มิค ชมเมียอ้อนเก่ง เบนซ์ มั่นใจสวยขึ้น ยอมให้ทำการบัาน หวานครบรอบ 21 ปี
หวานมากแม่ มิค บรมวุฒิ-เบนซ์ พรชิตา ควงกันมาเล่าโมเมนต์สุดหวาน ครบรอบ 21 ปี พร้อมเล่าความฝันของคุณพ่อมิคที่ฝันถึงลูกสาวคนโต กังวลขั้นสุด
คุณพ่อ คุณแม่ ลูก 3 มิค บรมวุฒิ-เบนซ์ พรชิตา ที่วันนี้ควงกันมาเล่าโมเมนต์สุดหวานที่เบนซ์ พรชิตา เซอร์ไพร์สคุณสามี มิค บรมวุฒิ ในวันครบรอบ 21 ปี กลางโซเชียล พร้อมเล่าความฝันของคุณพ่อมิคที่ฝันถึงลูกสาวคนโต น้องปริม จนทำให้ตื่นขึ้นมากังวลขั้นสุด เล่าเรื่องราวสุดแปลกได้ยินเสียงกระซิบจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในรายากรคุยแซ่บ Show ทางช่องOne31 ที่มี หนิง ปณิตา และ ซินแสเป็นหนึ่ง เป็นพิธีกร
สมกับการเซอร์ไพร์สแต่งงาน รอบนี้รอบที่?
มิค : “ครบ 21 ปี”
เบนซ์ : “แต่งงานไม่ถึง”
มิค : “แต่งงานปีนี้จะครบ 12 แต่ที่เป็นแฟนกันครบ 21 ปี วันที่ตกลงเป็นแฟนกันคือวันที่ 26 เมษา เมื่อ 21 ปีที่แล้ว”
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาทางคุณภรรยาเซอร์ไพรส์คุณสามีในรอบกี่ปี?
เบนซ์ : “ในรอบหลายปี ไม่ได้ซื้อของให้พี่มิคนานมาก คือวันนั้นมาถ่ายรายการคุยแซ่บนี่แหละ เราก็คิดในใจว่าเราควรจะซื้ออะไรให้พี่มิคดีมั้ยไม่ได้ซื้อนานแล้ว จะพาไปกินข้าวก็ไม่ใช่จังหวะ ปีนี้ไม่สะดวกไปกินข้าวกันสองคนแน่ๆ ก็เลยคิดว่าเอาซักหน่อยแล้วกันเค้าจะได้รู้สึกว่าใส่ใจอยู่นะ ก็เลยคิดว่าที่พอจะซื้อไหว ก็น่าจะเป็นแหวนนี่แหละ แล้วแหวนก็ไม่ได้ซื้อนานมากแล้ว”
มิค : “นาน นานจริง”
เห็นว่าก่อนที่เซอร์ไพรส์นี้จะสำเร็จคุณบรมวุฒิบ่นว่าภรรยาหายไปไหน ทำไมกลับบ้านช้า?
มิค : “ใช่ คือวันนั้นเรามีนัดฟิตติ้งที่บ้าน แล้วผมก็รีบกลับไปฟิตติ้ง ผมก็เอ๊ะทำไมเบนซ์ยังไม่ถึง ทำไมเลทขนาดนี้จนทุกคนเริ่มกร่อย แล้วเบนซ์กลับมาถึงเกือบ 2 ทุ่มกว่า เลทไป 2 ชั่วโมงกว่า”
เบนซ์ : “คิดว่าตอนแรกเสร็จจากรายการประมาณ 4 โมงครึ่ง 5 โมง ขับรถไปพารากอนให้รถติดก็น่าจะซัก 6 โมง ซื้อของแป๊ปเดียว อาจจะเลทซัก 15-20 นาที เค้าคงไม่ว่าอะไร อันนี้คิดเอง พี่เค้ารอได้แหละ ฟิตติ้งพี่มิคก่อน แต่วันนั้นเป็นวันศุกร์แล้วรถติดสุดๆ เลยกว่าจะถึงพารากอน 6 โมงครึ่ง กว่าจะได้จอดรถ กว่าจะได้ลงไปซื้อ กว่าจะกลับถึงบ้าน 2 ทุ่ม”
ระหว่างนั้นพี่มิคมีโทร.ถามเบนซ์มั้ยว่าอยู่ไหน?
มิค : “ก็ถามเรื่อยๆ เค้าก้บอกว่ารถติดหนักมาก”
แต่รู้ใช่มั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่ตรงต่อเวลา ถ้าพี่มิคตาม?
