โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การบินไทยเละ! ทำผู้โดยสาร-กระเป๋าตกค้าง ไร้การแจ้งข่าวสาร

SpringNews

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิกฤตสุวรรณภูมิ! 'การบินไทย' บริหารงานล้มเหลว ทำผู้โดยสาร-กระเป๋าตกค้างนับพัน ไร้การชี้แจง

เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายขึ้นภายในสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากการบริหารจัดการของ 'บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)' ในฐานะผู้รับสัมปทานดูแลบริการจัดการกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสาร ประสบภาวะล้มเหลวอย่างหนัก

ส่งผลให้มีผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากต้องตกค้างอยู่ภายในอาคารผู้โดยสาร เนื่องจากไม่ได้รับกระเป๋าสัมภาระที่โหลดใต้ท้องเครื่อง

โดยผู้โดยสารหลายรายต้องใช้เวลารอนานถึง 5-6 ชั่วโมง และบางรายต้องรอนานข้ามวันโดยไม่มีเจ้าหน้าที่หรือการประกาศชี้แจงใดๆ จากทางการบินไทยที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง

โดยสารสุดทน ไร้การสื่อสาร-ต้องกลับบ้านไปอาบน้ำแล้วมารอใหม่

จากเสียงสะท้อนของผู้โดยสารหญิงรายหนึ่งที่เดินทางมาจากเมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งแต่เวลาประมาณ 00:20 น. เปิดเผยว่า เมื่อมาถึงจุดรับกระเป๋า กลับไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาแจ้งข้อมูลหรือสื่อสารใดๆ

ทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากรวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่รู้เรื่องต้องยืนรอโดยไร้จุดหมาย นานกว่า 2 ชั่วโมง จนกระทั่งมีนักท่องเที่ยวด้วยกันเองเข้ามาแจ้งว่ามีทางเลือกคือให้รอ 3–5 ชั่วโมง หรือทำเรื่องไว้แล้วกลับบ้านก่อนแล้วค่อยมารับวันหลัง

ซึ่งเมื่อเธอเดินทางไปติดต่อแผนกกระเป๋าสูญหาย (Lost and Found) เจ้าหน้าที่กลับไม่แนะนำให้จัดส่งกระเป๋าตามไปที่บ้าน แต่แนะนำให้เดินทางกลับไปก่อนแล้วค่อยมารับเองในวันรุ่งขึ้น

ทำให้เธอต้องเดินทางกลับบ้านไปอาบน้ำ แล้วเสียเวลาเดินทางต่อแถวรอรับกระเป๋าใหม่อีกรอบในช่วงเช้า สะท้อนถึงการขาดประสิทธิภาพในการสื่อสารและการบริหารจัดการของการบินไทยอย่างชัดเจน ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น โพสต์ใน X ถึงการบริหารที่ไร้ทิศทางว่า

ไม่ใช่ว่าผม เป็น FC #การบินไทย แล้วจะวิจารณ์ไม่ได้ และผมพยายามจะไม่พูดเรื่องการเมืองแล้ว แต่รัฐบาลคุณ #อนุทิน ต้องรับไป

จากกรณีที่ #น้ำท่วมกรุงเทพ จนทำให้พนักงาน Ground หลายท่านไม่สามารถมาทำงานได้ จริงเกิดเหตุให้เที่ยวบินล่าช้าเป็นเวลาหลายชั่วโมง รวมถึงสายพานกระเป๋าก็ล่าช้าหลังจากเครื่องลง

ผมอยากสอบถาม @ThaiAirways ว่าในกรณีแบบนี้ ทำไมสายการบินยังดันทุรังจะบินต่อ เพราะหากพนักงานไม่พอ ก็ควรจะยกเลิกไฟล์ท หรือไม่? เพราะยกเลิกไฟล์ทบิน ผมว่าผู้โดยสารเข้าใจมากกว่า ก็มาขอคืนเงินอะไรกันปกติ ผมไม่เข้าใจเท่านั้นว่า จะบินต่อทำไม ช่วงที่ญี่ปุ่นหรือจีนพายุเข้า ทางสายการบินที่นั่นเค้าก็ยกเลิกไฟล์ท เมื่อสถานการณ์ปกติ เค้าถึงกลับมาเปิด ผมก็หวังว่าครั้งนี้จะเป็นบทเรียนที่ดีให้กับบริษัทนะครับ ว่าอย่าดันทุรังเลย ยกเลิกไฟล์ทย่อมดีกว่าดีเลย์ครับ

อีกส่วน คือการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่ไม่ร่วมประสานงานให้ชัดเจน

และส่วนสุดท้ายคือรัฐบาล ที่ไม่มีแผนการจัดการน้ำที่ชัดเจน โดยสส. รวมถึงนักวิชาการหลายคนได้เสนอวิธีจัดการน้ำแล้ว ทั้งแก้มลิงนู่นนี่นั่นเยอะแยะ แต่ผู้เกี่ยวข้องในรัฐบาลทำอะไรครับ พูดว่าเอาอยู่ (เอาอยู่พ่xมึงอ่ะ)

อย่างที่บอก ว่าพยายามแล้วที่จะไม่พูดเรื่องการเมือง แต่ผมเห็นความเดือดร้อนมันเป็นวงกว้างขนาดรี้ รบ.จะมาลอยตัวไม่ได้หรอกก็ต้องรับไปเต็มๆนั่นแหละ

นอกจากนี้ ยังพบข้อมูลน่าตกใจว่า ในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิมีผู้รับสัมปทานบริการขนถ่ายกระเป๋าสัมภาระ 2 ราย โดยอีกรายหนึ่งไม่พบปัญหาและสามารถจัดการสัมภาระได้ตามปกติ

ในขณะที่ปัญหาเกิดขึ้นกับการบินไทยเพียงเจ้าเดียว และที่น่าตั้งคำถามอย่างยิ่งคือ การบินไทยซึ่งรับหน้าที่ดูแลสัมภาระให้ทั้งสายการบินของตนเองและสายการบินพันธมิตร กลับเลือกที่จะเร่งดำเนินการขนถ่ายสัมภาระให้แก่ผู้โดยสารของสายการบินอื่นก่อน

เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบต่อสัญญาว่าจ้างที่มีการระบุเงื่อนไขค่าปรับไว้มหาศาลหากเกิดความล่าช้า แต่กลับ "เท" ผู้โดยสารของตนเอง ปล่อยให้กระเป๋าตกค้างและเที่ยวบินขาออกดีเลย์นับชั่วโมง

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมระบุว่า ทอท. อยู่ระหว่างการพิจารณาลงโทษและเรียกเก็บค่าปรับจากการบินไทย เนื่องจากทำให้เกิดความเสียหายและล่าช้าอย่างร้ายแรง เพื่อวางมาตรฐานการให้บริการและย้ำเตือนว่าการดูแลประชาชนและผู้โดยสารจะต้องเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...