ทำไมอุ้งเท้าแมวถึง 'นุ่มนิ่ม' ทั้งที่น้องหมาแข็งและด้าน ส่วนที่น่ารักนี้มีประโยชน์อย่างมาก
ทำไมแมวถึงมีเท้าที่ ‘นุ่มนิ่ม’ แต่น้องหมากลับแข็งด้าน อุ้งเท้ากลม ๆ และมีสีชมพูเป็นก้อนเล็ก ๆ นี้ถูกเรียกว่า ‘toe beans’ ซึ่งเป็นความน่ารักที่แทบไม่พบสัตว์อื่นเลย
แมวเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่เดาใจได้ยาก บางครั้งพวกมันก็เรียกร้องความสนใจราวกับเด็กน้อยแต่ก็ปฏิเสธความเอ็นดูของเราราวกับคนที่โกรธกันมา จนทาสแมวถึงกับงุนงงว่าพวกเขาทำอะไรผิดมารึเปล่า สิ่งนี้ดูเหมือนจะเกิดขึ้นวิทยาศาสตร์ด้วยเช่นกัน เมื่อนักวิจัยศึกษาแมว พวกเขาก็พบแต่ความประหลาดใจรวมถึงเรื่องเท้านุ่มนิ่มของมันด้วย
toe beans หรือก้อนสีชมพูนุ่มนิ่มใต้อุ้งเท้าของแมวนั้นเป็นสิ่งที่เจ้าของหลายคนหลงใหล แต่เมื่อนักวิทยาศาสตร์มองไปรอบตัว คำถามก็เกิดขึ้น ‘ทำไมแมวถึงมีอุ้งเท้าที่นุ่มนิ่มเช่นนี้?’ ทั้ง ๆ สัตว์เลี้ยงอื่น ๆ อย่างสุนัขกลับแข็งและด้าน สัตว์ป่าตามธรรมชาติอื่น ๆ ด้วยเช่นกันพวกมันทั้งหมดต่างมีอุ้งเท้าที่พร้อมลุยทุกสถานการณ์
“ในบางแง่แล้ว คำถามนั้นไม่ใช่ว่าทำไมแมวถึงมี toe beans นี้” Jonathan Losos นักชีววิทยาวิวัฒนาการจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันในเซนต์หลุยส์ และผู้เขียนหนังสือ ‘The Cat's Meow: How Cats Evolved from the Savanna to Your Sofa’ กล่าว
อันที่จริงแล้วสมาชิกส่วนใหญ่ของสัตว์กินเนื้อในอันดับอนุกรมวิธานที่ประกอบด้วยแมว สุนัข หมาป่า หมี แรคคูน และนากนั้นต่างก็มีอุ้งเท้าในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งของตัวเอง ดังนั้นจึงต้องย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นก่อนว่าทำไมสัตว์ทั้งหมดเหล่านี้ถึงมีอุ้งเท้า
Losos กล่าวว่า อุ้งเท้า นั้นอาจมีวิวัฒนาการมาตั้งแต่เมื่อประมาณ 50 ล้านปีก่อน เมื่อกลุ่มสัตว์ที่เรียกว่า Carnivora (หนึ่งในอันดับทางอนุกรมวิธานของสัตว์กินเนื้อ) เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก
“มันเป็นลักษณะที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน และผมคาดว่าส่วนใหญ่แล้วทั้งหมดต่างมีจุดประสงค์เดียวกัน” เขาเสริม
สำหรับสัตว์ในกลุ่ม Carnivora แล้ว อุ้งเท้านั้นมีหน้าที่สำคัญ 2-3 อย่างนั่นคือช่วยในการวิ่ง กระโดด และลงอย่างนุ่มนวล Losos ระบุว่าอุ้งเท้าจะทำหน้าที่เหมือนตัวดูดซับแรงกระแทก แต่แมวนั้นมีความพิเศษกว่า โดยเนื้อเยื่อไขมันที่อยู่ภายในอุ้งเท้าแมวนั้นมักเชื่อมอยู่กับคอลลาเจน