เบนซ์ : “โดยปกติคนนี้ไม่ได้ตาม แต่หนูก็ไม่ได้ไปไหน หนูไม่เคยทำอะไรประหลาดเลยคือเสร็จทุกอย่างกลับบ้าน ไม่เคยทำอะไรแปลกๆ
มิค : “แต่วันนั้นรถติดจริง คนฟิตติ้งก็มาช้า เราถึงบ้านก็สาย ก็เลยคิดว่ารถมันคงติดจริง ไม่มีระแคะระคายเลย แต่ที่แอบช็อกกว่าคือเราคิดว่าเราจะชวนเค้าไปซื้อแหวนปีนี้ ตอนที่เบนซ์มาให้มิคยังสารภาพไปเลยว่าเป็นความคิดที่อยู่ในใจมิคหนึ่งอย่างที่อยากจะซื้อให้เค้าแต่คงต้องไปเลือกด้วยกันเพราะว่าแหวนที่แต่งงานเค้าก็ไม่ใส่ แหวนที่เอาไว้ใส่เล่นนิ้วนางเค้าก็ยังใส่ไม่ได้ ก็คิดว่าไม่ได้ให้แหวนกันมานานแล้วลองชวนเค้าไปมั้ย”
พอเบนซ์ทำอะไรให้แบบนี้แล้วหัวใจเรามันพองโตขนาดไหน?
มิค : “ใจฟู อย่างที่เค้าบอกปกติเค้าจะเป็นคนที่อยู๋นิ่งๆ กลายเป็นเราต่างหากที่ให้ของขวัญเค้าทุกปี มันรู้สึกแปลกมากกลายเป็นว่าปีนี้ผมไม่มีเวลาไปซื้อของขวัญให้เค้า แต่กลายเป็นเค้าให้ คือทุกปีไม่ได้คาดหวังอยู่แล้วเพราะว่าเค้าไม่ค่อยได้มีอะไร”
เบนซ์ : “ตอนแรกคิดในใจหรือพรุ่งนี้ไปทานอาหารกลางวันแล้วให้ตอนกลางวันดีมั้ย ไม่เอาดีกว่าเดี๋ยวดูเอิกเกริกลูกจะมาวุ่นวาย ให้ทั้งชุดนอนนั่นแหละ(หัวเราะ) ที่ให้นั่นคือชุดนอนนางจะนอนแล้ว ลูกหลับหมดแล้ว”
โมเมนต์ตอนเอามาให้พูดจาหวานๆ กันมั้ย?
เบนซ์ : “ไม่ได้พูดอะไรนะ แค่บอกว่าหนูซื้อมาฝาก เค้าก็ดีใจแล้วแหละ”
มิค : “ไม่ได้พูดอะไรเลย”
อ.เป็นหนึ่ง : “ในฐานะที่คลุกคลีกับเค้ามา พี่มิคเหมือนกับเป็นคนขาดความอบอุ่นอย่างรุนแรง ส่วนพี่เบนซ์นิสัยเหมือนผู้ชาย เวลานั่งรถไปไหนด้วยกันแต่ถ้าพี่เบนซ์ยื่นอะไรให้พี่มิคซักหน่อย พี่มิคดีใจหัวใจพองโต หรือเวลาพี่เบนซ์หลับแล้วก็ไปซบนิดหนึ่งจะยิ้มหวาน พี่เป็นไร ถามหน่อย”
มิค : “น่าจะเหมือนที่อาจารย์บอกขาดความรัก บางทีมันก็เป็นเครื่องเตือนว่าเค้าก็ยังรักเรานะ แต่แค่บางทีส่วนใหญ่เค้าอยู่กับลูก เค้าให้เวลากับลูก บางทีเราก็อาจจะไปคิดเยอะไปว่าเค้าไปให้เวลากับลูกจนลืมเราหรือเปล่า”
คู่นี้หวานกันมากๆ ทะเลาะกันแทบจะไม่มีเลย?
