‘ปลัดเกษตรฯ’ สั่งการด่วนตามนโยบายรัฐมนตรี เร่งเยียวยา–ส่งเครื่องจักร ช่วยเกษตรกร น้ำท่วม
นายรพีภัทร์ จันทร์ศรีวงศ์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงทิศทางการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมพื้นที่เกษตร ว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการนายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งรัดสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เข้าแก้ไขปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องเกษตรกรอย่างเร่งด่วนที่สุด พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดขั้นตอนการสำรวจประเมินความเสียหายทางด้านการเกษตร เพื่อเร่งจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบให้รวดเร็วที่สุด
เปิดตัวเลขความเสียหาย พืช-ประมง-ปศุสัตว์ จมน้ำอ่วม
จากข้อมูลสรุปสถานการณ์ภัยพิบัติด้านการเกษตร ล่าสุด ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2569 กระทรวงให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ตั้งแต่ วันที่ 3 กันยายน – 4 ตุลาคม 2569 มีจังหวัดได้รับผลกระทบ 43 จังหวัด เกษตรกร 146,137 ราย พื้นที่ประสบภัย 1,896,978 ไร่ พื้นที่คาดว่าจะเสียหาย 1,661,685.12 ไร่ แบ่งเป็น
- ข้าว 1,331,794.63 ไร่
- พืชไร่/พืชผัก 246,434.95 ไร่
- ไม้ผลไม้ยืนต้น 96,442.04 ไร่
ทั้งนี้ใน เบื้องต้นได้มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว จำนวน 24 จังหวัด สำหรับการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ฯ โดยเกษตรกรจะต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกร หรือมีสมุดเล่มเขียวเรียบร้อยแล้ว มีพื้นที่เพาะปลูกหรือทำการเกษตรที่ได้รับผลกระทบเกิดความเสียหายจริง
2.ด้านประมง ได้รับผลกระทบ 35 จังหวัด เกษตรกร 9,652 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกระทบ 69,393 ไร่ (บ่อปลา 59,263 ไร่, บ่อกุ้ง 10,156 ไร่) และกระชังอีก 155,526 ตารางเมตร ซึ่งจากการสำรวจพบความเสียหายแล้วทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 286,477,444 บาท
3.ด้านปศุสัตว์ ได้รับผลกระทบ 29 จังหวัด เกษตรกร 22,734 ราย สัตว์เลี้ยงได้รับผลกระทบรวม 14,272,781 ตัว (เป็นสัตว์ปีก 14,109,500 ตัว, สุกร 72,182 ตัว, โค 49,286 ตัว, กระบือ 21,723 ตัว, แพะ/แกะ 20,090 ตัว) และแปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์อีก 2,618 ไร่ สำรวจพบสัตว์ตาย/สูญหายแล้ว: รวม 4,412,656 ตัว (สัตว์ปีก 4,403,400 ตัว, สุกร 9,184 ตัว, โค 60 ตัว, กระบือ 5 ตัว, แพะ/แกะ 7 ตัว)
4.ภัยดินโคลนทับถม (ช่วงภัย 30 ก.ค. 69 – ปัจจุบัน): กระทบ 5 จังหวัด (เชียงใหม่ น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน และเลย) เกษตรกร 623 ราย พื้นที่ได้รับผลกระทบ 516 ไร่ วงเงินความเสียหาย 3,612,858 บาท
เตือนสภาพอากาศแปรปรวน 5–7 ต.ค. – เฝ้าระวังน้ำเขื่อนเจ้าพระยา
กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศฉบับที่ 8 เตือนเรื่อง "อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน" ระหว่างวันที่ 5–7 ตุลาคม 2569 โดยจะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และฝนตกหนักถึงหนักมาก เนื่องจากมวลอากาศเย็นจากจีนแผ่ลงมาปะทะกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยมีปริมาณฝนสะสมสูงสุดที่ อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ สูงถึง 151.0 มิลลิเมตร (ฝนตกหนักมาก)
