โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฝ่ายค้านวอล์คเอาท์ออกจากวงประชุมวิป 3 ฝ่าย หลังเคาะวันซักฟอกไม่ลงตัว

Nation Online

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

22 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ภายหลังวอล์คเอาท์จากการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎร หรือ วิป 3 ฝ่าย วาระกำหนดวันประชุมและการจัดสรรเวลาในการพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญ ว่า ที่ประชุมไม่มีข้อสรุป และย้ำว่าต้นตอในการพยายามหาทางออกเรื่องนี้ เริ่มมาจากทัศนคติของรัฐบาล ที่มองว่าสภาเป็นสาขาของรัฐบาล ตนเช็กกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหลายครั้ง ไม่เคยมีครั้งไหนที่อยู่ดีๆ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ออกหนังสือเป็นมติ ครม. ส่งมาที่สภาฯ ก่อนมีการหารือร่วมกันของวิป 3 ฝ่าย แล้วมากำหนดว่า ครม. พร้อมเฉพาะวันนั้นหรือวันนี้ และพยายามบีบสภา โดยเฉพาะฝ่ายค้านที่เป็นผู้เสนอญัตติ ให้อยู่ภายใต้กรอบเวลาดังกล่าว

หากเรามองภาพที่ใหญ่กว่า การหารือเรื่องนี้ เชื่อว่าทุกคนจะเห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ที่พยายามเข้ามาแทรกแซง และทำลายกลไกตรวจสอบถ่วงดุลของสภามาโดยตลอด นอกจากเรื่องอภิปรายไม่ไว้วางใจ เราก็เห็นว่าที่ประชุมของประธานคณะกรรมาธิการ 35 คณะ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 69 แม้จะมีการตั้งธงว่ามีการพูดคุยเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเรื่องความซ้ำซ้อนของหัวข้อหรือประเด็นที่แต่ละคณะกรรมาธิการพิจารณา แต่ท้ายที่สุดก็มีความพยายามสอดไส้ และนำพาที่ประชุมไปสู่ข้อสรุป ว่าต่อไปนี้ กมธ.ไหนจะประชุมเรื่องอะไร ต้องเป็นมติที่ประชุมเท่านั้น ขัดต่อแนวปฏิบัติที่ผ่านมา และเปิดช่องให้เสียงข้างมาก สามารถใช้เสียงในกรรมาธิการเพื่อปิดกั้นวาระ ที่เป็นการตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาลได้

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

“นี่เป็นสิ่งที่เราเห็นถึงการทำงานของรัฐบาลที่เป็นระบบ ที่พยายามเข้ามาทำลายกลไกของฝ่ายนิติบัญญัติในการตรวจสอบ ผมย้ำว่าที่ผ่านมา เราได้มีการแจ้งไปตลอดว่าสิ่งที่พรรคฝ่ายค้านให้ความสำคัญมากที่สุด เกี่ยวกับการทำหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจคือการจัดสรรวันและเวลาที่เพียงพอ ให้ทั้งฝ่ายค้านทำหน้าที่เสนอข้อกล่าวหา และฝ่าย ครม. ทำหน้าที่ชี้แจง เมื่อเริ่มเห็นท่าทีไม่ดี ก็บอกไปด้วยซ้ำว่า แม้ว่าตอนแรกที่เราตั้งต้นว่าจะอภิปรายช่วงปลายเดือน ต.ค. ต้น พ.ย. แต่หากติดขัดจริงๆ มีภารกิจที่ไม่สามารถเลื่อนได้จริงๆ นายกรัฐมนตรีต้องไปร่วมประชุมนานาชาติจริงๆ เราก็พร้อมที่ขยับเวลาออกไป ขอเพียงแค่มีการจัดสรรวันและเวลาที่เพียงพอในการทำหน้าที่ตรงนี้"

เมื่อวานเราก็ย้ำข้อเสนอตรงนี้อีก ว่า หากสมมติจำเป็นที่จะต้องขยับออกไป เพื่อให้มีวันและเวลาเพียงพอสำหรับทั้ง 2 ฝ่ายในการทำหน้าที่ เราก็ยินดี แต่มาจนถึงวันนี้ ฝ่ายรัฐบาลก็ยังไม่มีข้อเสนออะไรที่จะแก้ปัญหาตรงนี้ ยังคงพยายามที่จะยืนยันว่าจะต้องอภิปรายสัปดาห์หน้า และยืนยันว่าจะไม่ให้เวลาเรา 5 วัน หรือจำนวนชั่วโมงที่เพียงพอในการทำหน้าที่ พอเป็นแบบนี้ก็ไม่มีข้อสรุป” นายพริษฐ์ กล่าว

