โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Transition Finance ขุมทรัพย์ลงทุนธีมใหม่ จับตาธุรกิจเร่งปรับตัว รับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บลจ.ยูโอบี ชี้การเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน หรือ Transition Finance เป็นโอกาสลงทุนระลอกใหม่ ท่ามกลางกระแสเศรษฐกิจโลกมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions เปิดทางลงทุนในธุรกิจที่อยู่ระหว่างปรับตัวจากอุตสาหกรรมปล่อยคาร์บอนสูงสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ แนะนักลงทุนพิจารณาคุณภาพข้อมูล เป้าหมายลดคาร์บอน แผนดำเนินงาน ความโปร่งใสของบริษัท เพื่อประเมินศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

วันที่ 3 พ.ย.2569 บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) มองการเปลี่ยนผ่านจากระบบพลังงานเดิมไปสู่ระบบพลังงานสะอาดไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในทันที ทำให้แนวคิดการเงินเพื่อการเปลี่ยนผ่าน (Transition Finance) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนภาคธุรกิจให้สามารถปรับตัวไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเป็นกลไกจัดสรรเงินทุนให้แก่ธุรกิจที่กำลังเปลี่ยนผ่านจากกิจกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงไปสู่กิจกรรมที่ปล่อยคาร์บอนต่ำลง

สำหรับผู้ลงทุน Transition Finance ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสนับสนุนความยั่งยืนเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการเข้าถึงบริษัทที่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งมีศักยภาพสร้างมูลค่าเพิ่มจากการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม และปรับตัวให้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจโลกที่มุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions)

ทั้งนี้ Transition Finance เป็นเครื่องมือทางการเงินที่สนับสนุนกลุ่มธุรกิจที่กำลังปรับตัว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยคาร์บอนได้ยาก (Hard-to-Abate Sectors) เช่น อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ เหล็ก เคมีภัณฑ์ การขนส่ง และการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงฟอสซิล รวมถึงธุรกิจในประเทศกำลังพัฒนาและตลาดเกิดใหม่ที่ต้องการเงินทุนเพื่อยกระดับเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน

เงินทุนดังกล่าวสามารถนำไปใช้พัฒนาเทคโนโลยีสะอาด ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลงทุนในกระบวนการผลิตคาร์บอนต่ำ และเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน เพื่อให้การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

จุดแตกต่างสำคัญระหว่าง Transition Finance กับการเงินสีเขียว (Green Finance) คือ Green Finance มุ่งจัดสรรเงินทุนให้แก่ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว ขณะที่ Transition Finance เปิดโอกาสให้ธุรกิจที่ยังมีการปล่อยคาร์บอนสูง แต่มีแผนและความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างชัดเจน สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนการดำเนินธุรกิจได้

อย่างไรก็ตาม บริษัทที่ต้องการรับเงินทุนภายใต้กรอบ Transition Finance จำเป็นต้องจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่าน (Transition Plan) ที่กำหนดเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว พร้อมตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPIs) และกลไกติดตามผลที่ชัดเจนและตรวจสอบได้ เพื่อให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เพียงการสร้างภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืน

Transition Finance กับทิศทางเศรษฐกิจโลก

แนวโน้มการลงทุนอย่างยั่งยืนในปี 2026 เริ่มขยายขอบเขตจากการลงทุนในธุรกิจสีเขียวโดยตรง ไปสู่การสนับสนุนกิจกรรมในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition Activities) ของธุรกิจที่แม้ปัจจุบันยังมีการปล่อยคาร์บอนในระดับสูง แต่มีแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่องและสามารถวัดผลได้

แนวคิดดังกล่าวเริ่มถูกนำมาบูรณาการเข้ากับเกณฑ์การจำแนกกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน (Taxonomy) ของหลายประเทศและภูมิภาคทั่วโลก รวมถึงเอเชีย อินเดีย สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับการจัดสรรเงินทุนในระบบเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ Transition Finance ยังช่วยปลดล็อกข้อจำกัดของ Green Finance ซึ่งที่ผ่านมาเงินทุนจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงอุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยคาร์บอนได้ยาก รวมถึงประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา (Emerging Markets and Developing Economies: EMDEs) ที่ต้องการเงินลงทุนจำนวนมากเพื่อยกระดับเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน

การนำกิจกรรมในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้ามาอยู่ในกรอบ Taxonomy จึงช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่างธุรกิจที่มีความยั่งยืนอยู่แล้วกับธุรกิจที่ยังปล่อยคาร์บอนสูงแต่มีศักยภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งผลให้ธุรกิจกลุ่มนี้มีโอกาสเข้าถึงเงินทุนมากขึ้น ขณะที่ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงการเติบโตของบริษัทที่มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นผู้นำในเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในอนาคต

