โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กิน-ดื่ม

บาร์เปิดใหม่น่าไปลอง 2025 ประจำเดือนกุมภาพันธ์

LSA Thailand

อัพเดต 12 มี.ค. 2568 เวลา 01.04 น. • เผยแพร่ 11 ก.พ. 2568 เวลา 10.00 น. • Lifestyle Asia Thailand
บาร์เปิดใหม่น่าไปลอง 2025

รวมลิสต์ บาร์เปิดใหม่น่าไปลอง 2025 ที่ทางทีม Lifestyle Asia Thailand จะพาไปดื่มยาว ๆ จนถึงสิ้นปี ไม่ว่าจะเป็นบาร์ลับ บาร์ใหม่ คอนเซปต์ไหน พวกเราก็รวบรวมมาไว้แล้วจนครบ

เพราะที่นี่คือประเทศกรุงเทพฯ ดังนั้นแน่นอนว่าจะมีสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ และนี่คือบาร์ที่ดีที่สุดในกรุงเทพในเดือนกุมภาพันธ์นี้ สำหรับ บาร์เปิดใหม่น่าไปลอง 2025

Relate article

บาร์เปิดใหม่น่าไปลอง 2025 ประจำเดือนมกราคม

คาเฟ่ย่านพระราม 2 กับ 7 ร้านที่คุณไม่ควรพลาด

บาร์เปิดใหม่น่าไปลอง 2025 ประจำเดือนกุมภาพันธ์

เข้าสู่เดือนแห่งความรัก ไม่ว่าคุณจะกำลังมีความรัก หมดรัก หรือบอกเพื่อนว่า “มันซับซ้อน” เป็นปีที่สองแล้ว ที่บาร์ดี ๆ ที่มีการต้อนรับอย่างอบอุ่นจะทำให้ค่ำคืนของคุณราบรื่นไปด้วยดี เนื่องจากกรุงเทพฯ มีบาร์ใหม่ ๆ และเมนูใหม่ ๆ เกิดขึ้นอยู่เสมอ ดังนั้น จึงมีสถานที่อื่น ๆ อีกมากมายให้คุณได้ไปนั่งและปรนเปรอตัวเอง และมีเดือนไหนจะดีไปกว่าเดือนนี้อีกล่ะ?

Photo Credit: Dry Wave Cocktail Studio
Photo Credit: Dry Wave Cocktail Studio
Photo Credit: Dry Wave Cocktail Studio
Photo Credit: Dry Wave Cocktail Studio
Photo Credit: Dry Wave Cocktail Studio

โต้คลื่นด้วยค็อกเทลคลาสสิกอีกครั้งกับเมนูใหม่ของ Dry Wave Cocktail Studio

นอกเหนือจากการต้อนรับอย่างอบอุ่นแล้ว Dry Wave Cocktail Studio ก็ยังภูมิใจนำเสนอเมนู “Super Classic” อีกด้วย เมนูนี้ใช้ค็อกเทลคลาสสิก 2 ชนิดมาผสมผสานกันเหมือนคลื่น เมื่อผสมผสานกันแล้ว โน้ตต่าง ๆ จะค่อย ๆ อ่อนลงและเข้ากันได้อย่างสวยงามราวกับทะเลอันสงบหลังพายุ โดยปัจจุบันมีการเปิดตัวเครื่องดื่มรุ่นที่สองแล้ว และเปิดตัวค็อกเทลใหม่ 12 ชนิด ที่น่าสนใจคือ ค็อกเทลทั้ง 12 ชนิดนี้เป็นการแนะนำค็อกเทลคลาสสิกที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมหรืออาจถูกลืมไปแล้ว รวมถึงเครื่องดื่มประจำภูมิภาคที่มักพบในบางประเทศ

