โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมอุ้งเท้าแมวถึง 'นุ่มนิ่ม' ทั้งที่น้องหมาแข็งและด้าน ส่วนที่น่ารักนี้มีประโยชน์อย่างมาก

Environman

อัพเดต 28 ก.พ. 2568 เวลา 07.34 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2568 เวลา 12.00 น.

ทำไมแมวถึงมีเท้าที่ ‘นุ่มนิ่ม’ แต่น้องหมากลับแข็งด้าน อุ้งเท้ากลม ๆ และมีสีชมพูเป็นก้อนเล็ก ๆ นี้ถูกเรียกว่า ‘toe beans’ ซึ่งเป็นความน่ารักที่แทบไม่พบสัตว์อื่นเลย

แมวเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่เดาใจได้ยาก บางครั้งพวกมันก็เรียกร้องความสนใจราวกับเด็กน้อยแต่ก็ปฏิเสธความเอ็นดูของเราราวกับคนที่โกรธกันมา จนทาสแมวถึงกับงุนงงว่าพวกเขาทำอะไรผิดมารึเปล่า สิ่งนี้ดูเหมือนจะเกิดขึ้นวิทยาศาสตร์ด้วยเช่นกัน เมื่อนักวิจัยศึกษาแมว พวกเขาก็พบแต่ความประหลาดใจรวมถึงเรื่องเท้านุ่มนิ่มของมันด้วย

toe beans หรือก้อนสีชมพูนุ่มนิ่มใต้อุ้งเท้าของแมวนั้นเป็นสิ่งที่เจ้าของหลายคนหลงใหล แต่เมื่อนักวิทยาศาสตร์มองไปรอบตัว คำถามก็เกิดขึ้น ‘ทำไมแมวถึงมีอุ้งเท้าที่นุ่มนิ่มเช่นนี้?’ ทั้ง ๆ สัตว์เลี้ยงอื่น ๆ อย่างสุนัขกลับแข็งและด้าน สัตว์ป่าตามธรรมชาติอื่น ๆ ด้วยเช่นกันพวกมันทั้งหมดต่างมีอุ้งเท้าที่พร้อมลุยทุกสถานการณ์

“ในบางแง่แล้ว คำถามนั้นไม่ใช่ว่าทำไมแมวถึงมี toe beans นี้” Jonathan Losos นักชีววิทยาวิวัฒนาการจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันในเซนต์หลุยส์ และผู้เขียนหนังสือ ‘The Cat's Meow: How Cats Evolved from the Savanna to Your Sofa’ กล่าว

อันที่จริงแล้วสมาชิกส่วนใหญ่ของสัตว์กินเนื้อในอันดับอนุกรมวิธานที่ประกอบด้วยแมว สุนัข หมาป่า หมี แรคคูน และนากนั้นต่างก็มีอุ้งเท้าในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งของตัวเอง ดังนั้นจึงต้องย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นก่อนว่าทำไมสัตว์ทั้งหมดเหล่านี้ถึงมีอุ้งเท้า

#วิวัฒนาการอันยาวไกล

Losos กล่าวว่า อุ้งเท้า นั้นอาจมีวิวัฒนาการมาตั้งแต่เมื่อประมาณ 50 ล้านปีก่อน เมื่อกลุ่มสัตว์ที่เรียกว่า Carnivora (หนึ่งในอันดับทางอนุกรมวิธานของสัตว์กินเนื้อ) เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก

“มันเป็นลักษณะที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน และผมคาดว่าส่วนใหญ่แล้วทั้งหมดต่างมีจุดประสงค์เดียวกัน” เขาเสริม

สำหรับสัตว์ในกลุ่ม Carnivora แล้ว อุ้งเท้านั้นมีหน้าที่สำคัญ 2-3 อย่างนั่นคือช่วยในการวิ่ง กระโดด และลงอย่างนุ่มนวล Losos ระบุว่าอุ้งเท้าจะทำหน้าที่เหมือนตัวดูดซับแรงกระแทก แต่แมวนั้นมีความพิเศษกว่า โดยเนื้อเยื่อไขมันที่อยู่ภายในอุ้งเท้าแมวนั้นมักเชื่อมอยู่กับคอลลาเจน

