นับหนึ่งเปลี่ยนค่ายทหาร โคราช สู่สนามบินพาณิชย์ อิงโมเดล 'อู่ตะเภา' งบ 1.6 พันล้าน
นับหนึ่งเปลี่ยนกองบิน 1 เป็นสนามบินพาณิชย์ ใช้เวลากว่า 6 ปี งบร่วมพันล้าน
เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ที่ห้องประชุมหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายกิตติศักดิ์ ธีระวัฒนา รอง ผวจ.นครราชสีมา เป็นประธานการประชุมร่วมกับคณะทำงานขับเคลื่อนการเปิดเส้นทางการบินพาณิชย์ใน จ.นครราชสีมา ตามคำสั่งจังหวัดนครราชสีมา ที่ 1641/2568 โดยมี นาวาอากาศเอกพิชญาณ อะสีติรัตน์ ผู้บังคับการกองบิน 1 นครราชสีมา นายสุรวุฒิ เชิดชัย อดีตนายกเทศมนตรีนคร (ทน.) นครราชสีมา นายไพจิตร มานะศิลป์ ประธานหอการค้านครราชสีมา ผู้แทนกองทัพภาคที่ 2 สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ท่าอากาศยานนครราชสีมา ศูนย์ควบคุมการบินนครราชสีมา สภาอุตสาหกรรมนครราชสีมา
โดยมีอำนาจหน้าที่พิจารณาดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขและขออนุญาตจัดตั้งสนามบิน การจัดตั้งให้มีเขตปลอดภัยการเดินอากาศ การขอใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะและการจัดให้มีผู้จัดการสนามบินสาธารณะขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) รวมทั้งประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ซึ่งต้องรายงานความคืบหน้า ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะให้ทราบต่อเนื่อง
ผบ.กองบิน 1 ชี้แจงภารกิจดูแลความมั่นคงทางอากาศตลอดแนวชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก มีฝูงเครื่องบินขับไล่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย ต้องพร้อมขึ้นบินตลอด 24 ชั่วโมง ได้ภายใน 5 นาที
น.อ.สมภูมิ สุนทรา รองผู้อำนวยการกองมาตรฐานสนามบินและการบริการการเดินอากาศ กล่าวว่า สนามบินมิใช่ถนนที่จะเอารถมาวิ่งได้ทันที ต้องผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้องการเปิดสนามบินให้บริการแก่สาธารณะไปตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเดินอากาศ พ.ศ.2497 (ฉบับที่แก้ไขเป็นปัจจุบัน) มาตรา 60/1 ภายใต้มาตราบังคับ 60/34 สนามบินอนุญาตที่ขึ้นลงชั่วคราวจะเปิดให้บริการแก่สาธารณะได้ต่อเมื่อได้รับใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะจากผู้อำนวยการเท่านั้น
น.อ.สมภูมิเผยว่า สถานภาพของสนามบินโคราชพบประเด็นไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ได้แก่ ระบบไฟฟ้าสนามบิน, Grid Maps, คราบยางสะสมบนทางวิ่ง, ป่าไม้กีดขวางแนวร่อนทางวิ่ง 06, จำนวนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัย, รถ Command Post, ตำแหน่งติดตั้งตู้ RSU,ตำแหน่งติดตั้งสถานี Glide Path, Runway Strip 140 m North, Distance Remaining Signs (Frangibility), Markings, ความลาดชันตามยาวของทางวิ่ง, ยางหยอดรอยต่อลานจอด, ป้ายบังคับ ป้ายข้อมูล, ระบบไฟฟ้าไม่มีเสถียรภาพที่ดี, ระบบ Access Control เขตการบิน, คู่มือดำเนินงานสนามบิน, ชุดป้องกันสารไฮดราซีน, จนท.ควบคุมสิ่งกีดขวางสนามบิน, จนท.หอบังคับการบินไม่มีใบอนุญาต, ระบบ X-Ray อาคารผู้โดยสาร, การจัดเก็บ, ค่าบริการสนามบิน, การจัดเก็บค่าบริการ ATC
สรุปข้อจำกัดของสนามบินโคราชในเบื้องต้น
1.ในห้วงระยะเวลาการฝึกร่วม ฝึกผสม มีปริมาณการจราจรทางอากาศหนาแน่น เฉลี่ย 1 ปี ฝึก 7 เดือน
2.ในห้วงระยะเวลาการฝึกร่วม ฝึกผสม มีความต้องใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สูงมาก
3.การติดตั้งอุปกรณ์ตาข่ายรองรับและสายหน่วงความเร็วอากาศยานทั้งแบบ Gear Arrestors และ Net Barriers ปลายทางทั้ง 2 ด้าน ซึ่งไม่เหมาะกับการใช้ทางวิ่งของเครื่องบินพาณิชย์
4.พื้นที่คลังกระสุนและวัตถุระเบิด
5.มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เคร่งครัด ส่งผลให้ต้องใช้งบประมาณสูง
ทั้งนี้ ได้ยกตัวแบบแผนปฏิบัติการเพื่อพัฒนา ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ให้เป็นท่าอากาศยานเชิงพาณิชย์แห่งที่ 3 ครม.มีมติมอบให้ให้กองทัพเรือเป็นผู้ดำเนินโครงการพัฒนาและปรับปรุงจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวก ใช้เวลา 6 ปี 4 เดือน งบลงทุนกว่า 1,624 ล้านบาท ซึ่งกองบิน 1 ต้องดำเนินการตามโมเดลนี้ คาดใช้เงินลงทุนน้อยกว่า แต่เวลาดำเนินงานอาจมากกว่า
ด้าน นายไพจิตร มานะศิลป์ ประธานหอการค้านครราชสีมา เปิดเผยว่า ขอบคุณกองทัพอากาศที่ไม่ขัดข้องและยินดีสนับสนุน รวมทั้งให้ข้อมูลครอบคลุมที่เป็นขั้นตอนกระบวนการต่างๆ เมื่อทราบความชัดเจน หลังเดินผิดทางร่วม 10 ปี ทุกภาคส่วนได้ผลักดันให้ใช้กองบิน 1 เป็นสนามบินพาณิชย์แทนสนามบินหนองเต็ง อ.เฉลิมพระเกียรติ
นายไพจิตรกล่าวว่า วันนี้ถือเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนสนามบินทหารเป็นสนามบินพาณิชย์ ใช้เวลาอย่างน้อย 6 ปี ต้องผ่านการตรวจสอบของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ผลการศึกษาความเป็นไปได้ใหม่ (Feasibility Study) เพื่อให้แน่ใจสนามบินสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและป้องกันปัญหาเปิดบริการแล้วต้องปิดตัวลง เพื่อเป็นความหวังชาวโคราชจะได้เดินทางด้วยสายการบินพาณิชย์จากบ้านเกิดอีกครั้ง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นับหนึ่งเปลี่ยนค่ายทหาร โคราช สู่สนามบินพาณิชย์ อิงโมเดล ‘อู่ตะเภา’ งบ 1.6 พันล้าน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th