“Sea, Sand & Sun” เป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของ Sex on the Beach ที่เน้นรสชาติผลไม้ โดยมี Bloody Maria ซึ่งเป็นน้องสาว เป็นเครื่องดื่มมื้อสาย โดยมีส่วนผสมของเหล้ารัม เหล้าพริก มะเขือเทศ แครนเบอร์รี่ น้ำเกลือ พริกไทยขาว และสาหร่ายทะเล ทำให้ได้เครื่องดื่มที่มีรสชาติผลไม้ที่สมดุลและมีกลิ่นที่หอมกรุ่น ต่อกันด้วย “Love Train” เป็นเครื่องดื่มที่มีจิน มะนาว วิสกี้วานิลลา โกโก้ และ Campari ที่ผสมเบอร์รี่ และช็อกโกแลตบิทเทอร์ส ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่าง Bramble คลาสสิกโมเดิร์นและ 20th Century ที่ผสมผสานกลิ่นช็อกโกแลตเข้ากับจินและสมุนไพร ส่วน “Newton’s Law” ทำให้เรารู้สึกอิ่มเอมจนหยุดไม่ได้ โดยเป็นการพบกันที่ไม่น่าเกิดขึ้นระหว่าง Godfather ผู้ส่งต่อจิตวิญญาณ และ Apple Gimlet เครื่องดื่มนี้เป็นการผสมผสานที่สวยงามระหว่างความเปรี้ยวและส่งต่อจิตวิญญาณ ที่ทำจากวิสกี้ แอปริคอท อัลมอนด์ แอปเปิ้ล ถั่วตองก้า และโรยหน้าด้วยออริกาโน ทำให้เป็น บาร์เปิดใหม่น่าไปลอง 2025 ที่ควรไปให้ได้

ข้อมูลเพิ่มเติม: Dry Wave Cocktail Studio
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 19.00-01.30 น. (ศุกร์-เสาร์ เปิดถึง 02.00 น.)
สถานที่: ชั้น 2 อาคาร SODALITY, เลขที่ 263 ซอยทองหล่อ 13, กรุงเทพฯ
สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด: BTS ทองหล่อ
คะแนนรีวิวของ Google: 4.9/5

Photo Credit: Abar Rooftop
Photo Credit: Abar Rooftop
Photo Credit: Abar Rooftop
Photo Credit: Abar Rooftop
Photo Credit: Abar Rooftop

Abar Rooftop รีเฟรชเมนู ‘Districts of Bangkok’ ใหม่ด้วยค็อกเทลสร้างสรรค์แบบสดใหม่

เมนูของ Abar Rooftop ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกรุงเทพฯ โดยเฉพาะสถานที่และเขตต่าง ๆ ที่ก่อร่างสร้างตัวจนเป็นกรุงเทพฯ เพราะสถานที่ต่าง ๆ ประกอบขึ้นเป็นวัฒนธรรม และในทางกลับกัน วัฒนธรรมต่าง ๆ ก็เสริมสร้างความรู้สึกถึงสถานที่อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสถานที่นั้น ๆ ซึ่งทำให้เมืองหลวงแห่งนี้มีชีวิตชีวา สนุกสนาน และพลุกพล่านไปด้วยผู้คน จนกลายมาเป็นรากฐานของมรดกอันล้ำค่าและเรื่องราวอันพิเศษของเราอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้น การเลือกสถานที่มาเป็นค็อกเทลนั้นเปรียบเสมือนการเลือกวัฒนธรรมที่มาเป็นตัวแทน และเมนูใหม่นี้ให้ความรู้สึกเช่นนั้นจริง ๆ สำหรับการต้อนรับ บาร์เปิดใหม่น่าไปลอง 2025

เครื่องดื่มที่มีชื่อเดียวกันนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก Golden Mountain (ภูเขาทอง) โดยเป็นวิสกี้มอลต์ผสมชาคาโมมายล์ เวอร์มุทหวานล้างด้วยข้าวคั่ว เสิร์ฟบนน้ำแข็งทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนประดับแผ่นทองคำ และข้าวเกรียบกรอบ ต่อด้วย “Boat Noodle” (ก๋วยเตี๋ยวเรือ) ที่นำร้านก๋วยเตี๋ยวเรือชื่อดังรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิมาเสิร์ฟบนดาดฟ้า โดยใช้จิน ข่า ผักชี ผักชีฝรั่ง ใบเตย โหระพา และน้ำมันกระเทียมเล็กน้อย ตบด้วย “Monkey Cheeks” (แก้มลิง) ได้แรงบันดาลใจจากระบบชลประทานแก้มลิงภายในสวนร้อยปีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำมาทำเป็นเครื่องดื่มจากเมซคาล ผสมเชอร์รี่ฟิโน อากาเว น้ำเกลือมะกอก และน้ำมะนาว

