โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จับตาจีนเปิดตลาดคริปโต ชี้ชะตาบิทคอยน์สู่รอบขาขึ้นครั้งใหม่

Manager Online

เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูเกี่ยวกับการกลับมาเปิดรับคริปโทเคอร์เรนซีของรัฐบาลปักกิ่ง โจเซฟ ชี (Joseph Chee) ซีอีโอของ Solana Company ออกมาจุดพลุความหวังว่า การเปิดตลาดแบบมีขอบเขตควบคุมอาจเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ผลักดันให้บิทคอยน์เข้าสู่วงจรขาขึ้นครั้งใหญ่ ขณะที่กำแพงกฎหมายและมาตรการควบคุมเงินทุนที่ยังคงเข้มงวดของจีนแผ่นดินใหญ่ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่นักลงทุนต้องชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงทางนโยบายกับโอกาสทำกำไรมหาศาล เนื่องจากรัฐบาลจีนยังคงส่งสัญญาณเตือนอย่างต่อเนื่องถึงความเสี่ยงเชิงระบบ

สัญญาณความเคลื่อนไหวล่าสุดในวงการสินทรัพย์ดิจิทัลถูกจุดประเด็นขึ้นอีกครั้ง ภายหลัง โจเซฟ ชี (Joseph Chee) ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ Squawk Box Asia ทางสถานีโทรทัศน์ CNBC เมื่อวานนี้ (6 ตุลาคม 2569) โดยประเมินว่าการขยายโอกาสเข้าถึงคริปโตของจีนแผ่นดินใหญ่จะยึดโยงอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงระบบ พร้อมชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันฮ่องกงกำลังรับบทบาทเป็นพื้นที่ทดสอบนโยบายสินทรัพย์ดิจิทัล แม้จะยังไม่มีการระบุกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเปิดตลาดในระดับประเทศอย่างเป็นทางการก็ตาม

ทิศทางเชิงบวกดังกล่าวยังสวนทางกับท่าทีของทางการจีนอย่างสิ้นเชิง ย้อนกลับไปวันที่ 28 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา กระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของจีนเพิ่งออกโรงย้ำเตือนว่า ธุรกิจคริปโตยังคงเป็นสิ่งผิดกฎหมาย พร้อมตอกย้ำถึงความเสี่ยงระดับชาติเรื่องการฟอกเงินและการโอนเงินข้ามพรมแดน สอดคล้องกับประกาศด้านกฎระเบียบฉบับวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ยังคงตรึงคำสั่งห้ามให้บริการศูนย์ซื้อขายคริปโต การระดมทุนผ่านโทเคน และผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้องในประเทศ กรอบกฎหมายฉบับใหม่นี้สืบทอดความเข้มงวดจากมาตรการเดิมในปี 2564 อย่างสมบูรณ์แบบ ส่งผลให้สถาบันการเงินยังคงถูกสั่งห้ามไม่ให้เปิดบัญชีหรือให้บริการชำระเงินแก่ธุรกิจกลุ่มนี้อย่างเด็ดขาด

อย่างไรก็ตามการจะเปิดประตูรับกระแสเงินทุนรอบใหม่ รัฐบาลปักกิ่งจำเป็นต้องรื้อโครงสร้างกฎหมายครั้งใหญ่ ครอบคลุมตั้งแต่ระบบการซื้อขาย การรับฝากสินทรัพย์ (Custody) ไปจนถึงการกำหนดคุณสมบัตินักลงทุนและช่องทางเงินทุนที่ถูกต้องตามกฎหมาย หน่วยงานกำกับดูแลของจีนให้ความสำคัญสูงสุดกับระบบตรวจสอบตัวตนลูกค้าและมาตรการควบคุมเงินทุน (Capital controls) ดังนั้น โมเดลการเปิดตลาดรูปแบบใหม่จะต้องตอบโจทย์ข้อกังวลเหล่านี้ได้อย่างรัดกุม โดยปัจจุบันทางการอนุญาตเพียงการทำโทเคนไนเซชัน (Tokenization) บางประเภทผ่านโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่กำหนดไว้เท่านั้น ซึ่งเป็นเพียงการสนับสนุนนวัตกรรมแบบจำกัดขอบเขต ไม่ใช่การเปิดเสรีให้นักลงทุนรายย่อยเข้าซื้อขายบิทคอยน์

