เครือข่ายแรงงาน-ลูกจ้าง เดินขบวนเข้าทำเนียบ จี้รบ.ปรับค่าจ้างเป็นธรรม-เรียกร้องด่วน 6 ข้อ
เครือข่ายแรงงาน-ลูกจ้าง เดินขบวนเข้าทำเนียบ จี้รบ.แก้ 6 ข้อเร่งด่วน ค้านกาสิโน-ปรับค่าจ้างให้เป็นธรรม
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) และสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ได้จัดกิจกรรมการเดินขบวนของผู้ใช้แรงงาน ภายในงาน ‘May Day 2025 วันกรรมกรสากล’ เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ 1 พฤษภาคม ประจำปี 2568 หรือวันเมย์เดย์
โดยกิจกรรมการตั้งขบวนผู้ใช้แรงงานเริ่มตั้งแต่ช่วงเวลา 08.30 น. จากจุดเริ่มต้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล
เวลา 07.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศก่อนเคลื่อนขบวนไปยังจุดหมาย มีประชาชนผู้ใช้แรงงานจากหลากหลายกลุ่มอาชีพ หลากหลายเครือข่ายพันธมิตรต่างหลั่งไหลเข้ามาสมทบร่วมเดินขบวน เช่น สหภาพแรงงานชิ้นส่วนยานยนต์และโลหะแห่งประเทศไทย, สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการยางแห่งประเทศไทย, สมาคมเครือข่ายแรงงานนอกระบบ (ประเทศไทย), สมาพันธ์แรงงานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, สมาพันธ์แรงงานฮอนด้าแห่งประเทศไทย, สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการประปาส่วนภูมิภาค (สร.กปภ.) สหภาพแรงงานการบินไทย และเครือข่ายผู้ใช้แรงงานอื่นๆ อีกมากมาย
โดยการเดินขบวนดังกล่าว ยังมีการถือป้ายสัญลักษณ์ต่างๆ สะท้อนการขับเคลื่อนและการเรียกร้องของผู้ใช้แรงงาน ช่น May Day 2025 วันกรรมกรสากล, แก๊สแพง, ลาคลอด 180 วัน จ่ายค่าจ้าง 100%, Say No Casino และป้ายสัญลักษณ์ขององค์กรต่างๆ เข้าร่วม นอกจากนี้ยังมีการแจกน้ำดื่มและบริการห้องน้ำ
นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสสรท. เปิดเผยว่า วันนี้เป็นกาารวมตัวผู้ใช้แรงงานเพื่อยื่นข้อเรียกร้องต่อ น.ส. แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งนอกเหนือจากการจัดกิจกรรมวันกรรมกรสากล หรือ MAY DAY เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองแล้ว ยังมีการร่วมกันสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ผู้ใช้แรงงานและประชาชน ประจำปี 2568 จึงจำเป็นต้องยื่นข้อเรียกร้องเพื่อเป็นข้อเสนอต่อรัฐบาลเนื่องในวันกรรมกรสากล เพื่อให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาของผู้ใช้แรงงานซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ และเพื่อ การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่ยั่งยืน
นายสาวิทย์ กล่าวอีกว่า สำหรับข้อเสนอเร่งด่วน 6 ข้อ ประกอบด้วย
1 ขอคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ…. และหากรัฐบาล ยังเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย ขอให้รัฐบาลหยุดการผลักดันร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิง ครบวงจร พ.ศ…. เหตุเพราะในร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวมีเรื่องบ่อนการพนัน (กาสิโน) แฝงอยู่ด้วย
ซึ่งความพยายามผลักดันของรัฐบาลนั้นขัดต่อหลักการสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ขัดต่อหลักการของยุทธศาสตร์ชาติ ขัดต่อหลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ขัดต่อหลักการของศาสนาทุกศาสนา ขัดต่อหลักศีลธรรม จริยธรรม และขัดต่อหลักการประชาธิปไตยซึ่งประชาชนส่วนใหญ่คัดค้าน ไม่เห็นด้วย ดังนั้น รัฐบาลต้องยกเลิกการผลักดันการพนันออนไลน์ถูกกฎหมาย
2 รัฐต้องหยุดการแปรรูปรัฐวิสาหกิจทุกรูปแบบ โดยให้รัฐวิสาหกิจเป็นกลไกหลักของรัฐ ในการทำหน้าที่จัดบริการสาธารณะด้านต่างๆ ให้กับประชาชน เพื่อความมั่นคงของชาติและความผาสุกของ ประชาชน
3 รัฐต้องเร่งรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 155 ว่าด้วย ความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยในการทำงาน ค.ศ. 1981 (พ.ศ.2524)
