โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทำไม OpenAI พลาดเป้า ชนวนเหตุฉุดหุ้นเทคร่วงยกแผง เกิดอะไรขึ้นกับตลาด AI เวลานี้

THE SIGNALs

เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา • กองบรรณาธิการ THE SIGNALs

วิเคราะห์สาเหตุที่ตัวเลขรายได้ OpenAI ต่ำกว่าการคาดการณ์จนส่งผลกระทบต่อหุ้นเทคโนโลยีและการลงทุนในกลุ่ม AI ทั่วโลก พร้อมสถิติเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง Anthropic แบบหมัดต่อหมัด

ทำไม OpenAI พลาดเป้า ชนวนเหตุฉุดหุ้นเทคร่วงยกแผง เกิดอะไรขึ้นกับตลาด AI เวลานี้

ในช่วงเวลาที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด ความคาดหวังของตลาดที่มีต่อบริษัทผู้นำมักจะอยู่ในระดับที่สูงมากตามไปด้วย ล่าสุด มีรายงานข่าวที่สร้างความตกตะลึงให้กับแวดวงการลงทุน เมื่อแหล่งข่าววงในเปิดเผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า OpenAI ได้แจ้งกับกลุ่มนักลงทุนว่า ตัวเลขคาดการณ์รายได้รายปี (Annualized Revenue) สำหรับเดือนกันยายนที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับเกือบ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดจากที่เคยส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้านี้

ย้อนกลับไปในการประชุมอีกงานหนึ่ง ทางบริษัทเคยให้ข้อมูลเบื้องต้นกับนักลงทุนว่า อัตราการสร้างรายได้ (Revenue Run Rate) ของเดือนที่แล้วกำลังขยับเข้าใกล้ตัวเลข 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตามที่ Reuters และสื่อชั้นนำหลายแห่งเคยรายงานไว้ ซึ่งช่องว่างที่หายไปกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์นี้ ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกต่างตั้งคำถาม

ต้นตอของความคลาดเคลื่อน เมื่อวิธีการคำนวณรายได้ต่างกัน

แหล่งข่าวซึ่งไม่ประสงค์ออกนาม เปิดเผยว่า ความคลาดเคลื่อนของตัวเลขดังกล่าว เกิดจากความพยายามที่จะนำข้อมูลไปเปรียบเทียบโดยตรงกับตัวเลขของบริษัทคู่แข่งคนสำคัญอย่าง Anthropic

ความแตกต่างหลักอยู่ที่วิธีการรับรู้รายได้ โดย OpenAI เลือกที่จะประเมินจาก “รายได้สุทธิ” (Net Revenue) ซึ่งไม่ได้นับรวมรายได้จากการขายผ่านพาร์ทเนอร์คลาวด์ เช่น AWS ของ Amazon และ Google Cloud ของ Alphabet เข้าไปด้วย ในขณะที่ Anthropic ใช้การรายงานแบบรวมยอดทั้งหมด

Reuters ระบุว่า Anthropic มีการจ่ายส่วนแบ่งให้กับพาร์ทเนอร์คลาวด์ประมาณ 16% ของทุกๆ ดอลลาร์ที่หามาได้ผ่านช่องทางเหล่านั้น ซึ่งในปีที่ผ่านมา รายได้จากช่องทางนี้คิดเป็นสัดส่วนสูงถึงครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมดของบริษัทเลยทีเดียว (ประเด็นตัวเลขรายได้นี้ถูกรายงานเป็นครั้งแรกโดยสื่อใหญ่อย่าง Financial Times) แม้จะเกิดกระแสข่าวและการตั้งคำถามมากมาย แต่จนถึงขณะนี้ ทาง OpenAI ยังคงสงวนท่าทีและไม่ได้ออกมาให้ความเห็นใดๆ เกี่ยวกับประเด็นนี้

เส้นทางสู่ตลาดหลักทรัพย์ และบททดสอบความแข็งแกร่งทางการเงิน

ความเคลื่อนไหวนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากทั้ง OpenAI และ Anthropic ต่างกำลังเตรียมตัวเพื่อเสนอขายหุ้น IPO ต่อสาธารณชน กระบวนการดังกล่าวจะทำให้วอลล์สตรีทและกลุ่มนักลงทุนรายย่อยได้เห็นภาพรวมสถานะทางการเงินที่แท้จริงและโปร่งใสมากขึ้น รวมถึง เป็นการพิสูจน์ว่า อัตราการเติบโตของรายได้ที่พุ่งทะยานจากความต้องการใช้งาน AI ในปัจจุบันนั้น จะสามารถรักษาระดับความต่อเนื่องในระยะยาวได้จริงหรือไม่