หากพิจารณากรณีศึกษาจากฮ่องกง จะพบว่ามีการบังคับใช้ระบบใบอนุญาตแพลตฟอร์มซื้อขายมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2566 ควบคู่ไปกับการออกเกณฑ์กำกับดูแลสเตเบิลคอยน์ในเดือนสิงหาคม 2568 แต่ถึงกระนั้น คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของฮ่องกง (SFC) ยังคงมีคำสั่งเด็ดขาดห้ามแพลตฟอร์มให้บริการแก่ประชากรจากจีนแผ่นดินใหญ่ ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่าฮ่องกงยังไม่สามารถเป็นสะพานเชื่อมเงินทุนได้อย่างเสรีตราบใดที่ปักกิ่งยังไม่เปิดไฟเขียว

ในแง่ของการตอบสนองของตลาด การทลายกำแพงกฎหมายจะเปิดเส้นทางใหม่ให้เม็ดเงินจากแผ่นดินใหญ่ไหลเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล การดักซื้อเก็งกำไรล่วงหน้าอาจผลักดันให้ราคาวิ่งรับข่าวดีไปก่อนที่เงินทุนจริงจะไหลเข้าสู่ระบบ ขณะที่หากเงื่อนไขสุดท้ายของทางการจีนออกมาในรูปแบบจำกัดกรอบการลงทุน เช่น สงวนสิทธิ์เฉพาะสถาบัน หรือจำกัดโควตาเม็ดเงิน ตลาดก็พร้อมเผชิญแรงเทขายทำกำไรอย่างรุนแรงเช่นกัน

ทั้งนี้วงจรซูเปอร์ไซเคิล (Supercycle) ตามนิยามของ โจเซฟ ชี จะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อมีกระแสเงินทุนไหลเข้าสุทธิอย่างต่อเนื่อง การมีส่วนร่วมในวงกว้าง และแรงซื้อที่แข็งแกร่งพอจะต้านทานแรงเทขายในช่วงปรับฐานราคา การพุ่งขึ้นของปริมาณการซื้อขายชั่วคราวหรือการเพิ่มสถานะสัญญาอนุพันธ์ที่มีเลเวอเรจสูง ไม่สามารถใช้เป็นเครื่องยืนยันภาวะกระทิงรอบใหญ่ได้

ในส่วนของสินทรัพย์กลุ่มแรกที่จะได้รับอานิสงส์ย่อมหนีไม่พ้นบิทคอยน์และอีเธอร์ (Ether) เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (HKEX) มีผลิตภัณฑ์กองทุน Spot ETF รองรับมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 ขณะที่โปรเจกต์อย่าง Solana ยังต้องเผชิญเงื่อนไขความท้าทายว่าผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงกับบล็อกเชนสาธารณะจะได้รับการอนุมัติหรือไม่ สิ่งที่น่าสังเกตคือท่าทีเชิงบวกของ โจเซฟ ชี อาจมีนัยทางธุรกิจแอบแฝง เนื่องจาก Solana Company เป็นบริษัทจดทะเบียนที่เน้นถือครองเหรียญ SOL เป็นทุนสำรองหลัก การแสดงความเห็นครั้งนี้จึงเป็นเพียงมุมมองส่วนตัวเชิงพาณิชย์ ไม่ใช่การส่งสัญญาณอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานรัฐของจีนแต่อย่างใด

สำหรับนักลงทุนสถาบันและกองทุนเฮดจ์ฟันด์ การจัดสรรเงินลงทุนระดับมหาศาลต้องการความชัดเจนมากกว่าแค่ใบอนุญาตการซื้อขาย แต่ยังครอบคลุมถึงระบบดูแลรักษาทรัพย์สินที่ได้มาตรฐานสากล การผ่านเกณฑ์ประเมินความเสี่ยง และกรอบนโยบายที่อนุญาตให้เปิดรับสถานะการลงทุนได้อย่างถูกต้อง สัญญาณทางยุทธศาสตร์ที่น่าเชื่อถือที่สุดจึงไม่ใช่การประโคมข่าวลือบนสื่อสังคมออนไลน์ แต่คือการประกาศร่างกฎหมายฉบับแก้ไข การอนุมัติใบอนุญาตประกอบการ และการเปิดทางให้ระบบธนาคารเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มได้อย่างเป็นทางการ ผู้ที่เลือกลงทุนดักทางในระยะนี้กำลังเดิมพันกับทิศทางนโยบายที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ตลาดจะสามารถก้าวเข้าสู่ภาวะซูเปอร์ไซเคิลได้อย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อโครงสร้างกฎหมายเปิดทางให้เกิดกระแสเงินทุนไหลเข้าที่ยั่งยืนและสามารถตรวจวัดได้ในเชิงประจักษ์เท่านั้น

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...