THE STRAND THONGLOR เปิดมุมมองการลงทุนคอนโดหรู ในวันที่ราคาอนาคตไม่ใช่ตัวแปรตัดสินใจเดียว
รายงานตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีของ JLL ประจำไตรมาส 2 ปี 2026 ระบุว่า มูลค่าคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรีในย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBA) ของกรุงเทพฯ ยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ส่วนค่าเช่ายังทรงตัว ขณะเดียวกัน ปริมาณคอนโดลักชัวรีที่จะสร้างเสร็จเพิ่มจนถึงปี 2029 มีเพียงราว 1,900 ยูนิตหรือประมาณ 3% ของสต็อกเดิม
ในภาวะตลาดเช่นนี้ ธัญทิพ เจียรวนนท์ ภัทรประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท อีเดน เอสเตท คอร์ปอเรชั่น จำกัด มองว่า การลงทุนอสังหาฯ ไม่ควรวัดผลจากส่วนต่างราคาในอนาคตเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาปัจจัยพื้นฐานของสินทรัพย์ ทั้งทำเล ดีมานด์จากผู้อยู่อาศัยและผู้เช่าจริง และคุณภาพการใช้ชีวิต เพราะปัจจัยเหล่านี้ ช่วยกำหนดว่าสินทรัพย์จะปล่อยเช่า ขายต่อ และรักษามูลค่าได้ต่อเนื่องแค่ไหน ไม่ว่าตลาดจะขยับไปทิศทางใด
ขณะเดียวกัน เมื่อซัพพลายใหม่แทบไม่เพิ่ม ตัวเลือกสินทรัพย์ระดับนี้ก็มีจำกัด ในมุมของธัญทิพ ตอนนี้จึงเป็นจังหวะเข้าซื้อที่เหมาะสม โดยเฉพาะกับโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว เพราะนักลงทุนประเมินศักยภาพจากสิ่งที่มีอยู่จริงได้ และหยิบยก THE STRAND THONGLOR เป็นหนึ่งในตัวอย่างของโครงการลักษณะนี้
ธัญทิพ เจียรวนนท์ ภัทรประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท อีเดน เอสเตท คอร์ปอเรชั่น จำกัด
ทำเลที่ผ่านการพิสูจน์ศักยภาพ
ทำเลเป็นปัจจัยที่เปลี่ยนไม่ได้หลังการซื้อ และเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดอุปสงค์จากผู้อยู่อาศัย ผู้เช่า และมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว “การเลือกว่าจะลงทุนในโครงการไหน เรื่องแรกที่ต้องดูคือทำเล” ธัญทิพเน้นย้ำความสำคัญ
THE STRAND THONGLOR เป็นคอนโดมิเนียมระดับ Ultra-luxury สูง 30 ชั้น ที่ตั้งอยู่ต้นซอยทองหล่อ ห่างจาก BTS ทองหล่อประมาณ 150 เมตร และเชื่อมต่อระหว่างซอยสุขุมวิท 55 และ 57 ซึ่งธัญทิพมองว่าทำเลของโครงการ ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางและการใช้ชีวิต
“โครงการอยู่ติดกับ BTS ทำให้เดินทางสะดวก และเป็นย่านที่มีอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ Lifestyle Mall รูปแบบใหม่ อย่าง The Commons, Charter Thonglor หรือคาเฟ่เก๋ๆ ก็มาเริ่มต้นที่นี่ สิ่งเหล่านี้ดึงดูดให้คนอยากมาอยู่อาศัยในย่าน”
นอกจากนั้นแล้ว ธัญทิพยังเสริมอีกว่า จุดแข็งอีกด้านของทองหล่อ คือทองหล่อไม่ใช่ทำเลที่รอการพัฒนา แต่เป็นย่านที่มีชุมชนอยู่อาศัยต่อเนื่องหลายรุ่น และเป็นพื้นที่ที่มีชีวิตชีวาอยู่แล้ว การลงทุนในย่านที่ลงตัวแล้วจึงไม่ต้องเดิมพันเหมือนการลงทุนในทำเลใหม่ ที่ต้องรอดูว่าการพัฒนาและดีมานด์จะเกิดขึ้นตามคาดหรือไม่
โครงการที่มีดีมานด์อยู่จริง
สำหรับนักลงทุน ดีมานด์คือตัวชี้ว่าสินทรัพย์จะปล่อยเช่าได้ ขายต่อได้ และรักษามูลค่าได้ในระยะยาว ในมุมมองของธัญทิพ THE STRAND THONGLOR มีดีมานด์จากคนที่ต้องการอยู่จริง พร้อมยกตัวอย่างถึงกลุ่มผู้อยู่อาศัยในโครงการที่มีลักษณะหลากหลาย เช่น ชาวต่างชาติที่อาศัยโครงการเป็นบ้านหลังที่สอง หรือกลุ่มชาวต่างชาติที่เป็น Digital Nomad และกลุ่มคนทำงานในย่านทองหล่อ นอกจากนั้นยังมีกลุ่มนักลงทุนไทยที่ซื้อห้องโครงการเพื่อปล่อยเช่า
“เหตุผลที่เขาซื้อเพื่อปล่อยเช่า เป็นเพราะเขาเห็นว่ามี Waitlist ของการเช่าที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง มีคนโทรมาถามตลอดว่ามีห้องปล่อยเช่าหรือเปล่า เอเจนต์ก็ติดต่อเข้ามาเรื่อย”