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ ความยืดหยุ่นของเส้นทางการเปลี่ยนผ่าน (Dynamic Nature) เนื่องจากแต่ละประเทศมีโครงสร้างเศรษฐกิจ แหล่งพลังงาน ระดับการพัฒนา และข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีแตกต่างกัน การกำหนดมาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกประเทศจึงอาจไม่สะท้อนบริบทที่แท้จริง ทำให้เกณฑ์ Taxonomy ให้ความสำคัญกับแผนการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจนและผลการดำเนินงานที่ติดตามวัดผลได้

5 ขั้นตอนประเมินบริษัทที่อยู่ระหว่างเปลี่ยนผ่าน

สำหรับการลงทุนภายใต้แนวคิด Transition Finance หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเลือกบริษัทที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำที่สุด แต่เป็นการมองหาบริษัทที่มีความมุ่งมั่นและศักยภาพในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้จริงในอนาคต โดยมี 5 ขั้นตอนสำคัญในการประเมิน ได้แก่

1. ตรวจสอบฐานข้อมูลคาร์บอน พิจารณาคุณภาพและความครบถ้วนของข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัท ทั้งการปล่อยโดยตรงจากการดำเนินงาน (Scope 1) การปล่อยทางอ้อมจากพลังงานที่ซื้อมา (Scope 2) และการปล่อยทางอ้อมจากห่วงโซ่ธุรกิจ (Scope 3) รวมถึงการกำหนดปีฐานที่ชัดเจนและการอ้างอิงมาตรฐานสากล โดยข้อมูลควรผ่านการทวนสอบจากหน่วยงานภายนอกที่เป็นอิสระ เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

2. วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของเป้าหมาย ประเมินว่าเป้าหมายลดคาร์บอนของบริษัทมีความท้าทายและสามารถดำเนินการได้จริงหรือไม่ โดยพิจารณาการรับรองจากองค์กรระดับสากล เช่น Science Based Targets initiative (SBTi) รวมถึงความสอดคล้องกับข้อตกลงปารีส และการกำหนดเป้าหมายระยะสั้นและระยะกลาง เช่น ปี 2030 เพื่อรองรับเป้าหมาย Net Zero ในระยะยาว ทั้งนี้ ควรให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานจริง มากกว่าการพึ่งพาการซื้อคาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชยเป็นหลัก

3. ประเมินมาตรการและเทคโนโลยีลดคาร์บอน พิจารณาแผนปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน การพัฒนาเทคโนโลยีสะอาด การปรับปรุงกระบวนการผลิต ไปจนถึงการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและการจัดซื้อวัตถุดิบคาร์บอนต่ำ ส่วนการใช้คาร์บอนเครดิตควรเป็นทางเลือกสำหรับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ไม่สามารถลดได้แล้วจริง ๆ และต้องมาจากโครงการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานที่น่าเชื่อถือ

4. ตรวจสอบการจัดสรรเงินทุนและการกำกับดูแล พิจารณาการจัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการลดคาร์บอนและเทคโนโลยีสะอาด รวมถึงแผนบริหารจัดการสินทรัพย์หรือธุรกิจที่ปล่อยคาร์บอนสูง นอกจากนี้ ยังต้องประเมินบทบาทของคณะกรรมการและผู้บริหารในการกำกับดูแล โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเป้าหมายลดคาร์บอนและการเตรียมความพร้อมรับมือมาตรการการค้าระหว่างประเทศเข้ากับตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI) และค่าตอบแทนผู้บริหาร

5. ติดตามความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูล ตรวจสอบระบบติดตามผลการดำเนินงานว่ามีความสามารถในการวัดความคืบหน้าเทียบกับเป้าหมายและปีฐานได้อย่างแม่นยำหรือไม่ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลทั้งความสำเร็จ ความท้าทาย และอุปสรรคที่เกิดขึ้นอย่างโปร่งใสตามมาตรฐานสากล เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถประเมินความน่าเชื่อถือของแผนการเปลี่ยนผ่าน และลดความเสี่ยงจากการสื่อสารเกินจริงหรือ Greenwashing

ต่อยอดโอกาสลงทุนยั่งยืนกับ บลจ.ยูโอบี

บทบาทที่เพิ่มขึ้นของ Transition Finance และการขยายตัวของเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ สะท้อนให้เห็นว่าโอกาสลงทุนอย่างยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างสมบูรณ์ หรือกลุ่ม Pure-Play Green Companies เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงธุรกิจที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านและมีแผนลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน

ดังนั้น การเลือกลงทุนผ่านกองทุนรวมที่มีกระบวนการคัดสรรหุ้นยั่งยืนอย่างรอบด้าน จึงเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าถึงโอกาสการเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเศรษฐกิจและทิศทางการลงทุนทั่วโลกที่มุ่งสู่ความยั่งยืน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ กองทุน - การลงทุน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...