มิค : “มี”
อ.เป็นหนึ่ง : “อันนี้แอบเข้าข้างพี่หนิง เราเห็นเหมือนกับทะเลาะกันน้อยลง มีมุมที่ต่างคนต่างเข้าใจกันมากขึ้น”
เบนซ์ : “ก็เข้าใจกันมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้หวานขนาดนั้น หนูก็ยังเป็นหนูเหมือนเดิมก็ยังเฉยๆ แบบนี้แหละ แล้วก็ยังตีกันเป็นเรื่องธรรมชาติ”
มิค : “อาจารย์พูดถูกทุกอย่างมันเบาลง ถ้าสมัยก่อนบางอย่างเบนซ์พูดไม่เข้าหูอาจจะมีขึ้น ผมพูดไม่เข้าหูอาจจะมีขึ้น แต่ช่วงหลังคือปล่อยผ่านไป งอนน้อยลงแล้วหายไวขึ้น”
อยากจะรู้ว่ามันด้วยอะไรหรือเพราะน้องพี่เชื่อในสิ่งที่บอกไปบางอย่างด้วยมั้ย?
เบนซ์ : “ส่วนที่ทะเลาะยังไงก็ทะเลาะ ส่วนที่อะไรเบาได้ก็จะเบา อย่างเช่นเรื่องลูกตีกันทุกวัน แต่ว่าอย่างตัวเบนซ์เองเพิ่งใช้เวลาค้นพบนานนะ อย่างที่เค้าพูดว่าจริงๆ แล้วเราควรเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ดูบอบบางและน่าทะนุถนอมแล้วผู้ชายจะรู้สึกว่าฉันปกป้องเธอได้นะ มันเลยทำให้ดูเป็นครอบครัว มันก็ช่วยเหมือนกัน”
มิค : “เค้าก็ทำให้มิครู้สึกอย่างนั้นมาตลอดนะ”
พักหลังเค้ามีความอ้อนเยอะขึ้นมั้ย?
มิค : “อ้อนเยอะขึ้น อย่างที่ทุกคนรู้ว่ามันจะไปพีคมากช่วงมีลูก เค้าไม่มั่นใจตัวเค้าเองว่าเค้าไม่สวย เค้าไม่ให้เราแตะเนื้อต้องตัวอะไรเลย แต่ทุกวันนี้นางกลับมาแล้วก็เริ่มจับได้ ลูบได้ มากอดได้ ทุกอย่างมันเลยดีขึ้นไปหมด”
แสดงว่ายอมให้ทำการบ้านมากขึ้น?
มิค : “ดีขึ้นเยอะ”
มีอยู่เรื่องหนึ่งที่พี่มิครู้สึกว่าทำไมพี่เบนซ์สอนลูกแบบนี้คือเรื่องอะไร?
มิค : “วินัยล้วนๆ เลยครับ เด็กคววรจะนอนเร็วเพราะวันรุ่งขึ้นเค้าต้องตื่นแต่เช้าไปโรงเรียน ผมยื่นคำขาดว่า 1 ทุ่มไม่เกินทุ่มครึ่งขอให้ขึ้นเตียง เพราะกว่าจะขึ้นไปอ่านนิทาน ดูนิทานก่อนนอน เบ็ดเสร็จมันสองทุ่มเกือบครึ่งอยู่ดี ลูกต้องหลับ 2 ทุ่มครึ่ง ปิดไฟแล้วหลับ”
แล้วเบนซ์ทำยังไง?
มิค : “ลูกมาดูนี่ซิแม่เพิ่งได้พัสดุมา มาเปิดเล่นกันมั้ย มันไม่ใช่เวลาไง มันเป็นเวลาที่ลูกควรจะต้องนอน”
เบนซ์ : “ไม่ได้ทุกวัน (หัวเราะ)”
พี่เบนซ์ยอมรับมั้ยว่าผิดเรื่องนี้?
เบนซ์ : “ยอมรับตลอดเลยอาจารย์ ยอมรับแต่แก้ไม่ได้ ต้องคอยให้พ่อมาดุเรื่อยๆ พี่มิคจะเป็นคนคอยตามคอยตบให้เข้าระเบียบ เหมือนพ่อจะเป็นผู้ดุร้าย ถ้าพูดเป็นละครพ่อก็จะเป็นตัวร้าย ส่วนแม่ก็จะทำคะแนนกลัวลูกไม่รัก”
แสดงว่าบ้านนี้ไม่ว่าสถานการณ์อะไรจะต้องมีตัวร้าย 1 คนเสมอ?
มิค : “ผมไม่เคยขอหน้าที่นั้นอาจารย์เห็นอยู่ ผมไม่เคยอยากได้ตำแหน่งนั้น ไม่กินข้าวเดี๋ยวฟ้องพ่อนะ พ่อยังไม่รู้เรื่องเลย พ่อไม่ได้เกี่ยว”
3 แสบเป็นยังไงถ้าไปโบ้ยให้พ่อเป็นตัวร้าย?