สิ่งนี้ทำให้อุ้งเท้าแมวโดยเฉพาะส่วน toe beans นี้นุ่มเด้งกว่าสัตว์ทั่วไปซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการดูดซับแรงกระแทก และเห็นเหตุผลว่าทำไมแมวไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อมันตกลงมาจากที่สูง งานวิจัยก่อนหน้าชี้ให้เห็นว่าอุ้งเท้านี้จะแข็งแรงขึ้นเมื่อถูกกดทบเช่นตอนที่ตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง
ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขายังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าในระดับเซลล์แล้ว อุ้งเท้านั้นเต็มไปด้วยไขมันรูปวงรีที่ดูดซับพลังงาน และป้องกันไม่ให้แมวเกิดความไม่มั่นคงเมื่อลงพื้น toe beans ของแมวนั้นมีประสิทธิภาพมากจนนักวิทยาศาสตร์เคยศึกษาอย่างเจาะลึกเพื่อนำไปสร้างรองเท้าที่ดีขึ้นให้กับทหารพลร่ม
ขณะที่สัตว์อย่างสุนัขเองก็มีอุ้งเท้าและก้อนเนื้อที่คล้ายแมวบนฝ่าเท้า แต่มีความแข็งและด้านกว่าเนื่องจากพวกมัน ‘ถนัด’ วิ่งมากกว่าซึ่งช่วยให้สัตว์อย่างหมาป่าวิ่งไปบนพื้นได้แทบทุกรูปแบบโดยไม่ได้รับบาดเจ็บบริเวณเท้า
อุ้งเท้าแมวนี้ยังมีประโยชน์อีกอย่างคือยังช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการยึดเกาะ หากไม่มีอวัยวะชนิดนี้แมวจะลื่นไถลไปมาเนื่องจากขนตามอุ้งเท้าของมัน toe beans ที่ไร้ขนนี้จึงเป็นเหมือนตัวดูดที่ยึดแมวไว้กับพื้น นอกจากนี้อุ้งเท้าแมวยังเป็นบริเวณเดียวที่มีต่อมเหงื่อ ซึ่งหมายความว่าพวกมันสามารถระบาย ‘เหงื่อ’ ออกมาได้ทางนี้ทางเดียวเท่านั้น
“คุณอาจสังเกตเห็นรอยเท้าเปียกเมื่อแมวมีอาการเครียดกว่าปกติ” Amy Shojai ที่ปรึกษาพฤติกรรมสัตว์กล่าว “เหงื่อที่อุ้งเท้าอาจช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกายได้เล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่แล้วแมวจะพึ่งพาการเลียขนตัวเองเพื่อให้เย็นลง”
Shojai เสริมว่าโดยทั่วไปแล้วสีของ toe beans นั้นมักจะมีความสัมพันธ์กับสีขนของแมวแต่ละตัว หากแมวมีสีขนเข้ม toe beans ก็มักจะเข้มตามเช่นดำหรือน้ำตาล ส่วนขนสีอ่อนจะสัมพันธ์กับสีชมพู และแมวที่มีหลายสีก็อาจมี toe beans ที่มีหลายสีได้เช่นกัน
ดังนั้นการใส่ใจอุ้งเท้าแมวก็เป็นอีกหนึ่งในวิธีที่เจ้าของสามารถสังเกตสุขภาพแมวได้ เช่น หากมีสีเปลี่ยนไป บวม หรือแห้งมากเกินไป ควรรีบนำน้องแมวไปหาสัตว์แพทย์เพื่อตรวจอาการ สิ่งเหล่านี้เกิดจากวิวัฒนาการที่มีมาอย่างยาวนานและช่วยให้แมวเป็นแมว และที่สำคัญยังชนะใจมนุษย์ได้อีกด้วย
“(อุ้งเท้า)พวกมันน่ารักจริง ๆ” Losos กล่าว
ที่มา
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/31467873/
https://www.mdpi.com/2073-4360/14/16/3270
https://www.livescience.com/…/why-do-cats-have-toe-beans
Photo: Sonyachny/Envato