โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้น 7 นางฟ้า สูญมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ดาวโจนส์ดิ่ง 1,833 จุด วิตกลงทุน AI ชะลอ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หุ้นสหรัฐฯเผชิญแรงเทขายหนักที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตภาษีเดือนเมษายน 2568 หลังนักลงทุนกังวลผลเลือกตั้งกลางเทอมกระทบการพัฒนาศูนย์ข้อมูล Nasdaq ร่วง 5.5% เข้าสู่ภาวะปรับฐาน ขณะที่ Nvidia สูญมูลค่ากว่า 4.4 แสนล้านดอลลาร์ในวันเดียว

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 07.08 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน ตามเวลาท้องถิ่น ด้วยการปรับตัวลงอย่างรุนแรง หลังความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กระตุ้นแรงขายหุ้นเทคโนโลยี ก่อนลุกลามไปทั่วตลาด

ดัชนี Nasdaq Composite ร่วง 5.5% เข้าสู่ภาวะปรับฐาน เช่นเดียวกับดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Russell 2000 ขณะที่ดัชนี S&P 500 ลดลงประมาณ 4.4% และดัชนีดาวโจนส์ดิ่งประมาณ 1,833 จุด หรือ 3.4%

แรงขายครั้งนี้ลบกำไรทั้งหมดจากการปรับขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันพุธหลังการเลือกตั้ง และทำให้ดัชนีทั้งสามปรับลงมากที่สุดในวันเดียวนับตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2568 ซึ่งตลาดเผชิญแรงกระแทกจากนโยบายภาษีการค้า

นักลงทุนกังวลว่า ผลการเลือกตั้งกลางเทอมอาจนำไปสู่การชะลอการพัฒนาศูนย์ข้อมูล ส่งผลให้หุ้นเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI กลายเป็นกลุ่มนำตลาดปรับตัวลง

หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ 7 บริษัท หรือ “Magnificent Seven” สูญเสียมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมกันมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ โดย Nvidia สูญเสียมูลค่ามากที่สุดกว่า 440,000 ล้านดอลลาร์

ราคาหุ้น Nvidia ร่วงมากกว่า 9% ทำให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีพลิกกลับมาติดลบ 2.6%

สำหรับการปรับตัวลงของดัชนีหลักครั้งนี้ ถือว่ารุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2568 ซึ่งในวันนั้น Nasdaq ร่วง 5.82% ส่วน S&P 500 ลดลง 5.97% และดาวโจนส์ดิ่งกว่า 2,200 จุด หรือ 5.5%

หุ้นทั้ง 11 กลุ่มอุตสาหกรรมในดัชนี S&P 500 ปิดตลาดในแดนลบ โดยกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศร่วงหนักที่สุด 7.30% เป็นการปรับลงรายวันรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2563 ซึ่งลดลง 13.92%

ส่วนหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมลดลง 4.12% เป็นวันที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2568 ซึ่งปรับลง 6.29%

กองทุน Technology Select Sector SPDR Fund หรือ XLK ร่วง 8.04% เป็นการลดลงรายวันมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2563 ซึ่งกองทุนปรับลง 13.81%

ปริมาณซื้อขาย XLK พุ่งขึ้นเป็นกว่า 33 ล้านหน่วย มากกว่า 3 เท่าของปริมาณซื้อขายเฉลี่ยในช่วง 30 วันที่ประมาณ 9.2 ล้านหน่วย สะท้อนแรงขายที่หนาแน่นในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

ดัชนี CBOE Volatility Index หรือ VIX ซึ่งใช้วัดความผันผวนที่ตลาดคาดการณ์และมักเรียกว่า “ดัชนีความกลัว” พุ่งขึ้น 11.57 จุด แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม

การเพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นการปรับขึ้นในเชิงจำนวนจุดมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน 2568 ซึ่ง VIX พุ่งขึ้น 15.29 จุด

แรงขายยังกระจายตัวเป็นวงกว้าง โดยตลาดหุ้นนิวยอร์กมีหุ้นปรับลง 2,344 หลักทรัพย์ เทียบกับหุ้นปรับขึ้นเพียง 416 หลักทรัพย์ หรือเกือบ 6 ต่อ 1 ขณะที่ตลาด Nasdaq มีหุ้นปรับลง 4,166 หลักทรัพย์ เทียบกับหุ้นปรับขึ้น 855 หลักทรัพย์ หรือเกือบ 5 ต่อ 1

ข้อมูล ณ วันดังกล่าวยังสะท้อนความเสียหายในหุ้นรายตัว ดังนี้

  • หุ้นในดัชนี S&P 500 จำนวน 174 หลักทรัพย์ หรือ 34.6% อยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์อย่างน้อย 20%
  • หุ้นในดัชนี S&P 500 จำนวน 310 หลักทรัพย์ หรือ 61.6% อยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์อย่างน้อย 10%
  • หุ้นในดัชนี Nasdaq-100 จำนวน 59 หลักทรัพย์ หรือ 58.4% อยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์มากกว่า 20%
  • หุ้นในดัชนี Nasdaq-100 จำนวน 72 หลักทรัพย์ หรือ 71.3% อยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์มากกว่า 10%

หุ้นใน S&P 500 ที่ปรับลงจากจุดสูงสุดในรอบ 52 สัปดาห์อย่างน้อย 20% มีทั้ง Nvidia, Alphabet, Intel, Micron Technology, Oracle, Coinbase, Robinhood, Caterpillar และ Lululemon สะท้อนว่าแรงขายครอบคลุมทั้งหุ้นเทคโนโลยี การเงิน อุตสาหกรรม และสินค้าอุปโภคบริโภค

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...