โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

อสังหาฯ เดิมพันไตรมาส 2/68 ฝ่า 3 ด่าน ‘แผ่นดินไหว-ลดค่าโอน-ภาษีทรัมป์’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 เม.ย. 2568 เวลา 08.34 น. • เผยแพร่ 12 เม.ย. 2568 เวลา 10.00 น.

คอลัมน์ : รายงานพิเศษ ผู้เขียน : เมตตา ทับทิม

ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร คำเปรียบนี้น่าจะเหมาะที่สุดกับสถานการณ์วงการอสังหาริมทรัพย์บ้านเรา

อีกจิ๊ดเดียว…กำลังจะปิดฉากอย่างสวยงามสำหรับไตรมาส 1/68 จากการมีข่าวดีระลอกแรกหลังจากลุ้นตัวโก่ง 2 ปีเต็ม ทางแบงก์ชาติประกาศปลดล็อก LTV-Loan to Value เปิดให้ขอสินเชื่อ 100% ซื้อบ้านและคอนโดมิเนียมทุกหลัง (ไม่จำกัดหลังแรกหรือหลัง 2-3-4) และทุกระดับราคา เริ่ม 1 พฤษภาคม 2568-30 มิถุนายน 2569

ฉากแฮปปี้ตามติดด้วยสรุปผลงานมหกรรมบ้านและคอนโด ครั้งที่ 47 จัดขึ้นระหว่าง 20-23 มีนาคมที่ผ่านมา ยอดจองซื้อในงานดับเบิลเป็น 12,000 ล้านบาท เทียบกับงานครั้งที่ 46 ที่มียอดจองซื้อในงาน 6,000 ล้านบาท

อารมณ์คึกต้องมาสะดุดจาก “อนาคตที่คาดเดาไม่ได้” อย่างน้อย 2 เรื่องด้วยกัน เรื่องแรกเหตุการณ์แผ่นดินไหว 8.2 ริกเตอร์ ที่มีจุดศูนย์กลางในประเทศเมียนมา ส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ออนท็อปด้วยมาตรการเก็บภาษีของสหรัฐอเมริกา หรือจะเรียกว่าภาษีทรัมป์ก็ว่าได้ ในวันประกาศใช้ 2 เมษายนในสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าเป็นมาตรการที่จะทำให้ America Wealth Again

ภาพสะดุดจากมวลปัจจัยลบก้อนใหญ่ที่ถาโถมเข้ามาในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้หลายคนเริ่มตั้งคำถาม อนาคตอีก 9 เดือนที่เหลือของปี 2568 ภาคอสังหาริมทรัพย์จะเดินต่อไปในทิศทางไหน

แผ่นดินไหว-ภาษีทรัมป์พ่นพิษ

ประเด็นนี้มีคำตอบ โดย “ภัทรชัย ทวีวงศ์” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มภาพรวมการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยของประเทศไทยในปี 2568 คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก 3 ปัจจัยสำคัญ มีทั้งปัจจัยภายนอกประเทศที่มีผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

ถึงแม้ฝุ่นยังไม่หายตลบ แต่ก็พอจะมองภาพแบบมีจุดโฟกัสได้คมชัดระดับหนึ่งว่า แนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังคงเผชิญความไม่แน่นอนในระยะสั้นถึงระยะกลาง

ทั้งนี้ เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 1/68 สร้างความวิตกกังวลในหมู่ผู้บริโภคและนักลงทุนเกี่ยวกับความปลอดภัยของโครงการอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ซึ่งอาจทำให้ผู้ซื้อหรือผู้ลงทุนชะลอการตัดสินใจในการลงทุนในโครงการใหม่ หรือการโอนกรรมสิทธิ์ที่มีความเสี่ยงสูง

ล่าสุด การประกาศขึ้นภาษีสินค้าจากประธานาธิบดีทรัมป์ที่ 37% สำหรับประเทศไทย คาดการณ์ว่าจะเป็นอีกปัจจัยลบสำคัญที่กระทบต่อภาพรวมการโอนกรรมสิทธ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สหรัฐลดระดับช็อปคอนโดฯ ไทย

ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร คอลลิเออร์ส ประเทศไทย มองว่า จากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอาจส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง ทำให้เกิดความชะลอตัวในตลาดอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากนักลงทุนในตลาดต่างประเทศอาจลดการลงทุนหรือระมัดระวังในการลงทุน

และถ้าผู้บริโภคในสหรัฐมีการบริโภคลดลง หรือหันไปซื้อสินค้าจากประเทศอื่นแทน ก็อาจทำให้การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในไทยที่มีการพึ่งพาตลาดสหรัฐปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์ของกำลังซื้อสหรัฐอเมริกาในปี 2567 ที่ผ่านมา ตกลงมาอยู่อันดับที่ 5 จากลำดับที่ 3 ในปี 2566 ที่มีมูลค่าการโอนอยู่ที่ 2,297 ล้านบาท จำนวน 436 หน่วย

