โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดาวโจนส์ ร่วงเกือบ 200 จุด Nasdaq ฟื้นแรง หุ้นชิปหนุน S&P 500 นักลงทุนจับตาผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 4 พฤศจิกายน 2569 เวลา 15.20 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสานในวันอังคาร (3 พ.ย. 2569) โดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ฟื้นตัวจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์ หลังเผชิญแรงขายต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลดลงจากแรงกดดันของหุ้น Apple ด้านนักลงทุนจับตาผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ และความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งส่งผลต่อทิศทางตลาดการเงินและราคาพลังงานโลก

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ S&P 500 ฟื้นตัว หุ้นชิปหนุน Nasdaq พุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมผสานในวันอังคาร (3 พ.ย. 2569) โดยดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นและยุติการปรับตัวลงติดต่อกัน 3 วัน ขณะที่ Nasdaq ฟื้นตัวจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิป ท่ามกลางนักลงทุนที่ติดตามผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ

  • ดัชนี Dow Jones Industrial Average ปิดที่ 51,786.72 จุด ลดลง 197.26 จุด (-0.38%)
  • ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,568.92 จุด เพิ่มขึ้น 27.52 จุด (+0.36%)
  • ดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 25,372.009 จุด เพิ่มขึ้น 207.646 จุด (+0.83%)

หุ้น Apple ปรับตัวลดลงเกือบ 2% หลังบริษัทเปิดเผยแนวโน้มอัตรากำไรที่น่าผิดหวัง และยอดขาย iPad ในไตรมาส 4 ของปีงบประมาณต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่งผลกดดันดัชนีดาวโจนส์

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยหุ้น Advanced Micro Devices (AMD) เพิ่มขึ้นมากกว่า 3% ขณะที่ Broadcom ปรับตัวขึ้น 3% ส่วน Micron Technology และ Nvidia เพิ่มขึ้นมากกว่า 2% เช่นกัน

นักลงทุนยังคงจับตาผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าพรรคใดจะครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รวมถึงประเมินผลกระทบต่อตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ นักลงทุนจับตาความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงในวันอังคาร ท่ามกลางความระมัดระวังของนักลงทุนต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความไม่แน่นอนจากการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลก

  • ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 645.66 จุด ลดลง 3.78 จุด (-0.58%)
  • ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนี ปิดที่ 25,864.62 จุด ลดลง 116.47 จุด (-0.45%)
  • ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศส ปิดที่ 8,020.31 จุด ลดลง 27.38 จุด (-0.34%)

บรรยากาศการลงทุนในตลาดยุโรปยังได้รับแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งนักลงทุนติดตามความคืบหน้าการเจรจาทางการทูตและความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานพลังงานโลก

ตลาดหุ้นอังกฤษร่วงกว่า 1% นักลงทุนระมัดระวังความเสี่ยงตลาดโลก

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดลดลงอย่างหนักในวันอังคาร โดยปรับตัวลงมากกว่าตลาดหุ้นสำคัญแห่งอื่นในยุโรป ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลาง

  • ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นอังกฤษ ปิดที่ 10,638.43 จุด ลดลง 122.90 จุด (-1.14%)

ขณะที่นักลงทุนยังติดตามการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ รวมถึงธนาคารกลางนอร์เวย์และสวีเดน ซึ่งมีกำหนดประกาศนโยบายการเงินในสัปดาห์นี้ โดยทิศทางอัตราดอกเบี้ยยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อแนวโน้มตลาดหุ้นยุโรป

ราคาน้ำมันร่วงต่อเนื่องวันที่ 2 หวังสหรัฐฯ-อิหร่านบรรลุข้อตกลง

ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันในวันอังคาร หลังนักลงทุนมีความหวังว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจบรรลุข้อตกลงทางการทูตเพื่อยุติสงครามที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานทั่วโลกมานาน 8 เดือน

  • ราคาน้ำมันดิบ WTI (ส่งมอบเดือนธันวาคม) ปิดที่ 96.09 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 0.38%
  • ราคาน้ำมันดิบ Brent (ส่งมอบเดือนมกราคม) ปิดที่ 103.60 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 1.12%

แรงกดดันต่อราคาน้ำมันเกิดขึ้นหลังมีรายงานว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจมีความคืบหน้า โดยกาตาร์ยังคงทำหน้าที่เป็นคนกลางในการเจรจาเพื่อหาข้อตกลงยุติความขัดแย้ง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความเปราะบาง หลังมีรายงานการโจมตีเกาะ Qeshm ของอิหร่านโดยสหรัฐฯ และเหตุโจมตีเรือพาณิชย์ในอ่าวเปอร์เซีย ช่องแคบฮอร์มุซ และอ่าวโอมาน ทำให้ความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันยังคงอยู่

ราคาทองคำปรับลงต่อ ดอลลาร์แข็งค่า-บอนด์ยีลด์เพิ่มกดดันราคา

ราคาทองคำโลกปรับตัวลดลงในวันอังคาร หลังเงินดอลลาร์แข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำ ขณะที่ตลาดจับตาผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการคลังและเศรษฐกิจในระยะต่อไป

  • ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ปิดที่ 3,927.49 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 0.5%
  • ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ (ส่งมอบเดือนธันวาคม) ปิดที่ 3,936.80 ดอลลาร์/ออนซ์ ลดลง 0.8%

นักวิเคราะห์ระบุว่า การแข็งค่าของเงินดอลลาร์และการเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำ เนื่องจากทำให้ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) โดยข้อมูลจาก CME FedWatch Tool ระบุว่า ตลาดคาดการณ์โอกาส 73% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม ลดลงจากระดับ 76% ก่อนหน้านี้

ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าเล็กน้อย นักลงทุนจับตาผลเลือกตั้งสหรัฐฯ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในการซื้อขายที่ผันผวนเมื่อวันอังคาร หลังนักลงทุนประเมินความไม่แน่นอนจากผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ และความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ขณะเดียวกันข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาดช่วยสนับสนุนค่าเงินดอลลาร์

  • ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) ซึ่งวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก ปรับขึ้น 0.1% อยู่ที่ 101.81 จุด

เงินดอลลาร์ได้รับแรงหนุนหลังรายงาน JOLTS ของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่า จำนวนตำแหน่งงานว่างเพิ่มขึ้น 333,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 7.523 ล้านตำแหน่ง สูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 7.1 ล้านตำแหน่ง

นักลงทุนยังคงจับตารายงานตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ ที่จะประกาศในวันศุกร์นี้ ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินทิศทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยของเฟด ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์ยังได้รับอิทธิพลจากความไม่แน่นอนทางการเมืองและสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

อ้างอิง : CNBC, Reuters

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นทั่วโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...