ข้อมูลเพิ่มเติม: Abar Rooftop
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 18.00-01.00 น.
สถานที่: โรงแรม แบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค, เลขที่ 199 ซอยสุขุมวิท 22, แขวงคลองตัน, เขตคลองเตย, กรุงเทพฯ
สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด: BTS พร้อมพงษ์
คะแนนรีวิวของ Google: 4.4/5

Photo Credit: Bar Near Me
Photo Credit: Bar Near Me
Photo Credit: Bar Near Me
Photo Credit: Bar Near Me
Photo Credit: Bar Near Me

Bar Near Me บาร์น้องใหม่ บรรยากาศสบาย แต่น่าทึ่งสำหรับเครื่องดื่มค็อกเทล

Bar Near Me เป็นบาร์น้องใหม่ในกลุ่มบาร์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรารู้จักกันในชื่อซอย นานาเยาวราช (Nana Chinatown) โดยบาร์แห่งนี้เสิร์ฟค็อกเทลรสชาติเข้มข้นในบรรยากาศสบาย ๆ คล้ายห้องนั่งเล่น ด้วยผนังสีเขียว เคาน์เตอร์บาร์ที่ทำจากหิน ซึ่งต่างจากภาพวาดที่ประดับประดาอยู่ทั่วไป คุณจะรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ผ่อนคลาย และมองดูรถที่วิ่งผ่านไปมาบนถนนด้านนอก

เมนูค็อกเทลของที่นี่นำเสนอวัฒนธรรมของเยาวราชด้วยส่วนผสมที่หาได้ในท้องถิ่น โดยมีรสชาติที่ซับซ้อนแต่ไม่ซับซ้อนเกินไป เริ่มต้นด้วย “Pickled Lime Soup เป็นจินฟิซรสเผ็ดเล็กน้อยที่มีส่วนผสมของแตงโมฤดูหนาวและน้ำเชื่อมมะนาวดอง น้ำมะนาว โซดา ไข่ขาว และน้ำมันกระเทียมสองสามหยด ต่อด้วย“Kopi” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกาแฟสไตล์ไทย โดยผสมโอเลี้ยงออฟฟี่ลงในวิสกี้ จับคู่กับเวอร์มุตแห้ง น้ำเชื่อมกาแฟน้ำผึ้ง และราดด้วยครีมอบเชย ตบด้วย “Herbal Jade” เป็นค็อกเทลที่มีส่วนผสมของเหล้ารัมขาว พร้อมแอบซินธ์ น้ำเกรปฟรุต น้ำมะนาว และน้ำเชื่อมที่ทำจากเจียวกู่หลาน ซึ่งเป็นไม้เลื้อยชนิดหนึ่งที่ใช้ในยาจีน

เป็นบาร์เปิดใหม่น่าไปลอง 2025 ที่คุณไม่ควรพลาด

ข้อมูลเพิ่มเติม: Bar Near Me
เวลาทำการ: อังคาร-อาทิตย์ 18.00-24.00 น.
สถานที่: เลขที่ 689 ถนนไมตรีจิตร, แขวงป้อมปราบ, เขตพร้อมปราบศัตรูพ่าย, กรุงเทพฯ
สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด: MRT หัวลำโพง
คะแนนรีวิวของ Google: 4.8/5

Photo Credit: SvalBardBkk
Photo Credit: SvalBardBkk
Photo Credit: SvalBardBkk
Photo Credit: SvalBardBkk

SvalBardBkk เปิดตัวพร้อมเสิร์ฟค็อกเทลสุดอลังการย่านหนองแขม

สำหรับผู้ที่ไม่แน่ใจว่าหนองแขมอยู่ที่ไหน โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ทางตะวันตกสุดของกรุงเทพฯ ห่างจากทางเข้าจังหวัดสมุทรสาครเพียง 10 นาที แน่นอนว่านี่เป็นสถานที่ที่ไม่น่าจะมีบาร์ค็อกเทล แต่ทีมงานบาร์ที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและเมนูค็อกเทลที่จริงจังทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายปลายทางที่ยอดเยี่ยมเมื่อใดก็ตามที่คุณบังเอิญอยู่ใกล้ ๆ พวกเขายังเสิร์ฟเมนูอาหารนานาชาติพร้อมกลิ่นอายของไทย ทำให้ SvalBard เป็นสถานที่ที่ควรไปตั้งแต่เช้าจรดค่ำ สำหรับ บาร์เปิดใหม่น่าไปลอง 2025

