โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จักรพรรดิแม็กซิมิเลียนที่ 1 แห่งเม็กซิโก กษัตริย์หุ่นเชิดของจักรวรรดิฝรั่งเศส

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 19 ก.ค. 2565 เวลา 04.50 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2565 เวลา 03.27 น.
จักรพรรดินโปเลียนที่ 3 (Napoleon III) (ภาพจาก Wikimedia Commons )

หลังจากก่อตั้งระบอบสาธารณรัฐเม็กซิโกประเทศได้ประสบปัญหาหลายด้าน ทั้งทางด้านเศรษฐกิจที่ยังมีหนี้สินล้นพ้นตัวจนต้องกู้ยืมชาติมหาอำนาจต่างๆ ในยุโรปและสหรัฐอเมริกา อีกทั้งในช่วง ค.ศ. 1836 เม็กซิโกยังต้องสูญเสียดินแดนทางตอนเหนือคือรัฐโกอาวีลาและเตฆัส (Coahuila y Tejas) จากการที่ชาวอเมริกันที่ไปลงทุนและตั้งถิ่นฐานในดินแดนดังกล่าวได้ลุกฮือต่อต้านนโยบายการกลืนชาติและการปกครองแบบรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลางโดยรัฐบาลเม็กซิกัน

นำไปสู่การปฏิวัติเท็กซัส (Texas Revolution) กองทัพเม็กซิกันซึ่งนำโดยนายพลซานตา อันนาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้และต้องยอมลงนามในสนธิสัญญาเวลาสโก (Treaties of Velasco) ทำให้สาธารณรัฐเท็กซัส (Republic of Texas) ถูกสถาปนาขึ้นและมีอำนาจอธิปไตยในการปกครองตนเองอย่างสมบูรณ์

ความพ่ายแพ้ของเม็กซิโกในครั้งนี้เกิดจากการที่รัฐบาลขาดแคลนงบประมาณในการทำสงครามและกองทัพไม่มีความพร้อมจนนำมาสู่ความอัปยศของชาติ การเมืองภายในของเม็กซิโกมีความสั่นคลอนอีกครั้ง เพราะบรรดาชาวเม็กซิกันในหัวเมืองต่างๆ พากันลุกฮือต่อต้านการรวมอำนาจสู่ศูนย์กลาง และเศรษฐกิจประเทศก็มีปัญหาจากการเพิ่มอัตราภาษี 15% ของสินค้านำเข้าจนการค้าระหว่างประเทศซบเซา

ท่ามกลางสถานการณ์ที่วุ่นวายมีผู้ที่พยายามเสนอให้มีการรื้อฟื้นการปกครองด้วยระบอบราชาธิปไตยอีกครั้งแต่ล้มเหลวเพราะนายพลซานตา อันนาได้ก่อรัฐประหารขึ้นมาก่อนในปี ค.ศ. 1841 ต่อมาในปี ค.ศ. 1845 เท็กซัสได้ถูกผนวกรวมเป็นรัฐหนึ่งของสหรัฐอเมริกาสมัยประธานาธิบดีเจมส์ เค. โพลค์ (James K. Polk) ทำให้เม็กซิโกไม่พอใจอย่างมาก อีกทั้งสหรัฐอเมริกายังมีความต้องการพื้นที่แคลิฟอร์เนียเพื่อหาทางออกสู่ทะเลฝั่งตะวันตกไปยังมหาสมุทรแปซิฟิก

ความขัดแย้งได้บานปลายจนกลายเป็นสงครามเม็กซิกัน-อเมริกัน (Mexican–American War) ในระหว่าง ค.ศ 1846-1848 โดยสงครามนี้สหรัฐอเมริกาเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะและได้ผนวกดินแดนทางตอนเหนือของเม็กซิโกไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันคือรัฐแคลิฟอร์เนีย, เนวาดา, ยูทาห์, โคโรลาโด, นิวเม็กซิโก และแอริโซนา จากการทำสนธิสัญญากัวดาลูเป ฮิดัลโก (Treaty of Guadalupe Hidalgo) ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1848