เฉพาะในส่วนของมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ในปี 2567 ปรับตัวลดลง 28.8% และในส่วนจำนวนยูนิตปรับตัวลดลง 30.9%

สะท้อนภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่เน้นลูกค้าชาวต่างชาติอาจได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากภาษีที่สูงขึ้นอาจส่งผลให้ราคาบ้านหรือคอนโดฯในประเทศไทยมีราคาสูงขึ้น และส่งผลให้ลูกค้าต่างชาติที่สนใจจะซื้ออสังหาฯไทยมีความลังเล

หากราคาสูงเกินไป หรือการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในไทยไม่สามารถให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า อาจทำให้ความต้องการในการซื้ออสังหาริมทรัพย์จากนักลงทุนต่างชาติหดตัวลง

แนวโน้มโอนติดลบ -3% ถึง -5%

คอลลิเออร์สคาดการณ์ว่า ในปี 2568 มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ในตลาดอสังหาฯ มีแนวโน้มลดลงโดยรวมประมาณ -3% ถึง -5% เมื่อเทียบกับปี 2567 คิดเป็นมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์อยู่ในช่วง 502,000-512,270 ล้านบาท เทียบกับมูลค่าการโอนในปี 2567 ที่มีจำนวน 528,420 ล้านบาท โดยการลดลงนี้จะมีผลกระทบอย่างมากในกลุ่มบ้านและคอนโดฯ ระดับกลาง-บน เนื่องจากอุปสรรคจากปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อที่ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม คอนโดมิเนียมในกลุ่มราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทยังคงมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง เพราะมีความต้องการจากผู้ซื้อในระดับกลาง-ล่าง ยังคงมีกำลังซื้อสูง และสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีราคาเข้าถึงได้

“โดยรวมแล้ว แม้ตลาดที่อยู่อาศัยปีนี้จะเผชิญกับความท้าทายอุบัติใหม่ ขณะที่ปัญหาสะสมจากความยากลำบากในการขอสินเชื่อ แต่ก็พบว่าสินค้าคอนโดฯ ตลาด Affordable และบ้านหรูยังคงมีความแข็งแกร่ง อยู่ที่การปรับตัวให้เหมาะสมกับดีมานด์ที่แท้จริงของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางการโอนในปีนี้”

แนะรัฐออก 4 มาตรการเร่งด่วน

นำมาสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายถึงรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 ที่เผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยหลายประการ รัฐบาลควรเร่งรัดดำเนินมาตรการคู่ขนาน เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ซื้อ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในกลุ่มคอนโดฯ และบ้านกำลังซื้อระดับกลาง-ล่าง ซึ่งในข้อเท็จจริงยังคงมีความต้องการสูงในตลาด

โดยมีข้อเสนอแนะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ ดังนี้

1.การปรับลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนอง ที่ผ่านมาเป็นตัวช่วยลดภาระต้นทุนของผู้ซื้อและส่งเสริมการซื้อขายในตลาดที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะในภาคที่มีผู้ซื้อระดับกลาง-ล่าง

2.การจัดทำมาตรการส่งเสริมสินเชื่อที่เข้าถึงได้ง่าย เช่น การปรับลดดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อบ้าน หรือการขยายระยะเวลาผ่อนชำระ จะช่วยเสริมสร้างกำลังซื้อของประชาชน และลดอุปสรรคในการลงทุนอสังหาฯ

3.การส่งเสริมการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยในพื้นที่ที่มีศักยภาพ จะสามารถช่วยเพิ่มความต้องการในตลาดได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการสนับสนุนผู้พัฒนาโครงการให้หันมาพัฒนาอสังหาฯ ในระดับราคาที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อไม่สูง แต่ยังคงต้องการที่อยู่อาศัยในราคาที่เอื้อมถึงได้

4.รัฐบาลสามารถสนับสนุนการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพสูง โดยการควบคุมมาตรฐานการก่อสร้างและการบริหารจัดการในตลาดอสังหาริมทรัพย์

โดยรวมแล้ว หากรัฐบาลสามารถดำเนินมาตรการอย่างน้อย 4 มาตรการนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดอสังหาฯไทยในระยะยาว ที่สำคัญช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับตลาดทั้งในด้านการลงทุนและการซื้อขายอสังหาฯ ในทุกระดับราคา

คอนโดฯ 10 ล้านโอน -19.9%

ทั้งนี้ จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) ฝ่ายวิจัยและการสื่อสารของคอลลิเออร์ส ประเทศไทยพบว่า หากพิจารณาจำนวนยูนิตสำหรับการโอนกรรมสิทธิ์ของตลาดคอนโดฯไทยในปี 2567 พบว่าปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.7% เมื่อเทียบกับปี 2566 โดยเฉพาะในระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งมีการเติบโตสูงในทุกช่วงระดับกลาง-ล่าง (ดูกราฟิกประกอบ)