เมนูค็อกเทลของที่นี่มีเครื่องดื่มคลาสสิกที่ดัดแปลงมาเพื่อให้คุณได้ลองสัมผัสถึงความแปลกใหม่ของเครื่องดื่มชนิดนี้ เมนูไฮไลท์ ได้แก่ “To Night” ค็อกเทลรสขมซ่าผสม Campari และโทนิกที่ทำจากน้ำมะพร้าวและส้มโอ อีกทั้งยังมี บูร์บง Old-Fashioned ที่มีรสชาติหวานแบบลูกอมบัตเตอร์สก็อตช์ และมาร์ตินี่ที่มีกลิ่นหอมเหมือนดอกกุหลาบที่เพิ่งจัดใหม่ ๆ

ข้อมูลเพิ่มเติม: SvalBardBkk
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 16.00 น. เป็นต้นไป
สถานที่: เลขที่ 20 SvalBard, ถนนเพชรเกษม, แขวงหนองค้างพลู, เขตหนองแขม, กรุงเทพฯ
สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด: MRT บางแค
คะแนนรีวิวของ Google: 5/5

Photo Credit: The Reading Room Bangkok
Photo Credit: The Reading Room Bangkok
Photo Credit: The Reading Room Bangkok
Photo Credit: The Reading Room Bangkok

The Reading Room Bangkok นำเสนออาหารกลางเมืองย่างกุ้งผ่านค็อกเทล

ร้าน The Reading Room ซึ่งเพิ่งเปิดใหม่เมื่อไม่นานนี้ที่ชั้น 2 ของร้าน Rangoon Tea House ในย่านทองหล่อ บอกว่า “ร้านได้รับแรงบันดาลใจจากห้องสมุดในตัวเมืองย่างกุ้ง เมนูของเราบอกเล่าเรื่องราวของส่วนต่าง ๆ ของเมืองที่เรารัก” เมนูของร้านมาพร้อมกับแผนที่พร้อมข้อความว่าเครื่องดื่มแต่ละชนิดได้แรงบันดาลใจมาจากอะไร รวมถึงค็อกเทลสูตรพิเศษของทางร้าน ซึ่งทั้งสองอย่างล้วนใช้วัตถุดิบจากเอเชียใต้ ที่น่าสนใจคือ ค็อกเทลคลาสสิกอย่าง Pegu Club ที่มีต้นกำเนิดในเมืองย่างกุ้ง

“Sarkies Spritz” เป็นการแสดงความเคารพต่อพี่น้องตระกูล Sarkies ที่เปิดโรงแรม The Strand ในปี 1901 เครื่องดื่มนี้เป็นเครื่องดื่มแบบสปริตซ์ แม้ว่าบาร์ของโรงแรมจะขึ้นชื่อเรื่องเครื่องดื่มรสเปรี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งทำจากไวน์สปาร์กลิง ลิลลี่ โรเซ่ เหล้าเอลเดอร์ฟลาวเวอร์ และเมล็ดเจีย ส่วนค็อกเทลอีกแก้วหนึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก The Rangoon Turf Club ซึ่งน่าสนใจตรงที่ไม่ใช่ Turf Club แต่เป็น Bellini คลาสสิกจากเมืองเวนิสที่ผสมโยเกิร์ต โซจู และท็อปด้วยเอสปูมาลำไย มากกว่านั้น ยังมี ค็อกเทลซิกเนเจอร์ที่เหลือที่รวมถึงค็อกเทลชื่อ “Dua Lipa” ซึ่งน่าจะตั้งตามนักร้องและนักแต่งเพลงชาวแอลเบเนียชื่อดัง เครื่องดื่มเป็นค็อกเทลทรงสูงที่ทำจากจิน ผสมเอลเดอร์ฟลาวเวอร์ แตงกวาหมัก อัญชัน และท็อปด้วยโทนิค

ข้อมูลเพิ่มเติม: The Reading Room Bangkok
เวลาทำการ: เปิดทุกวัน 18.00-01.00 น.
สถานที่: Rangoon Tea House, 6 ซอยแสงชัย ,แขวงพระโขนง, เขตคลองเตย, กรุงเทพฯ
สถานีรถไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุด: BTS ทองหล่อ
คะแนนรีวิวของ Google: 4.6/5

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

Hero & Featured Photo Credit: Dry Wave Cocktail Studio via IG

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...