มิค : “มันจะรีบทำทันที พ่อแค่เสียงดัง แต่ที่พ่อเสียงดังคือพ่อหยุดทั้งเบนซ์และคนอื่นในบ้านด้วย ว่าทำไมปล่อยให้ลูกทำอะไรไม่เป็นวินัยเลย วันก่อนเพิ่งเกิดเรื่องอันนี้ใหม่เลย คือผมดุเพราะดึกมากแล้วไม่ยอมนอน ก็กอดคอคุยกับลูกบนเตียง พอเราเดินไปจะดุหน้าปริมผสมความกลัวและเกลียดในเวลาเดียวกัน”
เบนซ์ : “เค้าไม่เกลียดหรอก”
มิค : “นั่นคือความรู้สึกของมิคหนูไม่เคยได้ความรู้สึกนั้น ไปถึงปั๊ปผมช็อกเลยนะ ผมเลยปฏิญาณตนว่าต่อไปนี้เราไม่ดุดีมั้ยเราอยากได้โมเมนต์ที่เค้ามี ลูกจะเละยังไงก็ช่างแล้ว (อันนี้งอน) อันนี้งอนจริง ทำไมเราต้องเป็นตัวร้ายเพราะมันคือสิ่งที่แม่ควรทำแต่แม่ไม่ได้ทำ แม่กอดลูกพอเราเข้าไปสิ่งที่เราเห็นแม่ก็จะบอกว่าลูกไม่ได้มองพ่อแบบนั้น นั่นคือความรู้สึกเราที่เราได้มาบ่อยมาก แต่เค้าไม่เคยได้เค้าเลยไม่รู้ ผ่านไปแค่สองชั่วโมงกลับมาเป็นเหมือนเดิม เพราะถ้าปล่อยไปคือเละ”
มีเรื่องที่พี่มิคกลัวฝังใจจนนอนไม่หลับ?
มิค : “เรื่องนี้ต้องโทษสองคนนี้ (ชี้ไปที่เบนซ์กับอาจารย์เป็นหนึ่ง) ในห้องแต่งตัวปริมเค้ามาบอกหนูว่าอะไร เรื่องผู้ชาย เมื่อกี๊ในห้องแต่งตัวอาจารย์รู้ก่อน”
เบนซ์ : “เบนซ์มีอะไรก็คุยกับลูกก็อยากให้เค้าบอกเรา เป็นยังไงชอบใคร เล่นกับใคร สนิทกับใครตอนนี้ เค้าก็จะมาบอกว่าหนูชอบผู้ชายคนนี้ เค้าเล่นกีฬาเก่ง เค้าเป็นคนดี เค้าช่วยหนู ก็ดีลูกถ้าเค้าเป็นผู้ชายแบบนั้นก็น่ารักมาก เบนซ์ก็คิดในใจว่าแต่ปริมต้องบอกพ่อนะ”
มิค : “แต่เค้าไม่ได้บอก เค้าไม่กล้าบอก แต่เค้าไปบอกอาจารย์เป็นหนึ่ง”
อ.เป็นหนึ่ง : “พี่มิค พี่เบนซ์เคยบอกว่า การจะมาบ้านผมได้คือลูกทั้งสามคนไม่เอาใครเลย แต่พอวันเราไปบ้านเค้าครั้งแรกน้องปริมเดินเข้ามาสวัสดีค่ะ แล้วสนิทกับเราเร็วมาก แล้วเค้าก็เดินเข้ามาว่า อาจารย์คะหนูเล่าเรื่องอะไรให้ฟังมั้ย ก็บอกว่าอย่าบอกนะว่าหนูมีแฟน แต่หนูต้องเรียนก่อนนะ หนูต้องเชื่ออาจารย์นะ”
มิค : อันนี้ทั้งหมดมิคไม่รู้ แล้วอยู่ดีๆ วันก่อนไม่นานมานี้มิคฝันว่าไปโกดังนึงเป็นงานโรงเรียนแล้วเห็นปริมมีผู้ชายโอบกอดเหมือนที่เราทำกับภรรยาคือกอดมาจากข้างหลัง แล้วพอปริมเค้าเห็นเงาสะท้อนเราแล้วเค้ารีบสะบัดออกแล้วกอดคอเพื่อนกันพ่อ เราก็ทำเป็นเหมือนไม่เห็น เดินไปจะตามหาเบนซ์ตามไม่เจอ เดินไปอีกที่เจอภาพเดิมอีกไอ้ผู้ชายคนนี้กอดปริมจากข้างหลังพอเราเดินไปปริมสะบัดแล้วกอดเพื่อนผู้ชายกับผู้หญิงแล้วบอกเป็นเพื่อนกัน หลังจากนั้นวิ่งไล่ตามหาเบนซ์จับเกางเกงทำไม่โทรศัพท์ไม่อยู่จะโทร.ถามเบนซ์อยู่ไหนมานี่เดี๋ยวนี้ แล้ววิ่งไปเจอเบนซ์ซื้อของอยู่กระชากแขนมานี่มากับมิค แล้วมิคก็สะดุ้งตื่นเกิดอะไรขึ้น แล้วก็รีบมาเล่าให้เบนซ์ฟังว่ามิคฝันร้ายนอนไม่หลับทั้งคืนเลย”
แล้วพอบอกเบนซ์ เบนซ์ได้พูดมั้ย?
