โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“เอพริล เบเกอรี่” ซัพพลายเบเกอรี่ 7-11 รับยอดขายปี67 เข้าเป้าเพราะ “ช็อกโกแลตดูไบ”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 12 มี.ค. 2568 เวลา 17.12 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. 2568 เวลา 10.12 น.

“ช็อกโกแลตดูไบ” ฮอตเกินต้าน 7 หมื่นชิ้นต่อวันไม่พอขาย อุ้มยอดขายทั้งปี “เอพริล เบเกอรี่” เข้าเป้าโต 20% รายได้ 630 ลบ. ปี 68 ยังฮอตไม่เลิกคาดขายต่อได้ยาว ๆ ถึงกลางปี เตรียม“ช็อกโกแลตดูไบ” เวอร์ชั่น 2 ขึ้นเชลฟ์ ลุยต่อไร่โกโก้ 10 ไร่สร้างสตอรี่แบรนด์พร้อมโกอินเตอร์บุกอเมริกา สิงคโปร์ จีน ปักธงรายได้ “พันล้าน” ในปี 70

12 มี.ค. 68 - นางกนกกัญจน์ มธุรพร ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงหาฟู้ดส์ อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือแบรนด์ เอพริล เบเกอรี่ เปิดเผยว่า

“เอพริล เบเกอรี่” วางขายขนมและเบเกอรี่ใน 7-11 มากว่า 5 ปี ในปี 2567 ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าช่วงต้นปีผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่ายทำให้ยอดขายของ “เอพริล เบเกอรี่” ไม่ได้ตามเป้าที่ตั้งไว้

แต่ในช่วงสิ้นปี “ช็อกโกแลตดูไบ” เป็นกระแสไวรัลใน Social Media บริษัทจึงพัฒนา ช็อกโกแลตดูไบ ในราคา 39 บาทเข้าไปขายใน 7-11 ซึ่งผู้บริหารยอมรับว่าความยากคือการทำรสชาติที่อร่อยในราคาที่ 39 บาท เพราะหากตั้งราคาสูงกว่านี้จะทำให้ “ขายยาก” ซึ่งผลที่ตามมาคือการตอบรับที่ดีจนเข้ามาช่วยดันยอดขายทั้งปี 2567 ได้ตามเป้า และสินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการ

เอพริล เบเกอรี่

“ช็อกโกแลตดูไบเราคิดสูตรเองจากกระแสในโซเชียลและเสนอขายใน 7-11 ช่วงที่ล๊อนซ์ออกมาเราโดนกระแสลบเกือบ 100% ทั้งรสชาติช็อกโกแลตไม่อร่อย สู้ตัวแพงไม่ได้ แต่กลับกลายเป็นว่าคนยิ่งตามและยอดขายโตขึ้น จนถึงตอนนี้ยอดขายก็ยังไม่ตกเราคาดว่าอย่างน้อย ๆกลางปีก็ยังสามารถทำยอดขายได้ แต่ก็มีแพลนตัวอื่นของดูไบช็อกโกแลตเตรียมไว้แล้ว”

โดยปกติ “เอพริล เบเกอรี่” ป้อนสินค้าเข้า 7-11 วันละ 50,000 -70,000 ชิ้นต่อวัน แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นมาถึง 180,000 ชิ้นต่อวันรวมทุก SKU และเฉพาะช็อกโกแลตดูไบเพียง SKU เดียวประมาณ 70,000 ชิ้นต่อวัน ขณะที่ 7-11 ต้องการให้ซัพพลายสูงถึง 260,000 ชิ้นต่อวัน แต่กำลังการผลิตของของบริษัทยังไม่เพียงพอแม้ว่าจะมีการเพิ่มพนักงานผลิตจาก500 คนจนถึงปัจจุบัน 1,200 คนแล้วก็ตาม

นอกจากนี้ในปี 2567 บริษัทยังได้ลงทุนซื้อที่ดินและโรงงานเพิ่มราว ๆ 50 ล้านบาท ไม่รวมต่อเติมโรงงาน 30 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้สามารถขยายกำลังการผลิตได้ถึง 300,000 ชิ้นต่อวัน รวมไปถึงการลงทุนเครื่องจักรเกือบ 20 ล้านบาทในส่วนของการผลิตช็อกโกแลตดูไบโดยเฉพาะ

“ทุกปีเราตั้งเป้าเติบโตไม่ต่ำกว่า 10 - 20% ปีที่แล้วเรากังวลว่าจะโตไม่ถึงเป้าเพราะยอดไม่หนีจากปี 66 มาก แต่พอมีช็อกโกแลตดูไบเข้ามาในช่วงเดือนธันวาคมก็สามารถทำให้เราเติบโตได้ในยอดที่เราต้องการ ปีที่แล้วเราปิดรายได้ที่ 630 ล้านบาทเติบโต20%”

ปัจจุบันสินค้าของเอพริล เบเกอรี่ แบ่งเป็น พายอบสดหน้าร้าน ซัพพลายเบเกอรี่ให้ร้านกาแฟกว่า 100สาขา และซัพพลายเบเกอรี่ที่ให้ 7-11 กว่า 14,000 สาขาทั่วประเทศ โดย7-11 ยังครองสัดส่วนรายได้ กว่า80% หน้าร้าน 15% และช่องทางอื่นๆ 5%

“เรามีสินค้าที่วางจำหน่ายใน7-11 ประมาณ 18 SKU โดยฮีโร่โปรดักส์ตอนนี้คือ ช็อกโกแลตดูไบ เปี๊ยะลาวาไข่เค็ม ซึ่งขายดีต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 และสุดท้ายเค้กทุบซึ่งขายดีมากในช่วงวาเลนไทน์ที่ผ่านมาพีคสุด 4-5 หมื่นชิ้นต่อวัน และทุกปีเราจะล๊อนซ์สินค้าใหม่ใน7-11 ประมาณ 24 โพรดักซ์”

