“เงินบาท” แข็งค่าขึ้น 2.7% ช่วง ม.ค.68 วิตกการค้าโลก-ตลาดหุ้นดิ่ง MUFG คาด Q2 อ่อนค่าแตะ 36 บาท/ดอลล์
"เงินบาท" แข็งค่าขึ้น 2.7% ช่วง ม.ค.68 วิตกความตึงเครียดด้านการค้าโลกที่เพิ่มมากขึ้น-ตลาดหุ้นในประเทศดิ่ง MUFG คาด Q2 อ่อนค่าแตะ 36 บาท/ดอลล์
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การที่ค่าเงินบาทของไทยแข็งค่าขึ้นในปี 2568 สะท้อนถึงผลกระทบจากความตึงเครียดด้านการค้าโลกที่เพิ่มมากขึ้น และการตกต่ำของหุ้นของประเทศ
ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 2.7% ในช่วงเดือนมกราคม 2568 แตะที่ 33.817 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อวันที่ 13 ก.พ.68 ซึ่งถือเป็นการปรับตัวขึ้นที่ดีที่สุดในบรรดาสกุลเงินในเอเชีย แต่ MUFG Bank Ltd. คาดว่าค่าเงินบาทอาจอ่อนค่าลงแตะ 36 บาทต่อดอลลาร์ในไตรมาสที่ 2 หลังจากที่แรงหนุนตามฤดูกาลในช่วงต้นปีเริ่มหมดแรง
ทั้งนี้ค่าเงินแข็งค่าขึ้นในขณะที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ยังคงงดเว้นการเรียกเก็บภาษีการค้าครั้งใหญ่กับประเทศในเอเชีย ยกเว้นจีน รวมถึงไทย ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ระบุว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากสงครามภาษีมากที่สุด ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงยังช่วยหนุนค่าเงินของประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ แม้ว่าหุ้นของประเทศจะร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564
ลอยด์ ชาน นักยุทธศาสตร์ด้านสกุลเงินของ MUFG กล่าวว่า“ในที่สุดค่าเงินบาทของไทยก็จะอ่อนค่าลง ส่งผลให้เกิดความแตกต่างกับตลาดหุ้น เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นในไตรมาสที่ 2 ในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว แรงกดดันการไหลออกของเงินปันผล และการดำเนินการด้านภาษีศุลกากรเพิ่มเติมที่อาจเกิดขึ้นภายหลังการทบทวนการค้าของสหรัฐ ซึ่งกำหนดจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 1 เมษายน 2568”
อ้างอิง : bloomberg.com