หลังจากที่เม็กซิโกได้สูญเสียเกียรติภูมิความยิ่งใหญ่อีกทั้งยังบอบช้ำจากปัญหาเศรษฐกิจ บรรดาประเทศเจ้าหนี้ของเม็กซิโกอย่างอังกฤษ, ฝรั่งเศส และสเปน ต้องการบีบบังคับให้รัฐบาลเม็กซิโกชดใช้หนี้ จึงได้นำกองทัพเรือไปยึดเมืองเบราครูซและปิดล้อมเม็กซิโกในปี ค.ศ. 1862

เม็กซิโกขอเจรจาพักชำระหนี้ชั่วคราวและจะทยอยจ่ายบางส่วนให้ ทำให้กองทัพเรือสเปนและอังกฤษยอมถอนกำลังกลับไปเหลือเพียงฝรั่งเศสที่ยังคงอยู่ เนื่องจากจักรวรรดิฝรั่งเศสในช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ภายใต้การปกครองของจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 (Napoleon III) ซึ่งเป็นพระราชนัดดาของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 ท่านได้มีความพยายามกอบกู้ชื่อเสียงเกียรติยศของราชวงศ์โบนาปาร์ตที่ได้ถูกทำลายลงหลังจากความพ่ายแพ้ของพระปิตุลาของพระองค์ท่านในการยกกองทัพจักรวรรดิฝรั่งเศสบุกโจมตีรัสเซีย ค.ศ. 1812

ความพ่ายแพ้ในสมรภูมิวอเตอร์ลู (Battle of Waterloo) ค.ศ. 1815 หลังจากที่จักรพรรดินโปเลียนที่ 3 สามารถล้างแค้นรัสเซียในสงครามไครเมีย (Crimean War) ค.ศ. 1853-1856 ได้สำเร็จโดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรที่สำคัญอย่างจักรวรรดิอังกฤษ

จักรวรรดิฝรั่งเศสจึงมีความต้องการที่จะขยายอิทธิพลเหนือภูมิภาคลาตินอเมริกาแทนสเปนและโปรตุเกสที่เพิ่งเสื่อมอำนาจไป อีกทั้งยังต้องการจะสร้างจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ในทวีปอเมริกาขึ้นมาอีกครั้ง ฝรั่งเศสจึงชักชวนกลุ่มกษัตริย์นิยมในเม็กซิโกให้ร่วมมือกันโค่นล้มอำนาจประธานาธิบดีเบนิโต ฆัวเรซ (Benito Juárez) จากนั้นจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ได้สนับสนุนอาร์ชดยุกแห่งออสเตรียหนึ่งในสมาชิกแห่งราชวงศ์ฮับส์บวร์ก (Habsburg) คือ เจ้าชายแม็กซิมิเลียน (Maximilian) ผู้มีศักดิ์เป็นพระอนุชาของจักรพรรดิฟรานซ์ โจเซฟที่ 1 แห่งออสเตรีย (Franz Joseph I of Austria) ขึ้นเป็นจักรพรรดิแห่งเม็กซิโก

กลุ่มกษัตริย์นิยมในเม็กซิโกได้เดินทางไปอัญเชิญพระองค์ขึ้นเป็นพระจักรพรรดิแห่งเม็กซิโกที่ปราสาทมิรามาเร (Miramare Castle) โดยรวบรวมรายชื่อนับพันเป็นหลักฐานทำให้พระองค์ยอมขึ้นครองราชย์ในวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 1864 พร้อมเสด็จมาประทับที่ปราสาทชาปุลเตเป็ก (Chapultepec Castle) กรุงเม็กซิโกซิตี้ พระองค์ได้ทำสัญญากับฝรั่งเศสโดยยอมให้ฝรั่งเศสคงทหารไว้ในเม็กซิโกจำนวน 28,000 นาย และขอกู้ยืมเงิน 175 ล้านฟรังก์ แต่รับจริงเพียง 8 ล้านฟรังก์ เงินที่เหลือเอาไปใช้หนี้ที่ติดค้างฝรั่งเศส