สิ่งนี้ทำให้อุ้งเท้าแมวโดยเฉพาะส่วน toe beans นี้นุ่มเด้งกว่าสัตว์ทั่วไปซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการดูดซับแรงกระแทก และเห็นเหตุผลว่าทำไมแมวไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อมันตกลงมาจากที่สูง งานวิจัยก่อนหน้าชี้ให้เห็นว่าอุ้งเท้านี้จะแข็งแรงขึ้นเมื่อถูกกดทบเช่นตอนที่ตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง

ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขายังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าในระดับเซลล์แล้ว อุ้งเท้านั้นเต็มไปด้วยไขมันรูปวงรีที่ดูดซับพลังงาน และป้องกันไม่ให้แมวเกิดความไม่มั่นคงเมื่อลงพื้น toe beans ของแมวนั้นมีประสิทธิภาพมากจนนักวิทยาศาสตร์เคยศึกษาอย่างเจาะลึกเพื่อนำไปสร้างรองเท้าที่ดีขึ้นให้กับทหารพลร่ม

ขณะที่สัตว์อย่างสุนัขเองก็มีอุ้งเท้าและก้อนเนื้อที่คล้ายแมวบนฝ่าเท้า แต่มีความแข็งและด้านกว่าเนื่องจากพวกมัน ‘ถนัด’ วิ่งมากกว่าซึ่งช่วยให้สัตว์อย่างหมาป่าวิ่งไปบนพื้นได้แทบทุกรูปแบบโดยไม่ได้รับบาดเจ็บบริเวณเท้า

#พริ้วไหวดั่งสายลม

อุ้งเท้าแมวนี้ยังมีประโยชน์อีกอย่างคือยังช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการยึดเกาะ หากไม่มีอวัยวะชนิดนี้แมวจะลื่นไถลไปมาเนื่องจากขนตามอุ้งเท้าของมัน toe beans ที่ไร้ขนนี้จึงเป็นเหมือนตัวดูดที่ยึดแมวไว้กับพื้น นอกจากนี้อุ้งเท้าแมวยังเป็นบริเวณเดียวที่มีต่อมเหงื่อ ซึ่งหมายความว่าพวกมันสามารถระบาย ‘เหงื่อ’ ออกมาได้ทางนี้ทางเดียวเท่านั้น

“คุณอาจสังเกตเห็นรอยเท้าเปียกเมื่อแมวมีอาการเครียดกว่าปกติ” Amy Shojai ที่ปรึกษาพฤติกรรมสัตว์กล่าว “เหงื่อที่อุ้งเท้าอาจช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกายได้เล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่แล้วแมวจะพึ่งพาการเลียขนตัวเองเพื่อให้เย็นลง”

Shojai เสริมว่าโดยทั่วไปแล้วสีของ toe beans นั้นมักจะมีความสัมพันธ์กับสีขนของแมวแต่ละตัว หากแมวมีสีขนเข้ม toe beans ก็มักจะเข้มตามเช่นดำหรือน้ำตาล ส่วนขนสีอ่อนจะสัมพันธ์กับสีชมพู และแมวที่มีหลายสีก็อาจมี toe beans ที่มีหลายสีได้เช่นกัน

ดังนั้นการใส่ใจอุ้งเท้าแมวก็เป็นอีกหนึ่งในวิธีที่เจ้าของสามารถสังเกตสุขภาพแมวได้ เช่น หากมีสีเปลี่ยนไป บวม หรือแห้งมากเกินไป ควรรีบนำน้องแมวไปหาสัตว์แพทย์เพื่อตรวจอาการ สิ่งเหล่านี้เกิดจากวิวัฒนาการที่มีมาอย่างยาวนานและช่วยให้แมวเป็นแมว และที่สำคัญยังชนะใจมนุษย์ได้อีกด้วย

“(อุ้งเท้า)พวกมันน่ารักจริง ๆ” Losos กล่าว

ที่มา

https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/31467873/

https://www.mdpi.com/2073-4360/14/16/3270

https://www.livescience.com/…/why-do-cats-have-toe-beans

Photo: Sonyachny/Envato

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...