โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เชาว์’ เตือน กกต. 5 เสียงเสี่ยง ม.157! ซัดอย่าใช้ศาล รธน.สกัดศาลฎีกา

ไทยโพสต์

อัพเดต 7 พฤศจิกายน 2569 เวลา 14.24 น. • เผยแพร่ 34 นาทีที่แล้ว

'เชาว์ มีขวด' เตือน กกต.เสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ระวังใช้อำนาจเกินขอบเขต หลังมีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปมอำนาจหน้าที่ หวังชะลอคดีที่ศาลฎีการับพิจารณา ชี้คำวินิจฉัยศาล รธน.ผูกพันทุกศาล ไม่ได้หมายความเป็น 'ศาลเหนือศาล' ย้ำมติเสียงข้างมากไม่ใช่เกราะคุ้มกันความผิด หากจงใจใช้อำนาจมิชอบอาจเข้าข่าย ม.157

7 พฤศจิกายน 2569 - นายเชาว์ มีขวด ทนายความและอดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง "กกต. 5:2 ระวัง! ใช้ศาลรัฐธรรมนูญสกัดศาลฎีกา ดันทุรังใช้อำนาจเกินขอบเขต เสี่ยง ม.157!" วิพากษ์วิจารณ์กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติ 5 ต่อ 2 เสียง ให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยปัญหาหน้าที่และอำนาจของ กกต. ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งรับคำร้องเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้สมัครและผู้มีสิทธิเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ไว้พิจารณา

นายเชาว์ระบุว่า เรื่องดังกล่าวทำให้เกิดคำถามถึงขอบเขตการใช้อำนาจขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะเมื่อ กกต.ได้ยื่นคำคัดค้านต่อศาลฎีกาแล้ว และคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณา แต่กลับมีมติให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนนำมติดังกล่าวไปอ้างเพื่อขอให้ศาลฎีกาเลื่อนการพิจารณาคดี

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีคำสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี เนื่องจากยังไม่ปรากฏเหตุเพียงพอ โดยมีเพียงมติของ กกต.ที่จะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่ปรากฏว่ามีการยื่นคำร้องจริง ศาลจึงมีคำสั่งให้ไต่สวนพยานต่อไปในวันที่ 21-22 ธันวาคม 2569

นายเชาว์ตั้งคำถามว่า กกต.กำลังใช้สิทธิต่อสู้คดีตามกฎหมาย หรือกำลังใช้ช่องทางของศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพยายามหยุดยั้งกระบวนการตรวจสอบของศาลฎีกา เพราะหากยอมให้เพียงมติขององค์กรอิสระเป็นเหตุชะลอการพิจารณาคดีของศาลได้ ก็อาจเปิดช่องให้องค์กรของรัฐใช้กระบวนการทางกฎหมายเป็นเครื่องมือถ่วงเวลาการตรวจสอบ

นายเชาว์อธิบายว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 188 รับรองความเป็นอิสระของผู้พิพากษาและตุลาการในการพิจารณาพิพากษาคดี ขณะที่มาตรา 210 วรรคหนึ่ง (2) ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ แต่ไม่ได้ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญเข้าไปตรวจสอบหรือทบทวนการพิจารณาคดีของศาลฎีกา

แม้ กกต.จะอ้างว่าต้องการให้วินิจฉัยขอบเขตอำนาจของตนเอง แต่หากสาระของคำร้องเป็นการขอให้วินิจฉัยว่าศาลฎีกาสามารถตรวจสอบคำสั่งหรือคำวินิจฉัยของ กกต.ได้หรือไม่ ก็ต้องตั้งคำถามว่ากำลังพยายามจำกัดอำนาจของศาลฎีกาโดยอ้อมหรือไม่

นายเชาว์เห็นว่า หากตีความมาตรา 210 (2) ให้ครอบคลุมถึงการตรวจสอบการใช้อำนาจพิจารณาคดีของศาลอื่น ย่อมเสี่ยงทำให้ศาลรัฐธรรมนูญกลายเป็นศาลที่มีอำนาจเหนือศาลฎีกา ทั้งที่รัฐธรรมนูญไม่ได้วางโครงสร้างอำนาจตุลาการไว้เช่นนั้น

นอกจากนี้ กกต.ยังได้ยื่นคำคัดค้านต่อศาลฎีกาแล้วว่า คำวินิจฉัยของ กกต.เป็นที่สุด และศาลฎีกาไม่มีอำนาจรับคำร้องเพื่อตรวจสอบหรือทบทวนคำวินิจฉัยดังกล่าว เท่ากับว่าประเด็นเรื่องเขตอำนาจศาลถูกหยิบยกขึ้นต่อสู้ในกระบวนพิจารณาของศาลฎีกาแล้ว จึงควรให้ศาลฎีกาพิจารณาข้อคัดค้านตามกฎหมาย

ส่วนรัฐธรรมนูญมาตรา 211 ที่บัญญัติให้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีผลผูกพันศาลทุกศาลนั้น นายเชาว์ย้ำว่า ไม่ได้หมายความว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีอำนาจก้าวล่วงการพิจารณาพิพากษาของศาลอื่นได้

"คำวินิจฉัยมีผลผูกพันศาลทุกศาล ไม่ได้หมายความว่าศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจเหนือศาลฎีกา นี่คือหลักการสำคัญที่ต้องรักษาไว้ หากไม่ต้องการให้โครงสร้างอำนาจตุลาการตามรัฐธรรมนูญเกิดความสับสนและเสียหาย"

นายเชาว์ยังเตือนถึงความรับผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยระบุว่า หากมีหลักฐานว่าผู้ใช้อำนาจรู้อยู่แล้วว่าการกระทำของตนไม่มีฐานอำนาจตามกฎหมาย แต่ยังจงใจใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต ก็อาจมีประเด็นให้ตรวจสอบความรับผิดทางอาญา หากครบองค์ประกอบความผิด

ทั้งนี้ การมีมติด้วยเสียงข้างมากไม่ได้รับประกันว่ามติดังกล่าวจะชอบด้วยกฎหมายเสมอไป และไม่ใช่เอกสิทธิ์คุ้มกันความรับผิดส่วนบุคคลของกรรมการ กกต.ทั้ง 5 คน

"กกต. ต้องตอบให้ได้ว่า กำลังปกป้องอำนาจตามรัฐธรรมนูญ หรือกำลังพยายามปกป้องคำวินิจฉัยของตนเองไม่ให้ถูกตรวจสอบ?"

นายเชาว์ระบุว่า องค์กรอิสระไม่ได้หมายความว่าเป็นองค์กรที่อยู่เหนือการตรวจสอบ และความเป็นอิสระของ กกต.ก็ไม่อาจหมายถึงการใช้อำนาจก้าวล่วงความเป็นอิสระของศาล

"ขอเตือน กกต. เสียงข้างมากทั้ง 5 คน อย่าให้ความพยายามปกป้องอำนาจขององค์กร กลายเป็นการใช้อำนาจที่ต้องถูกตรวจสอบเสียเอง".

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...