อีกปัจจัยที่ช่วยรักษาดีมานด์คือขนาดของโครงการ อาคารมียูนิตเพียง 188 ยูนิต ซึ่งทั้งหมดเป็นแบบ Freehold ธัญทิพมองว่าสิ่งนี้เป็นข้อได้เปรียบในระยะยาว “โครงการที่ยูนิตยิ่งเยอะ คู่แข่งที่จะปล่อยเช่าหรือขายต่อก็ยิ่งเยอะ”
ใส่ใจคุณภาพการใช้ชีวิตที่ยั่งยืน เพื่อการลงทุนระยะยาว
ที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพจะปล่อยเช่าและขายต่อได้ง่าย และหากคุณภาพนั้นคงอยู่ได้นาน สินทรัพย์ก็จะตอบโจทย์การลงทุนในระยะยาว
THE STRAND THONGLOR เกิดขึ้นภายใต้แนวคิด ‘Essentially More’ ที่เน้นความหรูหราแบบเรียบง่าย (Understated Luxury) โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพการออกแบบ การก่อสร้าง และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ ซึ่งเอื้อต่อคุณภาพการใช้ชีวิตในระยะยาว และช่วยคงคุณค่าของสินทรัพย์ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง
“การสร้างโครงการนี้ เราไม่ได้ตามเทรนด์และไม่ได้พยายามสร้างเทรนด์ แต่พยายามสร้างโครงการที่อยู่อย่างยั่งยืนในอนาคต เราออกแบบห้องให้เป็นผืนผ้าใบที่คนสามารถตกแต่งต่อในสไตล์ที่ชอบได้”
ห้องพักของโครงการมีเพดานสูง 3 เมตรที่ทำให้พื้นที่โปร่งกว่าห้องทั่วไป รวมถึงใช้ระบบหมุนเวียนอากาศที่ดูแลคุณภาพอากาศภายใน นอกจากนั้น นอกห้องพักยังมีพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบมาสำหรับคนทุกวัย The Playroom คือมุมเล่นสำหรับลูกเล่น ส่วนชั้นบนสุดของอาคารถูกยกให้เป็น The Clubhouse ที่ผู้อยู่อาศัยสามารถว่ายน้ำ ออกกำลังกาย นั่งสมาธิ หรือพักผ่อนบน Rooftop Terrace
ภายในอาคารไม่ได้มีเพียงที่พักอาศัย แต่ประกอบด้วยร้านอาหาร ร้านตัดผม Business Lounge ที่สนับสนุนการใช้ชีวิตประจำวันในระยะยาว
บรรยากาศภายในโครงการ THE STRAND THONGLOR
โครงการที่สร้างเสร็จคือผลลัพธ์ที่จับต้องได้
สำหรับนักลงทุน โครงการที่สร้างเสร็จแล้วคือสินทรัพย์ที่เริ่มทำงานได้ทันที หลังรับโอนก็ปล่อยเช่าและสร้างรายได้ได้เลย ผู้ซื้อยังเห็นคุณภาพโครงการ ผู้อยู่อาศัย และตลาดเช่าจริง โดยไม่ต้องรอการก่อสร้างหลายปี และไม่ต้องแบกความเสี่ยงว่าโครงการจะเดินหน้าตามแผนหรือไม่
“มีหลายโครงการที่เปิด Pre-sale แต่หยุดการก่อสร้าง ส่วนโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว จะเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ว่ามีผู้อยู่อาศัยจริง ปล่อยเช่าได้จริง”
เมื่อซัพพลายใหม่แทบไม่เพิ่ม จังหวะที่ใช่คือตอนนี้
CBRE ระบุว่าช่วงปี 2023 ถึงครึ่งแรกของปี 2026 การเปิดตัวคอนโดระดับลักชัวรีและซูเปอร์ลักชัวรีอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อซัพพลายใหม่แทบไม่เพิ่ม ทางเลือกของคนที่อยากอยู่ในทำเลระดับนี้ก็ยิ่งน้อยลง ภายใน THE STRAND THONGLOR เอง ตัวเลือกก็ลดลงเรื่อยๆ เพราะเหตุผลนี้เอง ธัญทิพจึงมองว่า จังหวะนี้เองคือจังหวะที่เหมาะสมของการลงทุน เพื่อให้ได้ตัวเลือกที่เป็นไปตามความต้องการ
“การรอซื้อโครงการที่สร้างเสร็จแล้วคือการเสียโอกาสในการเลือก เพราะห้องดีๆ จะถูกจองไปก่อน ถ้าอยากมีตัวเลือกว่าจะอยู่ชั้นไหน มุมไหน Type ไหน ก็ต้องตัดสินใจก่อน”
ปัจจุบันโครงการมียูนิตเหลืออยู่เพียงจำนวนจำกัด สำหรับนักลงทุนที่มองหาสินทรัพย์ระดับ Prime ในทำเลที่ลงตัว การตัดสินใจวันนี้จึงหมายถึงการได้เลือกห้องที่ตรงใจ และการได้ถือครองสินทรัพย์ที่คงคุณค่าในระยะยาว
ติดต่อสอบถามรายละเอียดโครงการ THE STRAND THONGLOR เพิ่มเติมได้ที่ https://thestrand.eden-estate.com/
แหล่งอ้างอิง:
- JLL Thailand, Bangkok Residential Market Report Q2 2026 (สิงหาคม 2026)
- CBRE Thailand, Strong Growth in Bangkok and Phuket Luxury Condo Markets (19 สิงหาคม 2026)