4 รัฐต้องวางมาตรการที่เข้มข้นเพื่อหยุดการคอร์รัปชันทุกรูปแบบ เพิ่มประสิทธิภาพการ บริหารจัดการประเทศให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ให้ประชาชนและขบวนการทางสังคมมีส่วนร่วม ตรวจสอบ และเพิ่มกลไกการตรวจสอบประกันสังคม (การจัดซื้อตึก) รวมถึงการใช้เงินที่อาจผิดวัตถุประสงค์ เหตุเพราะเงินทุกบาทเป็นเงินของผู้ประกันตน การใช้จ่ายต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตนตาม หลักการ พ.ร.บ.ประกันสังคม
5 รัฐต้องสนับสนุน ส่งเสริมสถานประกอบการของคนไทยให้มีความเข้มแข็ง ให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพและค่าจ้างที่เป็นธรรมแก่คนทำงาน ต้องเข้มงวด ตรวจสอบ คัดกรอง เกี่ยวกับการลงทุนของ กลุ่มทุนที่ไม่พึงประสงค์ (ทุนเทา – ทุนดำ – นอมินี )
ทั้งทุนในประเทศและที่มาจากประเทศต่าง ๆ ที่เอาเปรียบ ผู้ใช้แรงงาน ประชาชน ทำลาย ยึดครอง ทรัพยากรธรรมชาติ ที่ดิน สาธารณูปโภค ทำลายสภาพแวดล้อม ของประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศอย่างแท้จริง ลดปัญหาและอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมของประเทศ
6 รัฐต้องเร่งช่วยเหลือเยียวยาให้กับแรงงานทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากตึกสำนักงานตรวจ เงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มเป็นกรณีเร่งด่วน
“นอกจากนี้ รัฐต้องมีมาตรการในการดำเนินการต่อกลุ่มทุนผูกขาดที่มีอำนาจเหนือรัฐที่สร้างผลกระทบ ต่อประเทศชาติและประชาชน โดยเฉพาะในกิจการพลังงาน โทรคมนาคม และรัฐควรยกเลิกการซื้อไฟฟ้าจาก โรงไฟฟ้าเอกชนเพราะปริณมาณไฟฟ้าสำรองของประเทศล้นเกินความต้องการ การซื้อไฟฟ้าเพิ่มและการทำ สัญญาซื้อขายกระแสไฟฟ้าเป็นระยะเวลายาวนาน ล้วนเป็นภาระของประชาชนที่ต้องจ่ายค่ากระแสไฟฟ้าในราคาที่แพงขึ้น“ นายสาวิทย์ กล่าว
นายสาวิทย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นแล้วยังมีข้อเสนอติดตามซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่เป็นข้อเสนอเดิมเมื่อหลายปีที่ผ่านมา เช่น รัฐต้องกำหนดค่าจ้างแรงงานที่เป็นธรรมครอบคลุมผู้ใช้แรงงานทุกภาคส่วน เช่น ต้องปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 492 บาทเท่ากันทั้งประเทศ, กำหนดค่าจ้างขั้นต่ำแรกเข้าให้มีรายได้เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพตนเองและครอบครัว 3 คน และต้องเท่ากันทั้งประเทศครอบคลุมเอกชนและภาครัฐ รวมถึงกำหนดให้มีโครงสร้างค่าจ้างและมีการปรับค่าจ้างทุกปี
นายสาวิทย์ กล่าวอีกว่า รวมถึงรัฐต้องลดรายจ่ายประชาชนลงและเพิ่มรายได้ เช่น การควบคุมราคาสินค้าอุปโภค/บริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ, ลดราคาน้ำมัน ก๊าซ เลิกเก็บเงินที่ซ้ำซ้อนทั้งระบบภาษีและเก็บเงินเข้ากองทุนต่างๆ, ลดค่าขนส่งค่าเดินทางค่าโทรศัพท์ค่าอินเทอร์เน็ต ลดราคาค่าไฟที่ปรับสูงขึ้น
“รัฐต้องจัดสวัสดิการถ้วนหน้าที่มีคุณภาพให้แก่ประชาชนทุกคนได้เข้าถึงอย่างเท่าเทียมโดยไม่เลือกปฏิบัติ เพิ่มกลไกการเข้าถึงสิทธิและบังคับใช้กฎหมายปลอดภัย รวมถึงต้องจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยงจากการลงทุน ยกเลิกการจ้างงานที่ไม่มั่นคงเช่นการจ้างงานแบบชั่วคราวรายวันรายชั่วโมงเหมางานทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนการปฏิรูปประกันสังคม” นายสาวิทย์ กล่าว
นอกจากนี้ ขบวนผู้ใช้แรงงานยังร่วมกันยืนสงบนิ่ง 1 นาที และวางช่อดอกไม้เพื่อไว้อาลัยให้แก่พี่น้องผู้ใช้แรงงานที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มเนื่องจากแผ่นดินไหว อีกทั้งยังร่วมส่งเสียงปลุกใจผู้ใช้แรงงานก่อนเริ่มเคลื่อนขบวน
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลาเดียวกันนั้น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการบริการทุกช่วงวัย ด้วยความห่วงใยจากกระทรวงสาธารณสุข “30 บาทรักษาทุกที่ อสม.มั่นคง สาธารณสุขเข้มแข็งเพื่อคนไทยห่างไกล NCDs” ที่ อาคารการประชุมอิมแพ็คเมืองทองธานี
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เครือข่ายแรงงาน-ลูกจ้าง เดินขบวนเข้าทำเนียบ จี้รบ.ปรับค่าจ้างเป็นธรรม-เรียกร้องด่วน 6 ข้อ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th