ประชุมวิป 3 ฝ่าย

เมื่อถามว่า หมายความว่าสมัยประชุมนี้จะไม่มีการอภิปรายใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เสนอไปก่อนที่จะเดินออกมาว่าให้ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯคนที่ 1 ในฐานะที่เป็นประธานที่ประชุม ทำหนังสือกลับไปที่ ครม. ว่าทั้ง 2 ฝ่าย ไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ ในช่วงเวลา 3 วันที่ ครม. เสนอมา และทำหนังสือถามไปยัง ครม. เพื่อให้พิจารณาหาวันที่เหลืออยู่ในสมัยประชุมนี้ คือเดือน พ.ย. และ ธ.ค. ให้ทั้ง 2 ฝ่ายหาข้อสรุปร่วมกันในช่วงเวลาใหม่ที่ ครม.เสนอมา แต่ทางรองประธานสภาฯไม่ได้รับปาก แม้กระทั่งจะทำแค่นี้ ทางเราก็ไม่มีทางเลือก

เมื่อถามย้ำว่า หาก ครม. ตั้งธงว่าจะอภิปรายในช่วงเวลาเดิม หากฝ่ายค้านไม่ได้ในช่วงเวลานี้ หมายความว่าจะไม่มีการอภิปรายแล้วใช่หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า “เราก็ต้องตั้งคำถาม และผมถามสื่อก็ได้ ว่าจะเป็นไปได้จริงหรือครับ เราเหลือเวลาเดือน พ.ย. และ ธ.ค. จะเป็นไปได้จริงหรือ ที่ไม่มีช่วงเวลาไหนอีกเลย ที่รัฐบาลจะทำหน้าที่ในการชี้แจงข้อกล่าวหา อภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมคิดว่าเป็นไปไม่ได้ครับ”

เมื่อถามว่า หากไม่มีเวทีอภิปรายในสภา เป็นไปได้หรือไม่ว่าจะมีการจัดอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสถานที่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในขั้นตอนนี้ตนเสนอ หากรองประธานสภาฯ คนที่ 1 ไม่ทำ ตนขอเสนอผ่านสื่อไปยังประธานสภาฯ ให้ทำหนังสือกลับไปที่ ครม. ว่าวิป 3 ฝ่ายได้หารือกันแล้ว แต่ไม่ได้ข้อสรุป ตามช่วงเวลา 27-29 ต.ค. ที่ ครม.เสนอมา และขอให้ ครม. เสนอช่วงเวลาใหม่ ตอบกลับมาภายในสมัยประชุมนี้ ซึ่งในสมัยประชุมนี้ ครม. ยังมีเวลาเหลือ 2 เดือน คิดว่าเป็นข้อเสนอและเป็นการดำเนินการขั้นต่ำที่ประธานสภาฯสามารถทำได้ตามหน้าที่ของตนเอง เพื่อหาทางออกให้กับเรื่องดังกล่าว

เมื่อถามว่า มองว่าเป็นการพยายามที่จะทำให้ไม่มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจเกิดขึ้นหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า คิดว่าเป็นหนึ่งในความพยายามบีบ พื้นที่ของฝ่ายค้านและสภา ในการตรวจสอบรัฐบาล

เมื่อถามว่า หากฝ่ายค้านไม่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ รัฐบาลสามารถเคาะวันและเวลาได้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เป็นอำนาจของประธาน แต่ตนคิดว่าบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญก็เขียนชัดว่าประธานต้องวางตัวเป็นกลาง และตนมีความเห็นว่า หากวางตัวเป็นกลางจริงก็ควรนำเสนอข้อเท็จจริง ตามที่เกิดขึ้นกลับไปยัง ครม. ว่าวิปไม่สามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ จึงไม่สามารถดำเนินการในช่วงเวลาที่รัฐบาลกำหนดมาในสัปดาห์หน้าได้ ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องให้ ครม. หาวันใหม่ เพื่อมาเจรจาหาข้อสรุปร่วมกันได้อีกครั้ง