นอกจากนี้ในปีที่ผ่านมาบริษัทยังได้ไปโรดโชว์ในหลายประเทศทั้งเวียดนาม ฮ่องกง เกาหลีและสิงคโปร์ ทำให้สามารถขยายไลน์การขายของไปที่เวียดนามผ่านอิออน อีมาร์ท บิ๊กซี และกัมพูชาผ่านมาสเตอร์แฟรนไชส์

สำหรับเป้าหมายปี 2568 นี้ผู้บริหารกล่าวต่อไปว่า “เราอยากเห็นขนมเค้กไวรัลที่อเมริกา เราอยากเอาสินค้าของเราไปขายที่คอสโก้ในรูปแบบของ Frozen ตัวแรกที่จะนำเข้าไปได้น่าจะเป็น ช็อกโกแลตดูไบ และ เปี๊ยะรสใหม่ ที่กำลังจะล๊อนซ์ใน 7-11 เร็ว ๆ นี้ เพราะอเมริกาห้ามนำเข้าหมู ไข่ แต่สินค้าของเรามีทั้งหมู ไข่และเนื้อสัตว์ และภายใน 3 ปีเราอยากขยายตลาดไปยังสิงคโปร์และจีน”

เอพริล เบเกอรี่
เอพริล เบเกอรี่

ขณะเดียวกันมองการเติบโตด้านรายได้ปี 2568 ไว้ราว ๆ 20% และคาดหวังรายได้ทะลุ 1,000 ล้านบาทในปี 2570

“เราตั้งเป้าพันล้านในปี 70 แต่ตอนนี้เราสามารถทำยอดขายได้เดือนละ 90 ล้านบาท และหากสามารถเมนเทนรายได้ต่อเดือนให้อยู่ในระดับนี้ได้แม้ว่าในอนาคตช็อกโกแลตดูไบอาจจะยอดตก แต่เราจะต้องหาสินค้าแฟชั่นตัวอื่นเข้ามาเสริมซึ่งเราจะช้าไม่ได้ เราต้องยอมรับว่าตอนนี้ไดรฟ์เวอร์หลักตอนนี้มาจากเมนูแฟชั่นทั้งนั้นเลย ซึ่งมีความเสี่ยงที่สินค้าจะเลิกฮิต

แต่เมื่อเราก้าวเข้ามาแล้วก็ต้องวิ่งแฟชั่นไปเรื่อย ๆ หยุดไม่ได้ เพราะการที่จะขายแต่สินค้าหลักหรือเปี๊ยะไปเรื่อย ๆ ยอดขายก็คงไม่เติบโตเท่านี้ แต่ 7-11 ก็ยังอยากให้เราให้ความสำคัญกับเปี๊ยะไว้ เพราะมองว่าเราทำได้ดีและยังไม่มีเจ้าไหนที่จะมาแข่งในเรื่องเปี๊ยะ แต่เมนูแฟชั่นก็เป็นตัวทำเงินให้เราได้เพราะฉะนั้นต้องพัฒนาทั้งสองตัวไปคู่กันเพื่อให้ยอดขายอยู่ระดับนี้ไปทุก ๆ เดือนเราอาจแตะพันล้านได้ในปีนี้เลยก็เป็นไปได้”

อย่างไรก็ตามความท้าทายตอนนี้คือราคาวัตถุดิบโดยเฉพาะ “ช็อกโกแลต” ที่ปีนี้ราคาเพิ่มขึ้น 400% แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น บริษัท มีการบริหารจัดการวัตถุดิบโดยสั่งซื้อล็อตใหญ่ล่วงหน้าและมัดจำวัตถุดิบทั้งปีไว้ ทำให้ยังสามารถจัดการยอดขายและต้นทุนได้

“แต่ถ้าช็อคโกแลตที่มัดจำไว้หมดอาจจะต้องคุยกับทาง 7-11ในการลดไซส์ แต่เราจะพยายามไม่ขึ้นราคา เพราะเราขึ้นราคาสินค้าตัวอื่นจาก 39 บาทเป็น 41-42 บาทมาแล้ว ซึ่งยอดขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด และเรายังลงทุนกว่า 10 ล้านบาทซื้อที่ดิน 10 ไร่ในเชียงใหม่เพื่อทำไร่โกโก้ซึ่งตอนนี้ลงกล้าปลูกไปแล้ว 1,000 ต้น

เมื่อเราลงมาเล่นตลาดช็อกโกแลตแล้วเราไม่อยากให้คนรู้จัก เอพริล เบเกอรี่ แล้วลืมไปเมื่อกะแสช็อกโกแลตดูไบดับ เราอยากมี product Hero ที่เป็นช็อกโกแลตอื่นๆ ซึ่งโกโก้ล็อตแรกน่าจะเริ่มเห็นผลผลิตในช่วงปลายปีนี้แต่ยังไม่สามารถนำมาใช้ในไลน์การผลิตได้

เพราะเป้าหมายในการลงทุนคือเราต้องการสร้างสตอรี่แบรนด์ ตั้งแต่การทำสวนโกโก้ ร้านช็อกโกแลต มาถึงเมนูช็อกโกแลต เพื่อให้สามารถเล่นหรือชูโรงกับเมนูช็อกโกแลตต่อได้และในอนาคตเราอาจจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในการขายช็อกโกแลตก็ได้”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...