พระองค์มีความเป็นเสรีนิยมจึงได้ร่างกฎหมายเพื่อประชาชนชาวเม็กซิกันหลายฉบับเช่น กฎหมายคืนที่ดินให้คนพื้นเมืองและผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกิน, การกำหนดชั่วโมงทำงานไม่เกินวันละ 10 ชั่วโมงต่อวัน, การยกเลิกหนี้ชาวนาที่มากกว่า 10 เปโซ, การห้ามลงโทษโดยทำร้ายทางกาย, การห้ามใช้แรงงานเด็ก นอกจากนี้จะจักรพรรดิเม็กซิมิเลียนยังทรงสนพระทัยในการสนับสนุนการค้นคว้าและวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ส่วนจักรพรรดินีทรงสนับสนุนสิทธิทางการศึกษาให้แก่สตรี พระองค์ท่านยังทรงพัฒนาประเทศด้วยการสร้างทางรถไฟจากเม็กซิโกซิตี้ไปเบราครูซ ต่อมาสถานการณ์ได้พลิกผันอีกครั้งหลังจากที่สงครามกลางเมืองสหรัฐอเมริกา (American Civil War) ได้สิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1865

สหรัฐอเมริกาไม่พอใจที่ชาวยุโรปเข้ามาแทรกแซงการเมืองเม็กซิโกซึ่งอาจเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐอเมริกาได้ในอนาคต ทำให้รัฐบาลของสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีแอนดรูว์ จอห์นสัน (Andrew Johnson) สนับสนุนงบประมาณ 3 ล้านเปโซให้แก่กองกำลังกบฏของฆัวเรซและสนับสนุนให้มีการจัดตั้งกองทัพฝ่ายกบฏอย่างแท้จริงจากเดิมที่เป็นเพียงกองกำลังที่ใช้การรบแบบจรยุทธ์เท่านั้น

สถานการณ์เลวร้ายลงเมื่อเม็กซิโกสามารถใช้เงินกู้จากฝรั่งเศสจนหมด ฝรั่งเศสที่เริ่มมองว่าการทุ่มงบประมาณในเม็กซิโกเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ อีกทั้งยังอาจนำไปสู่ความขัดแย้งกับสหรัฐอเมริกา และทางยุโรปเองจักรวรรดิฝรั่งเศสมีความกังวลเกี่ยวกับการขยายอิทธิพลของปรัสเซียที่กำลังรวมชาติเยอรมนี (Unification of Germany) ฝรั่งเศสจึงถอนกำลังออก เมื่อจักรพรรดิออสเตรียเตรียมส่งทหารไปช่วยพระอนุชาแต่ก็ถูกสหรัฐอเมริกาปรามเอาไว้

การต่อต้านระบอบราชาธิปไตยในเม็กซิโกรุนแรงมากขึ้น จากทั้งฝ่ายเสรีนิยม กลุ่มชาตินิยมที่ไม่ยอมรับการแทรกแซงจากต่างชาติ และกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่เสียผลประโยชน์จากการปฏิรูปสมัยของจักรพรรดิแม็กซิมิเลียน ทำให้ได้มีการสนับสนุนกองทัพของฆัวเรซที่บุกเข้ามายังกรุงเม็กซิโกซิตี้อย่างรวดเร็วในปี ค.ศ. 1867 พระองค์ทรงหนีไปยังเมืองเกเรตาโร และทรงถูกจับกุมตัวที่เมืองนี้ พระองค์ถูกนำตัวขึ้นศาลอาญาศึกและถูกตัดสินประหารชีวิตในวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ. 1867 ด้วยวิธีการยิงเป้าเช่นเดียวกับจักรพรรดิอากุสตินที่ 1

ก่อนถูกประหารพระองค์ได้เขียนจดหมายหาพระมารดาและพระมเหสีและขอให้เพชฌฆาตไม่ยิงพระองค์ที่ศีรษะ หลังจักรวรรดิเม็กซิโกล่มสลายอีกครั้ง ฆัวเรซกลับมายังเม็กซิโกซิตี้โดยได้รับการต้อนรับเยี่ยงวีรบุรุษของชาติที่อุทิศตนเสียสละต่อสู้เพื่อปกป้องอำนาจอธิปไตยของเม็กซิโกจากการคุกคามโดยชาวต่างชาติ นับเป็นชัยชนะขั้นเด็ดขาดของกลุ่มสาธารณรัฐนิยมและเป็นการปิดฉากกลุ่มกษัตริย์นิยมในเม็กซิโกลงอย่างถาวร

