โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

‘BOI’ รุกชิงเม็ดเงินโลก ดันเซมิคอนดักเตอร์-Data Center สร้างซัพพลายเชนใหม่ในไทย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ (BOI) เปิดเผยในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026 บนเวที From Investment to Impact: Building Thai Prosperity ว่า ท่ามกลางความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีและพลังงานสีเขียว อาเซียนถูกมองเป็นจุดฮอตสปอตของการลงทุนระดับโลก โดยนักลงทุนมองไทยเป็นฐานการลงทุนความเสี่ยงต่ำ มีความเป็นกลาง และมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน

อย่างไรก็ดี เป้าหมายของภาครัฐในปัจจุบันไม่ได้หยุดอยู่แค่การเพิ่มตัวเลขคำขอรับการส่งเสริม หากมุ่งเน้น 3 เรื่องหลัก คือเร่งให้เกิดการลงทุนจริงเร็วที่สุด สร้างประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ และทำให้เม็ดเงินเหล่านั้นหยั่งรากลึกในระยะยาว ไม่ใช่เพียงเข้ามาตั้งฐานชั่วคราวแล้วย้ายออกไป

“ยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้แตะระดับ 1.7 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ แต่สำหรับประเทศไทยตัวเลขนี้ยังน้อยเกินไป เพราะประเทศยังมีศักยภาพดึงดูดเม็ดเงินได้มากกว่านี้ หากสามารถปลดล็อกปัญหาคอขวดเชิงโครงสร้างได้อย่างตรงจุด”

‘BOI’ รุกชิงเม็ดเงินโลก! ดันเซมิคอนดักเตอร์-Data Center สร้างซัพพลายเชนใหม่ในไท

ต่อคำถามถึงข้อกังวลที่ว่าตัวเลขการลงทุนสูงเป็นประวัติการณ์ แต่คนไทยยังไม่รู้สึกถึงผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิตและธุรกิจในประเทศนั้น ต้องเรียนว่าผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมีมิติด้านกรอบเวลาที่แตกต่างกัน บางด้านเกิดขึ้นทันทีในระยะสั้น เช่น การจ้างงานก่อสร้างโรงงานและการจัดซื้อเครื่องจักร

ขณะที่บางด้านต้องใช้เวลา เช่น การใช้วัตถุดิบในประเทศและการสร้างซัพพลายเชนใหม่ เช่น การลงทุนอุตสาหกรรมแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ที่โรงงานหลายแห่งอยู่ระหว่างก่อสร้างและเตรียมเปิดดำเนินการในปีหน้า ซึ่งต้องการกำลังคนรวมกันหลายหมื่นคน ทั้งวิศวกรและช่างเทคนิคด้านการออกแบบแผงวงจร เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่ไม่ได้มีเพียงตัวอาคาร แต่ดึงดูดซัพพลายเชนเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ามาด้วย เช่น อุปกรณ์รับส่งสัญญาณข้อมูลด้วยแสง ซึ่งผู้ผลิตอันดับหนึ่งของโลกมีฐานการผลิตอยู่ที่จังหวัดสระบุรี จ้างงานคนไทยในพื้นที่แล้วกว่า 10,000 คน และมีแผนขยายเป็น 20,000 คนภายในเวลาไม่ถึง 1 ปี

เซมิคอนดักเตอร์-EV คลื่นลงทุนใหม่

สำหรับการยกระดับผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก ประเทศไทยได้ประกาศยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ โดยแบ่งการพัฒนาเป็น 3 ระยะ และมุ่งเน้น 3 ผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพ ได้แก่ โฟโทนิกส์ เพาเวอร์อิเล็กทรอนิกส์ และเซนเซอร์ เพื่อขับเคลื่อนการผลิตชิปในประเทศและผลักดันผู้ประกอบการไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและทดสอบชิปให้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในภูมิภาค

‘BOI’ รุกชิงเม็ดเงินโลก! ดันเซมิคอนดักเตอร์-Data Center สร้างซัพพลายเชนใหม่ในไท

ขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์ นโยบายภาครัฐได้เปลี่ยนผ่านจากระยะแรกที่ดึงดูดการลงทุนและสร้างตลาดรถยนต์ไฟฟ้า หรืออีวี (EV) เข้าสู่ระยะที่ 2 ซึ่งต้องลดการนำเข้าและเสริมความแข็งแกร่งให้ฐานผลิตในประเทศ ผ่านมาตรการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์นำเข้า ควบคู่กับการผลักดันการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content)

และการจัดเวทีจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่กับผู้ผลิตชิ้นส่วนไทย ขณะเดียวกันยังคงมีมาตรการดูแลค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นที่ประกาศแผนลงทุนเพิ่มในไทยกว่า 50,000 ล้านบาท ทั้งในกลุ่มไฮบริดและเทคโนโลยีพลังงานใหม่

4 คอขวดต้องปลดล็อก

นายนฤตม์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่นักลงทุนต่างชาติต้องการมากที่สุดในปัจจุบันคือ ความเร็วโดยเฉพาะการลดขั้นตอนขอใบอนุญาตตั้งโรงงานผ่านโครงการ Thailand Fast Pass ซึ่งปัจจุบันบริษัทต่างชาติตั้งเป้าสร้าง โรงงานและเริ่มผลิตให้ได้ภายในเวลาไม่เกิน 6 เดือนถึง 1 ปี

โดยมี 4 คอขวดสำคัญที่ไทยต้องเร่งแก้ไข ได้แก่ ความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ความพร้อมของพลังงานสะอาดและระบบสายส่งไฟฟ้า การผลิตกำลังคนทักษะสูงให้ทันความต้องการ และการพัฒนาซัพพลายเชนในประเทศให้ครบวงจร เพื่อเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนต่างชาติให้เป็นรากฐานความมั่งคั่งที่ยั่งยืนของคนไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...