ขณะที่ สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาตรน้ำรวม 63,005 ล้านลูกบาศก์เมตร (82% ของความจุ) โดยอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 4 แห่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา (ภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อยฯ ป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาตรน้ำรวม 18,452 ล้าน ลบ.ม. (74%) โดยเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีน้ำสูงเกินความจุเก็บกักที่ 110% ทั้งนี้ เขื่อนเจ้าพระยา (สถานี C.13) มีปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
เปิดมาตรการช่วยเหลือเฉพาะหน้า กระทรวงเกษตรฯ
เพื่อรับมือและเร่งบรรเทาความเดือดร้อน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดตั้งเครื่องมือช่วยเหลือเฉพาะหน้า ดังนี้:
- เครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่: จัดเตรียมไว้รวม 1,914 เครื่อง ทั่วประเทศ โดยเร่งตั้งเครื่องสูบน้ำระบายน้ำหลากแล้วในพื้นที่สิงห์บุรี ฉะเชิงเทรา สุพรรณบุรี สมุทรสาคร ชุมพร และสงขลา
- รถบรรทุกน้ำ: เตรียมความพร้อมสนับสนุนรวม 203 คัน (ภาคเหนือ 54 คัน, ภาคอีสาน 49 คัน, ภาคใต้ 38 คัน, ภาคกลาง/ตก 37 คัน และภาคตะวันออก 25 คัน)
อัตราช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติ 2569
รายละเอียดอัตราการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 กำหนดอัตราการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ ครอบคลุมทั้งพื้นที่เพาะปลูกที่ได้รับความเสียหายโดยตรง และการฟื้นฟูพื้นที่หลังสถานการณ์คลี่คลาย
สำหรับอัตราการช่วยเหลือด้านพืช แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่
- ข้าว ช่วยเหลือไร่ละ 2,240 บาท
- พืชไร่และพืชผัก ช่วยเหลือไร่ละ 3,180 บาท
- ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ ช่วยเหลือไร่ละ 6,800 บาท
ทั้งนี้ กรณีไม้ผลและไม้ยืนต้นได้รับผลกระทบจน ชะงักการเจริญเติบโต แต่ยังสามารถฟื้นฟูให้กลับมาเจริญเติบโตได้ จะได้รับความช่วยเหลือในอัตราไร่ละ 3,400 บาท โดยการช่วยเหลือในกลุ่มพื้นที่เพาะปลูกดังกล่าวกำหนด ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่
เปิดวงเงินช่วยพื้นที่ถูกโคลน-ซากวัสดุทับถม
นอกจากนี้ สำหรับพื้นที่เพาะปลูกที่ได้รับความเสียหายจากการถูก หิน ดิน ทราย ไม้ โคลน รวมถึงซากวัสดุต่าง ๆ ทับถม จนไม่สามารถเพาะปลูกได้ตามปกติ รัฐกำหนดการช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายในการขุดลอก ขนย้าย และดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ ในอัตรา ไร่ละ 16,000 บาท โดยกำหนดพื้นที่ช่วยเหลือ ไม่เกิน 5 ไร่ต่อครัวเรือน ซึ่งมาตรการดังกล่าวถือเป็นอีกกลไกสำคัญในการเร่งฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อให้เกษตรกรสามารถกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตได้เร็วที่สุด หลังระดับน้ำลดลงและสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ
เร่งฟื้นฟูดิน-แจกเมล็ดพันธุ์พืชอายุสั้น
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอจะเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรในระยะฟื้นฟู โดยเฉพาะการ ฟื้นฟูสภาพดิน การเตรียมสารชีวภัณฑ์ และการปรับปรุงบำรุงดิน ให้กลับมามีความเหมาะสมต่อการเพาะปลูกอีกครั้ง ในระยะต่อไป กรมส่งเสริมการเกษตร จะสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชอายุสั้น เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปเพาะปลูกหลังน้ำลด โดยมุ่งเน้นพืชที่ใช้ระยะเวลาในการเพาะปลูกไม่นาน สามารถสร้างผลผลิตและรายได้กลับคืนสู่ครัวเรือนได้ในระยะสั้น
มาตรการช่วยเหลือจึงไม่ได้มุ่งเพียงการจ่ายเงินชดเชยความเสียหาย แต่ยังครอบคลุมตั้งแต่ การฟื้นฟูพื้นที่ การปรับปรุงดิน การสนับสนุนปัจจัยการผลิต ไปจนถึงการสร้างรายได้ระยะสั้น