มิค : “นางไม่พูดอะไรทั้งสิ้น จนเย็นนั้นมิคเจอปริมที่บ้านแล้วบอกปริมว่าปริมเมื่อคืนพ่อฝันร้าย พอเล่าให้ปริมฟัง ปริมบอกว่าไม่มีอะไรหรอกพ่อ ก็เลยตัดสินใจพูดไปว่าถ้าวันนึงจะมีแฟนพ่อขอนิดเดียวได้มั้ย ขออะไรพ่อ ให้พ่อได้ช่วยเลือกได้มั้ย เช่นถ้าหนูจะคุยกับคนนี้พ่อช่วยดูได้มั้ย เราเอาเค้ามากินข้าว เรามาดูกันเอามาคุยกันว่าเค้านิสัยน่าจะโอเคมั้ย เอางั้นได้มั้ย ปริมบอกว่าได้เลย โล่งอก”
เบนซ์ : “พ่อเป็นหนักมาก ลูกยังเด็กมากแล้วก็ยังไม่ได้มีแฟนเลย”
มิค : “แต่พอผมไปถามปรางว่า ปรางเวลายูมีแฟนพ่อเลือกด้วยได้มั้ย ปรางบอกว่าได้ ง่ายเลยเร็วๆ แต่ถ้าพ่อไม่ให้ยูมีแฟนได้มั้ย ไม่ได้”
พ่อหล่อขึ้นขนาดนี้ลูกสาวทั้ง 2 คนหวงมาก?
เบนซ์ : “ปรางหนักมาก พ่อไม่เคยโกนหนวดเลยตั้งแต่ปรางเกิดเพราะไม่เคยเห็นพ่อไม่โกนหนวดแล้วก็ไม่เห็นพ่อผอม วั้นนั้นเค้าเสียใจสุดๆ เลยตั้งแต่วันที่กลับมาจากถ่ายอิทช่า เพราะเป็นวันแรกที่ไม่มีหนวด กับมาบ้านมาหาลูกแล้วจับหน้าพ่อทำไมไม่มีหนวดแล้ว แล้วก็ร้องไห้แบบมุดผ้าเข้าไปแล้วก็ร้องไห้ พ่อไม่เหมือนเดิมแล้ว ไม่ใช่พ่อหนู เราไม่เข้าใจว่าความรู้สึกเค้าเป็นยังไง แต่ที่เรารู้สึกได้คือเค้าเสียใจแบบไม่คิดว่าพ่อจะทำแบบนี้”
มิค : “เราก็บอกลูกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวพ่อไว้คืนอยากให้พ่อไว้ใช่มั้ย ปริมล่ะ หนูก็ชอบพ่อมีหนวดโอเคเดี๋ยวพ่อไว้ เราก็ไว้หนวด แล้วต้องไปออกอีก 1 รายการขอให้โกนอีก มิคก็บอกโกนหรอเบนซ์ เบนซ์บอกก็แล้วแต่นะเป็นหนูหนูอยากให้โกน ผมก็โกนแล้วแป๊ปเดียวลูกกลับมาถึงบ้านแล้ววิ่งมาต่อยๆๆ ท้องผมไม่หยุด แล้ววิ่งเข้าไปในห้อง ผมเดินตามปรางเข้าไปแล้วนั่งในมุมร้องแบบสะอึกสะอื้น เค้าก็บอกว่าพ่อโกนหนวดทำไม มิคก็บอกว่าแม่บังคับ เบนซ์ก็บอกว่าในรูปพ่อไม่มีหนวดเวลาไปงานก็จะให้พ่อโกนหนวด รู้มั้ยเค้าพูดว่าอะไร เค้าพูดว่าหนูไม่ชอบที่พ่อถูกบังคับ เค้าเสียใจ แต่จริงๆ ลึกๆ เค้าไม่อยากให้โกน”
มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์กระซิบหู?