หากกางตัวเลขดู จะพบว่า OpenAI เริ่มต้นปีนี้ด้วยตัวเลขคาดการณ์รายได้รายปีที่ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเทียบกับ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2024 แต่สิ่งที่น่าจับตาคือ ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี รายได้รายไตรมาสของ OpenAI ถูก Anthropic แซงหน้าเป็นครั้งแรก โดย OpenAI รายงานตัวเลขที่ 6.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่ Anthropic ทำไปได้ถึง 11.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังเคยให้ข้อมูลกับ Reuters ไว้ก่อนหน้านี้ว่า ตัวเลขคาดการณ์รายได้รายปีของ Anthropic ได้ทะลุ 65,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม และตั้งเป้าว่าจะพุ่งไปแตะระดับ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในสิ้นปีนี้

(หมายเหตุ: นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าตัวชี้วัดแบบ Annualized Revenue Run Rate หรือการนำรายได้ของเดือนเดียวมาคูณด้วย 12 อาจเป็นตัวเลขที่ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ในบางครั้ง แต่มันก็กลายเป็นมาตรวัดยอดฮิตที่สตาร์ทอัพในซิลิคอนแวลลีย์นิยมใช้เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตที่รวดเร็ว)

โดมิโนเอฟเฟกต์ หุ้นเทคฯ กอดคอร่วง หลังความเชื่อมั่นสั่นคลอน

Financial Times รายงานว่า ตลาดหุ้นนิวยอร์กแทบจะในทันที หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลดลงอย่างหนักในวันพฤหัสบดี ดัชนี Nasdaq Composite ดิ่งลง 1.25% ซึ่งถือเป็นวันที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ช่วงกลางเดือนสิงหาคม ขณะที่ดัชนี S&P 500 ก็ปรับตัวลง 0.5% โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นในเซกเตอร์เทคโนโลยี แม้ตลาดจะเปิดตัวในแดนลบอยู่แล้ว แต่แรงเทขายได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างชัดเจนหลังมีข่าวนี้ออกมา

สิ่งที่นักลงทุนกังวล ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขที่หายไป แต่เป็นคำถามตัวใหญ่ที่ว่า “ความต้องการใช้งาน AI ในตลาดโลก แข็งแกร่งพอที่จะทำให้บริษัทอย่าง OpenAI หรือ Anthropic สามารถทำกำไรเพื่อชดเชยกับเม็ดเงินมหาศาลที่ถูกทุ่มลงไปกับการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ได้จริงหรือ?”

แหล่งข่าว ระบุย้ำว่า ตัวเลข 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นั้นไม่ได้ออกมาจากฝั่ง OpenAI โดยตรง แต่น่าจะมาจากความพยายามของฝั่งนักลงทุนที่ต้องการเปรียบเทียบยอดรวม (Gross Revenue) ของ Anthropic กับยอดสุทธิ (Net Revenue) ของ OpenAI มากกว่า

แรงเทขายนี้ลุกลามไปทั่วทั้งระบบนิเวศของอุตสาหกรรม AI ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ ผู้ให้บริการคลาวด์ หรือบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หุ้นของ Nvidia (NVDA) ร่วงลง 2.9%, Intel (INTC) ลดลง 5.3% และ Oracle (ORCL) ปรับตัวลง 5.5%

Ross Mayfield นักยุทธศาสตร์การลงทุนจาก Baird ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า แนวโน้มของหุ้นเทคฯ หลายตัวในตอนนี้ ยืนอยู่บนพื้นฐานความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ว่า ความต้องการ AI จะยังคงเติบโตต่อไป หากเรื่องราวเหล่านี้มีรอยสะดุดแม้แต่นิดเดียว อย่างเช่นกรณีที่ OpenAI ทำรายได้น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ มันจะส่งแรงสั่นสะเทือนไปตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรม AI ทันที

“มันจะเกิดแรงกระเพื่อมไปถึงอุตสาหกรรมย่อยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด” Mayfield กล่าว

สถานการณ์ตอนนี้ยิ่งมีความเปราะบางมากขึ้น เนื่องจากในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นถูกพยุงไว้ด้วยการเติบโตของกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีและ AI ในขณะที่หุ้นกลุ่มอื่นๆ ต้องเผชิญกับความยากลำบากจากแรงกดดันของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งสูงขึ้น ตลาดในตอนนี้แคบลงมากและต้องพึ่งพาหุ้นกลุ่ม AI เป็นเสาหลักในการค้ำจุนดัชนี หากมีปัจจัยลบเข้ามากระทบ ย่อมส่งผลต่อภาพรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งนี้ Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ได้ประกาศเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า บริษัทจะเลื่อนการเสนอขายหุ้น IPO ออกไปจนกว่าจะถึงปีหน้าเป็นอย่างน้อย โดยให้เหตุผลเรื่องความกังวลด้านความปลอดภัยของ AI ในฝั่งของ Anthropic นั้น คาดว่าจะเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการ IPO ในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงนี้ โดยมีรายงานว่าบริษัทกำลังมองหามูลค่าการประเมิน (Valuation) ที่สูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หลังจากที่สำนักข่าว Bloomberg และ Reuters เคยรายงานเมื่อเดือนสิงหาคมว่า Anthropic อยู่ในเส้นทางที่จะทำรายได้คาดการณ์รายปีทะลุ 65,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อ่านต่อได้ที่บทความต้นฉบับ…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...