ส่องห้วงอวกาศนาน 100 ชั่วโมง! นักดาราศาสตร์พบโครงสร้างเนบิวลาใหม่ในกลุ่มดาวแคสซิโอเปีย
นักดาราศาสตร์เปิดเผยภาพถ่ายห้วงอวกาศลึกที่ต้องใช้เวลาเก็บข้อมูลยาวนานถึง 100 ชั่วโมง เผยให้เห็นโครงสร้างจางๆ ของกลุ่มแก๊สอันเร้นลับรูปทรงคล้ายร่างวิญญาณซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มดาวแคสซิโอเปีย (Cassiopeia constellation) ซึ่งการค้นพบครั้งนี้นอกจากจะถ่ายภาพเนบิวลาเดิมที่รู้จักกันดีได้ชัดเจนขึ้นแล้ว ยังค้นพบวัตถุปริศนาใหม่อีก 3 แห่งที่อาจเปลี่ยนความเข้าใจเกี่ยวกับอันตรกิริยาระหว่างดาวฤกษ์และสสารระหว่างดาว
บริเวณห้วงอวกาศแห่งนี้เป็นที่ตั้งของเนบิวลา IC 59 และเนบิวลา IC 63 ซึ่งได้รับฉายาว่า "วิญญาณแห่งแคสซิโอเปีย" (Ghosts of Cassiopeia) เนื่องจากรูปร่างที่พริ้วไหวจางๆ ราวกับภูตผี โดยมีระบบดาวหลายดวง แกรมมา แคสซิโอเปีย เป็นแหล่งพลังงานหลัก แสงที่มีพลังงานสูงจากดาวระบบนี้ได้เข้ามากระตุ้นแก๊สไฮโดรเจนภายในเนบิวลาทั้งสองให้เปล่งแสงสีแดง ขณะเดียวกันฝุ่นอวกาศบริเวณนั้นยังช่วยสะท้อนและกระจัดกระจายแสงสีฟ้าขาวจากดาวฤกษ์ เกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงามและซับซ้อนในเวลาเดียวกัน
จากการใช้แผ่นกรองแสงออกซิเจนพิเศษควบคู่กับการบันทึกภาพอย่างยาวนาน นักดาราศาสตร์ได้ค้นพบโครงสร้างใหม่เพิ่มเติม ได้แก่ วัตถุที่ 1, 2 และ 3 (Object 1, 2, and 3) ซึ่งปรากฏเป็นเงาสีฟ้าจางๆ สะท้อนถึงการมีอยู่ของไอออนออกซิเจน (Ionized oxygen) หรือแก๊สออกซิเจนที่ได้รับพลังงานจนสูญเสียอิเล็กตรอน นำไปสู่คำถามสำคัญทางจักรวาลวิทยาว่าพลังงานมหาศาลที่ทำให้แก๊สนี้แตกตัวเป็นไอออนมาจากแหล่งใดกันแน่
ทีมนักดาราศาสตร์ตั้งข้อสันนิษฐานว่า การเคลื่อนที่ของระบบดาวแกรมมา แคสซิโอเปีย ผ่านสสารระหว่างดาว (Interstellar medium) ที่ประกอบด้วยแก๊สและฝุ่นอวกาศด้วยความเร็วสูง เปรียบเสมือนหัวเรือที่แหวกผ่านผิวน้ำ ก่อให้เกิดปรากฏการณ์คลื่นช็อกหัวเรือ (Bow shock) ขึ้น โดยวัตถุที่ 3 อาจเป็นผลลัพธ์จากการอัดแน่นและเพิ่มความร้อนให้กับแก๊สออกซิเจนในบริเวณคลื่นช็อกดังกล่าว ส่วนวัตถุที่ 1 มีความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นเนบิวลาดาวเคราะห์ (Planetary nebula) หากในอนาคตมีการยืนยันพบดาวแคระขาว (White dwarf) อยู่ ณ ใจกลาง
กำเนิดที่แท้จริงของกลุ่มแก๊สปริศนาเหล่านี้ยังคงเป็นปริศนาทางดาราศาสตร์ที่ต้องรอการสำรวจเพิ่มเติมอย่างใกล้ชิด ภาพถ่ายชุดนี้ไม่เพียงแต่แสดงถึงความสวยงามอันน่าทึ่งของจักรวาล แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงเทคโนโลยีการสังเกตการณ์ที่ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งช่วยให้เรามองเห็นโครงสร้างที่เคยถูกบดบังอยู่ในความมืดมิดของอวกาศได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น
ข้อมูลอ้างอิง: Starfront Observatories
- New Ghosts Revealed in Cassiopeia