มิค : “กระซิบหูคนนี้ครับ” (ชี้ที่อาจารย์เป็นหนึ่ง)
อ.เป็นหนึ่ง : “วันรุ่งขึ้นเราจะไปถ่ายรายการด้วยกัน คืนนั้นฝันว่าที่สโมสรกองทัพเรือมีรุกขเทวดามาเข้าฝัน 2 องค์ วันนี้ให้พาพี่มิคพี่เบนซ์มากราบด้วยนะมาไหว้หน่อย ในความฝันเป็นแบบนั้น ในความฝันก็คือเค้าจะมาหรอท่านเพราะเค้าเป็นซูเปอร์สตาร์เราไม่กล้าบังคับเค้าหรอก พอเจอพี่มิคเราก็บอกว่าเราฝันแบบนี้เดี๋ยวเราไปไหว้กัน พี่มิคก็บอกว่าได้ซิ เดี๋ยวพี่เบนซ์จะตามมาอีกรอบนึง แล้วงานลากยาวถึง 5 ทุ่ม ปิดแล้วไม่ได้ไป”
มิค : “อาจารย์ก็บอกว่าเดี๋ยวหาวันกันใหม่ พอวันรุ่งขึ้นผมมีปัญหาโทร.เข้ามาพอดี อยู่ดีๆ ปัญหามันมาลงที่เราผมเลยโทร.หาอาจารย์ว่าผมรู้แล้วว่าทำไมท่านถึงไปเข้าฝันอาจารย์เรียกผมไป”
แล้วเสียงใคร ?
มิค : “จริงๆ ท่านเป็นรุกขเทวดา ท่านเป็นเทพอยู่ในต้นไทรก่อนที่จะมีการขอตัดต้นไทรเพื่อทำเป็นสโมสรกองทัพเรือ แล้วท่านไปนิมิตรพราหมณ์ว่าตัดต้นไทรได้แต่ทำศาลให้เราซิ ท่านก็เลยมาอยู่ตรงศาลตรงนี้ ผมก็ไปไหว้แฮปปี้ที่ได้ไป แต่ผมไปยืนอ่านประวัติท่าน”
อ.เป็นหนึ่ง : “พอกำลังจะกลับก็บอกพี่มิคว่าต้องมีอะไรลองไปอ่านประวัติดู”
มิค : “ผมก็ไปนั่งอ่านอยู่ประมาณ 10 กว่านาที มันมีอยู่ช่วงที่เขียนว่า ท่านไปเข้าฝันพราหมณ์เหมือนเดิมบอกว่าคนมาเล่นละครกันอยู่ตรงท่านเสียงดังขนาดนี้แล้วจะให้ฉันอยู่สงบยังไง ก็นึกขึ้นได้เพราะตอนที่เลี้ยวเข้ามาตอนแรกเบนซ์เพิ่งพูดว่าหนูเคยมาเล่นละครเวทีที่นี่”
เบนซ์ : “หนูเคยมาเล่นละครเวทีเรื่องแม่น้ำของแผ่นดินตรงแม่น้ำตรงนี้ข้างหน้าท่าน แล้วเราก็ไม่เคยมาไหว้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีศาลให้ไหว้ตรงนี้ ก็เลยนึกว่าเอ๊ะหรือท่านโกรธหนูตั้งแต่ตอนนั้นหรือเปล่า ต้องขอขมา”
อ.เป็นหนึ่ง : “เรื่องของเรื่องไปตรงกับพี่เบนซ์ที่เคยไปเล่นละครเวทีแล้วเสียงดังมาก แล้วในประวัติท่านไปเข้าฝันว่าเสียงดังจังเลยก็เลยโยงได้ว่าพี่เบนซ์ต้องขอขมา”
เคล็ดลับ 21 ปีที่ผ่านมาคืออะไร?
มิค : “มองกันเป็นเพื่อน สังเกตมั้ยถ้ามองกันเป็นแฟนผิดนัดกันเรางอนไม่รู้จักเลิก แต่เมื่อไหร่ที่มองกันเป็นเพื่อนขอโทษแปปเดียวก็จบ”
ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : มิค ชมเมียอ้อนเก่ง เบนซ์ มั่นใจสวยขึ้น ยอมให้ทำการบัาน หวานครบรอบ 21 ปี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th