เมื่อถามว่า ได้มีการคิดแผนสำรองไว้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ต้องถามกลับไปว่าทำไมเป็นไปไม่ได้ ตนชวนคิดในเชิงตรรกะว่า หากพวกตนยื่นญัตติวันนี้ ทาง ครม. จะตอบมาจริงๆ หรือว่าเดือน พ.ย.และ ธ.ค. ไม่มีวันว่างเลย ฉะนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ และเป็นหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญด้วย

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า หลังจากที่มีการยื่นเรื่องไปแล้ว พยายามสอบถามว่าทางประธานสภา จะมีการนัดประชุมทุกฝ่ายเมื่อไหร่ เพราะจากที่เห็นในอดีต เมื่อมีการยื่นญัตติแล้วอาจมีการคุยนอกรอบอย่างไม่เป็นทางการ แต่ท้ายที่สุดประธานสภาก็ต้องนัดทุกฝ่ายมาคุยกันเป็นทางการ กว่าจะได้ข้อสรุปก็ต้องประชุม 2-3 ครั้ง จึงจะมีการแจ้งไปที่ ครม. เพื่อให้รับรู้และมีคำยืนยันกลับมาเป็นทางการ

"ครั้งนี้ผิดวิสัยมาก ผมพยายามสอบถามว่าเมื่อไหร่จะประชุมทางการ ก็ไม่เกิดขึ้น จนกระทั่งเมื่อวาน(21 ต.ค.69) มีการประชุมครั้งแรก และเป็นการนัดประชุมหลังจากที่ ครม. มีมติส่งหนังสือมาที่สภาแล้ว แทนที่จะรอให้มีข้อสรุปของทุกฝ่ายก่อน ซึ่งมีหลายอย่างเกิดขึ้นอย่างไม่ปกติมาตลอดกับการดำเนินการที่ผ่านมา หวังว่าเรามาเริ่มต้นกันใหม่ ประธานสภาส่งหนังสือตอบ ครม. กลับไป แล้วมาเริ่มกระบวนการที่ถูกต้องกันใหม่" นายพริษฐ์กล่าว

เมื่อถามว่า การประชุมใหม่จะต้องคุยกันนอกรอบอีกหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เบื้องต้นเราทราบความต้องการทุกฝ่ายแล้ว ท้ายสุดทุกฝ่ายก็ต้องหาทางออกร่วมกัน อาจไม่มีใครได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เราก็พูดไปแล้วว่ามีการวางแผนการทำงาน 5 วันเต็ม 60 ชั่วโมงมาตลอด อ้างอิงจากในอดีต ถ้าจะต้องบีบเนื้อหาเราให้ลดลงนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ก็พูดแล้วว่า ก็ต้องไปดำเนินการจัดระเบียบเนื้อหาใหม่ เพื่อไม่ให้สูญเสียสาระสำคัญที่เตรียมไว้ในการซักฟอกรัฐมนตรีทั้ง 18 คน แต่สิ่งที่ต้องการตอนนี้คือให้ประธานสภาฯ ส่งหนังสือไปหา ครม. ว่ามีช่วงวันอื่นไหนบ้างที่จะเป็นไปได้ ทางเราจะได้มาหาข้อสรุปร่วมกันอีกครั้ง

ด้าน นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เราได้เสนอในที่ประชุมไปว่าหากปลายเดือน ต.ค. รัฐบาลไม่ว่าง ก็ให้เป็นวันที่ 7 - 11 พ.ย.ได้หรือไม่ ซึ่ง ครม. ยืนยันว่าไม่ว่างเช่นเดียวกัน ตนรู้สึกแปลกใจ เพราะ ครม. บอกว่าเพิ่งได้รับหนังสือ และมีมติ ครม. ออกมา จริงๆการยื่นญัตติไม่ไว้วางใจก็ทราบโดยทั่วกันอยู่แล้วในทางสังคม ถ้าจะมาบอกว่าทำไมฝ่ายค้านไม่ถอยเรื่องเวลา เราก็บอกไปแล้วว่าถ้าสัปดาห์หน้าไม่ได้ ก็เป็นเดือนหน้าได้ และเหมือนกับที่นายพริษฐ์บอก ถ้ายื่นวันนี้เป็นวันแรกก็ต้องหาวันมา จะติดภารกิจตลอดคงเป็นไปไม่ได้ อยากบอกรัฐบาลว่า การยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเพราะมีการกล่าวหา ท่านมีหน้าที่ต้องมาตอบชี้แจงต่อสังคม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...