โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สปสช.-สวทช. แจง ข้อมูลประชาชนรั่ว 1.3 แสน ไม่หลุดจาก A-MED Care Plus

Thaiger

อัพเดต 28 มี.ค. 2568 เวลา 09.59 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2568 เวลา 02.26 น. • Thaiger ข่าวไทย

สคส. เร่งสอบสวนกรณีข้อมูลผู้ใช้บริการแพทย์แผนไทย 1.3 แสนราย รั่วไหล สปสช. และ สวทช. ออกโรงยัน ไม่ใช่ข้อมูลจากระบบหลัก A-MED Care Plus แต่เป็นขั้นตอนการทำฐานข้อมูลชั่วคราวเพื่อทำรายงาน

จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวการรั่วไหลของข้อมูลจากโปรแกรม A-MED Care Plus ที่พัฒนาโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งใช้ในคลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่นของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2568 ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. และ ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ได้ร่วมกันชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าว

ทพ.อรรถพร ในฐานะโฆษก สปสช. กล่าวว่า ข้อมูลที่รั่วไหลประมาณ 1.3 แสนรายนั้น ไม่ได้หลุดออกจากฐานข้อมูลหลักของระบบ A-MED Care Plus แต่เป็นข้อมูลที่อยู่ในขั้นตอนการคัดลอกเพื่อนำมาจัดทำฐานข้อมูลชั่วคราวสำหรับการประมวลผลรายงาน ส่งให้กับคลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่น ซึ่งเป็นระบบเดี่ยวที่ไม่ได้เชื่อมโยงกับระบบอื่นใด ทำให้เหตุการณ์นี้ไม่มีผลกระทบต่อหน่วยบริการทั้งหมด รวมถึงระบบ A-MED Care Plus และระบบการเบิกจ่ายกับ สปสช.

ภาพจาก : nhso

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ กล่าวว่า สวทช. ได้ดำเนินการแก้ไขและป้องกันระบบภายใน 1 ชั่วโมงหลังได้รับแจ้งจากสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) โดยได้ย้ายฐานข้อมูลชั่วคราวไปยังคลาวด์ภาครัฐ (GDCC) ที่มีความปลอดภัยสูงแทน

จากการตรวจสอบพบว่า ข้อมูลที่อาจถูกเข้าถึงได้เป็นข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ นามสกุล อีเมล และเบอร์โทรศัพท์ของผู้รับบริการแพทย์แผนไทย ซึ่ง สวทช. ได้แจ้ง สปสช. และได้แจ้งความต่อกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อติดตามหาผู้กระทำผิดและดำเนินคดีจนถึงที่สุด พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันความเสี่ยงทางไซเบอร์ในอนาคต

ทั้งนี้ สปสช. ได้แนะนำให้ประชาชนที่เคยรับบริการแพทย์แผนไทยในคลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่น ระมัดระวังอย่าหลงเชื่อ SMS หรือโทรศัพท์จากมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อหลอกให้กดลิงก์หรือโอนเงิน หากพบเหตุการณ์ดังกล่าวให้แจ้งสายด่วน สปสช. 1330

สวทช. และ สปสช. ได้กล่าวขออภัยต่อผู้ใช้บริการแพทย์แผนไทยเป็นอย่างยิ่ง และจะนำบทเรียนครั้งนี้มาเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ภาพจาก : nhso

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...