก็สะท้อนถึงอคติที่คนในสังคมมีต่อคนเป็นทอมได้อย่างชัดเจน
“สมควร อย่าคิดว่าตัวเองเก่ง”
“ตัวเองเป็นทอม อย่าคิดว่าตัวเองเป็นผู้ชาย”
“อย่าลืมน่ะทอมก็คือผู้หญิง ไปกินเหล้าเมาแบบนี้ก็เรียบร้อย”
ฯลฯ
ความคิดเห็นเหล่านี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่ายังมีคนจำนวนหนึ่งในสังคมที่ไม่อยากเห็นเพศหญิงที่อ่อนแอกว่า ริอ่านนึกว่าตัวเองเป็นเพศที่แข็งแกร่งกว่าอย่างเพศชาย ทั้งยังเหมารวมทอมว่าล้วนแต่อยากเป็นผู้ชายเพราะอยากรู้สึกเหนือกว่า ทั้งที่จริงแล้วทอมแต่ละคนก็ล้วนแต่เป็นปัจเจกที่แตกต่างหลากหลาย ไม่ใช่ว่าทอมทุกคนอยากเกิดเป็นชาย หรืออยากข้ามเพศไปเป็นทรานส์แมน ขณะเดียวกัน หากทอมบางคนอยากเป็นผู้ชาย นั่นก็ไม่ใช่สิ่งผิดแม้แต่นิดเดียว หรือบางคนอาจเลือกเรียกตัวเองว่าทอม แต่ก็สะดวกใจที่จะถูกเรียกว่าเธอ (she/her) บางคนไม่ต้องการถูกเรียกว่าทอมด้วยซ้ำ เพียงแต่มีบุคลิกห้าวและไม่ได้อยากแต่งตัวเป็นหญิง และบางคนก็โอบรับบุคลิกแบบชายๆ แต่ก็ไม่ได้แปลว่าต้องนึกคิดว่าตัวเองไม่ใช่หรือเหนือกว่าผู้หญิง ในร่มของคำว่าทอมหรือคนที่ถูกนิยามว่าทอม ยังเต็มไปด้วยอัตลักษณ์ที่หลากหลายและยังต้องได้รับการทำความเข้าใจอย่างเปิดกว้างขึ้นอีกมากๆ
ไม่เพียงเท่านั้น ข้อความเหล่านี้ยังเต็มไปด้วยการโทษเหยื่อ โดยในบรรดาคอมเมนต์ที่ไปในทิศทางนี้ แทบไม่มีใครที่ระบุถึงปัญหาและสิ่งที่ไม่พึงประสงค์จริงๆ นั่นก็คือเพศชายที่ไม่อาจควบคุมอารมณ์ทางเพศของตัวเองและเลือกจะล่วงละเมิดร่างกายคนอื่น ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุผู้ชายข่มขืนทอม ไม่ว่าจะด้วยอารมณ์ทางเพศบังตาหรือมาพร้อมกับมายาคติที่ว่าพวกเขาสามารถ “เปลี่ยนทอมให้เป็นเธอ” ได้ ด้วยการยัดเยียดอวัยวะเพศของตัวเองเข้าไป
ขณะเดียวกัน เมื่อมีคนที่แสดงความคิดเห็นแย้งว่าไม่ควรโทษเหยื่อ ก็มีความคิดเห็นอีกด้านตอบกลับในทำนองว่าเราไม่ควรโลกสวยหรือเชื่อว่าจะใช้ตรรกะกับโจรได้ เพราะอย่างไรเสียคนที่จะก่อเหตุก็ย่อมจะก่อเหตุ ซึ่งแม้จะดูเป็นการคิดโดยอิงกับโลกความเป็นจริง แต่ก็ไม่ต่างอะไรจากการปล่อยให้ความเลวร้ายเกิดขึ้นโดยมองว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องพยายามเปลี่ยนแปลงอะไร ยิ่งกว่านั้นยังเป็นการซำ้เติมผู้ถูกกระทำโดยใช่เหตุ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของพวกเขาเอง ไม่ใช่ความผิดของผู้กระทำ ทั้งที่การใช้ชีวิตตามปกติและเชื่อใจในเพื่อนมนุษย์ (แม้จะมากเกินไป) ไม่ควรเป็นสิ่งผิดด้วยซ้ำ
เพศสภาพ ไม่ใช่สิ่งที่คนจะกำหนดหรือควบคุมได้ มันคือสัญชาตญาณพื้นฐานของความเป็นมนุษย์ และทุกคนก็ควรได้รับความเคารพในเพศสภาพที่พวกเขาเป็น และอีกสิ่งที่เราจำเป็นต้องย้ำทิ้งท้ายอีกครั้งนั่นก็คือ ไม่ว่าเพศไหน ก็ไม่สมควรถูกข่มขืน และไม่ว่าเพศไหนจะเป็นผู้กระทำก็ล้วนแต่มีความผิดไม่ต่างกัน
อ้างอิง
https://www.facebook.com/photo/?fbid=1126980239461063&set=a.630987925726966