บทส่งท้าย

ถึงแม้ว่าการต่อสู้ระหว่างฝ่ายสาธารณรัฐนิยมและกษัตริย์นิยมในเม็กซิโกจะสิ้นสุดลงไปนับตั้งแต่ ค.ศ. 1867 แต่การเมืองของเม็กซิโกหลังจากนี้ก็มิได้สงบลงแต่อย่างใดยังคงมีความขัดแย้งที่รุนแรง การรัฐประหาร และการอยู่ภายใต้ระบอบการปกครองโดยระบอบเผด็จการทหารดังเช่นสมัยของปอร์ฟิริโอ ดิอัซ (Porfirio Diaz) ค.ศ. 1884-1911 ซึ่งความขัดแย้งทางการเมืองจากการต่อต้านรัฐบาลเผด็จการดิอัซ ได้นำไปสู่ การปฏิวัติเม็กซิโก (Mexican Revolution) ค.ศ. 1910-1920 ซึ่งเป็นสงครามกลางเมืองที่นองเลือดและยาวนานที่สุดของประวัติศาสตร์เม็กซิโก

ในช่วงเวลาดังกล่าวนับว่าเป็นการต่อสู้ทางการเมืองที่มีความรุนแรงและยังได้มีประธานาธิบดีที่ดำรงตำแหน่งสั้นที่สุดในประวัติศาสตร์โลกเพียงแค่ 45 นาทีเท่านั้น!! เขาคือ เปโดร ลาสกูเรน (Pedro Lascuráin) อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศที่ได้รับการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีตามลำดับการสืบทอดถัดจากรองประธานาธิบดีและอัยการสูงสุดตามรัฐธรรมนูญ แต่เขาก็ต้องลาออกอย่างรวดเร็วเพื่อหลีกทางให้กับนายทหารผู้ก่อการรัฐประหาร แม้สงครามกลางเมืองสิ้นสุดลงไปนับร้อยปีแต่ปัจจุบันเม็กซิโกก็ยังคงไม่สงบจากสงครามยาเสพติด (Mexican drug war) ที่มีความรุนแรงและยังดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน

อ้างอิง :

หนังสือ

กุศล สุจรรยา. ลาตินอเมริกา อดีต-ปัจจุบัน. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2530

โกวิท วงศ์สุรวัฒน์. การเมืองการปกครองสหรัฐอเมริกา : แนวพินิจทางประวัติศาสตร์. กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, 2548

เดวิดสัน, เจมส์ เวสต์. สหรัฐอเมริกา : ประวัติศาสตร์(ไม่รู้จบ)แห่งเสรีภาพและความเท่าเทียม. แปลโดย สุนันทา วรรณสินธ์ เบล. กรุงเทพฯ : บุ๊คสเคป, 2564

โบเยอร์, พอล. ประวัติศาสตร์อเมริกา : ความรู้ฉบับพกพา. แปลโดย ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ. กรุงเทพฯ : บุ๊คสเคป, 2561

ปาโบล เอสกาลันเต กอนซาลโบ และคณะ. ประวัติศาสตร์เม็กซิโก (ฉบับปรับปรุง) A New Concise History of Mexico. แปลโดย นุชธิกา ราศีวิสุทธิ์, วรภัทร ดิศบุณยะ. กรุงเทพฯ : ยิปซี กรุ๊ป, 2560

มาตยา อิงคนารถ. ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างละตินอเมริกากับสหรัฐอเมริกา. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2548

สัญชัย สุวังบุตร, อนันต์ชัย เลาหะพันธุ. ยุโรป ค.ศ. 1815-1918. กรุงเทพฯ : ศักดิโสภาการพิมพ์, 2558

อรพินท์ ปานนาค. ประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา 2 . กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยรามคำแหง, 2550

เว็บไซต์ :

Castillo, Jose Antonio Hernandez. “Agustin de Iturbide Biography and Significance”. Study.com Online. Access 12 JULY 2022.

Morris M. “Maximilian I: The Austrian Dictator of Mexico”. Biographics Online. Access 12 JULY 2022.

Wikipedia. Agustín de Iturbide, from

Wikipedia. Maximilian I of Mexico, from

Wikipedia. Mexican Revolution, from

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 14 กรกฎาคม 2565

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...