แบ่งเป็นคอนโดฯ ราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทมีการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น 11.5% ส่วนช่วงระดับราคาช่วง 1.01-2.00 ล้านบาท ก็มีการเติบโตที่ดี โดยเพิ่มขึ้น 15.4% และ 16.6% ตามลำดับ สะท้อนถึงความต้องการที่สูงในตลาดคอนโดมิเนียมสำหรับผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อระดับกลาง-ล่าง แม้ว่าอุปสรรคด้านการเข้าถึงสินเชื่อจะยังคงมีอยู่ และยังคงเป็นปัญหาที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้พัฒนา

ขณะเดียวกัน คอนโดฯ ในช่วงระดับราคาสูงกว่า 3 ล้านบาท แสดงถึงการเติบโตที่ต่ำมาก โดยเฉพาะในช่วงระดับราคามากกว่า 5 ล้านบาท จุดโฟกัสดูที่การโอนกรรมสิทธิ์ลดลงถึง -15.7% ในช่วงระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาท สาเหตุอาจมาจากการยากลำบากในการขอสินเชื่อจากธนาคาร รวมถึงความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของกลุ่มผู้ซื้อที่มีรายได้สูง

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการโครงการยังคงเน้นพัฒนาโครงการในระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในตลาดที่ยังคงมีศักยภาพในการเติบโต

จากข้อมูลพบว่ามูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดฯ ประเทศไทยในปี 2567 ตลาดโดยรวมปรับตัวลดลง -2.5% จากปี 2566 โดยช่วงระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทยังคงมีการเติบโตที่แข็งแกร่ง

เช่น ช่วงราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทมีการเติบโต 10% ขณะที่ช่วงราคาสูงกว่า 5 ล้านบาท แสดงถึงการชะลอตัวอย่างชัดเจน โดยมีการลดลงมากถึง -19.9% ในกลุ่มที่มีราคามากกว่า 10 ล้านบาท

การชะลอตัวของการโอนคอนโดฯ ระดับราคาสูง สะท้อนถึงการเข้าถึงสินเชื่อที่ยากขึ้น และปัจจัยความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค สวนทางกับการเติบโตในกลุ่มราคาต่ำ สะท้อนถึงความต้องการที่ยังคงแข็งแกร่งในตลาดคอนโดฯระดับกลาง-ล่าง

บ้านต่ำ 10 ล้านร่วง-บ้านหรูรอด

จากข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์บ้านจัดสรรประเทศไทยในปี 2567 พบว่าโดยรวมมีการโอนลดลง -7.9% เมื่อเทียบกับปี 2566 โดยเฉพาะในกลุ่มบ้านจัดสรรในช่วงราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท แสดงการลดลงที่ชัดเจน โดยในช่วงราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทและ 1.01-1.50 ล้านบาท ลดลง -7.5% และ -7.8% ตามลำดับ

ในส่วนช่วงราคาตั้งแต่ 1.51-3 ล้านบาทมีการโอนลดลงที่มากถึง -12.5% และ -20.2% ซึ่งสะท้อนถึงความชะลอตัวในตลาดบ้านราคาปานกลาง-บน

ในขณะที่กลุ่มราคาสูงกว่า 3 ล้านบาท เช่น ในช่วงระดับราคา 3.01-5.00 ล้านบาท ลดลง -4.9% และช่วงระดับราคาสูงกว่า 5 ล้านบาทมีการลดลงเล็กน้อยในบางช่วง

อย่างไรก็ตาม ช่วงระดับราคามากกว่า 10 ล้านบาทมีการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น 3.9% ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการในตลาดบ้านหรูที่ยังคงมีอยู่ แม้ว่าจะมีการชะลอตัวในบางกลุ่มราคาลงอย่างชัดเจนในตลาดโดยรวม

จากข้อมูลการโอนกรรมสิทธิ์บ้านแนวราบในปี 2567 พบว่ามีการโอนลดลงโดยรวม -10.6% เมื่อเทียบกับปี 2566 โดยกลุ่มบ้านที่มีราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทมีการโอนลดลงอย่างชัดเจน

เช่น กลุ่มราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาท ลดลง 7.0% และกลุ่ม 1.01-1.50 ล้านบาท ลดลง 7.5% ส่วนกลุ่มราคาสูงกว่า 3 ล้านบาทยังคงมีการโอนลดลงในบางช่วง เช่น กลุ่ม 7.51-10.00 ล้านบาท ลดลง 12.8%

แม้ว่าจะมีการโอนลดลงในหลายระดับราคา แต่กลุ่มราคามากกว่า 10 ล้านบาทยังคงมีการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 12.0% ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการในตลาดบ้านหรูที่ยังคงมีอยู่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อสังหาฯ เดิมพันไตรมาส 2/68 ฝ่า 3 ด่าน ‘แผ่นดินไหว-ลดค่าโอน-ภาษีทรัมป์’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...