โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

Annecy เมืองสุดน่ารัก ริมทะเลสาบในฝรั่งเศส

Readme.me

อัพเดต 19 ก.ค. 2565 เวลา 10.42 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2565 เวลา 10.42 น. • Chris JJ

สวัสดีเพื่อน ๆ …วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปชมเมือง Annecy (อานซี) ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสและชาวยุโรป ด้วยความเป็นเอกลักษณ์ในย่าน Vieille Ville (ย่านเมืองเก่า) ที่มีถนนปูด้วยหิน มีลำคลองหลายสายไหลคดเคี้ยวไปมา และบ้านสีพาสเทล ปราสาท Château d’Annecy ในสมัยยุคกลางซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของท่านเคานต์แห่งเจนีวา มองเห็นวิวเมือง มีพิพิธภัณฑ์ที่มีสิ่งประดิษฐ์ประจำภูมิภาค เช่น เครื่องเรือนจากเทือกเขาแอลป์และศิลปะทางศาสนา รวมถึงนิทรรศการประวัติศาสตร์ธรรมชาติ

อานซี เป็นนครที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดโอ-ซาวัว แคว้นโอแวร์ญ-โรนาลป์ ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส นครตั้งอยู่บนฝั่งทางด้านทิศเหนือของทะเลสาบอานซี และอยู่ห่างจากทะเลสาบเจนีวาไปทางทิศใต้ไปประมาณ 35 กิโลเมตร คลิกดู Location ใน Google Maps

เราเดินทางไปที่เมือง Annecy ด้วยการนั่งรถบัสจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที ซึ่งในปัจจุบันนี้มีเที่ยวรถไฟจากเมืองเจนีวาไปที่เมืองอานซี โดยใช้เวลาเพียว 30 นาทีเท่านั้น ถือว่าเดินทางสะดวกเลยทีเดียว

หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจและน่าไปเยี่ยมชมนั่นก็คือ Palais de l'Ile ซึ่งเป็นปราสาทที่มีลักษณะโครงสร้างสี่เหลี่ยมทำจากหินที่แข็งแรง รูปร่างคล้าย ๆ หัวเรือ Palais de l'Ile ถูกสร้างในสมัยศตวรรษที่ 12 ตั้งอยู่บนเกาะ Canal du Thiou จุดนี้จะเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจะได้พบกับทัศนียภาพที่ดีที่สุดและมักจะมาถ่ายรูปกับ Palais de l'Île บนสะพาน Pont sur le Thiou

นักท่องเที่ยวเดินมาชมความงามของ Palais de l'Ile

ร้านอาหารใกล้ ๆ Palais de l'Ile

บริเวณใกล้ ๆ Palais de l'Île ก็จะเจอ Rue Sainte-Claire ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการช็อปปิ้งและรับประทานอาหาร Rue Sainte-Claire เป็นหนึ่งในถนนสายหลักของเมืองอานซีที่มีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบเก่า ๆ วินเทจ

เราจะเห็นตึกรามบ้านช่องตั้งอยู่กันเรียงรายโดยมีอายุตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ไปจนถึงศตวรรษที่ 18 และยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ บ้านบางหลังยังมีขอบหน้าต่างที่ประดับด้วยไม้ดอกไม้ประดับอย่างสวยงาม

ตึกรามบ้านช่องแถบนี้เต็มไปด้วยร้านค้าปลีกอันหรูหรา คาเฟ่ที่ทันสมัย ร้านไอศกรีมแฟนซี และร้านอาหารรสเลิศ นักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินกับการเยี่ยมชมร้านบูติก กินไอศกรีมเจลาโต้ พักดื่มกาแฟ หรือแวะรับประทานอาหารในร้านอาหารที่สวยงามแปลกตา

มีม้าหมุนให้บริการสำหรับเด็ก

Pont des Amours (สะพานแห่งรัก) เป็นสะพานที่ตั้งอยู่ปลายแม่น้ำ Thiou ซึ่งเป็นจุดที่เชื่อมต่อระหว่างแม่น้ำและทะเลสาบ โดยคู่รักจะชอบมาถ่ายรูปสะพานนี้ โรแมนติกสุด ๆ

Pont des Amours เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการถ่ายภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับงานหมั้นและภาพบุคคลในงานแต่งงาน

วิวจากด้านใน มองไปที่ Pont des Amours

บริการเรือพายคล้าย ๆ ที่เวนิส

ผู้คนชอบออกมานอนเล่นที่สนามหญ้าเพื่ออาบแดดชิล ๆ ในหน้าร้อน

ทะเลสาบอานซี เป็นทะเลสาบที่มีน้ำใส สะอาด น่าลงเล่นมากๆ ในหน้าร้อนจะมีกิจกรรมทางน้ำมากมายเช่นล่องเรือพาย หรือล่องเรือยนต์ชมวิวรอบ ๆ ทะเลสาบ

นอกจากนี้ยังมีทางจักรยานและทางวิ่งออกกำลังกายรอบ ๆ ทะเลสาบอีกด้วย ริมทะเลสาบมีสวนและสนามหญ้าให้นั่งเล่น ปิกนิคกับครอบครัวหรือผองเพื่อน นั่ง ๆ นอน ๆ พักผ่อนหย่อนใจแบบชิล ๆ

เราสามารถนั่งเรือ Compagnie des Bateaux du Lac d'Annecy เพื่อสำรวจทัศนียภาพอันงดงามระหว่างทะเลสาบอานซีและภูเขาในเทือกเขาแอลป์

Compagnie des Bateaux du Lac d'Annecy เป็นบริหารล่องเรือชมวิวพร้อมไกด์เป็นเวลา 1-2 ชั่วโมง หรือจะเลือกรับประทานอาหารกลางวันหรืออาหารค่ำบนเรือก็ได้

Eglise Saint-Maurice ถูกกำหนดให้เป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ เป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในอานซี ซึ่งถูกสร้างในสมัยศตวรรษที่ 15 โบสถ์แห่งนี้เคยเป็นโบสถ์ของคอนแวนต์โดมินิกัน เมื่อถึงศตวรรษที่ 19 อาคารหลังนี้ก็ได้กลายมาเป็นโบสถ์ประจำตำบลของเมืองอานซี

Hotel de Ville หรือศาลาว่าการของเมือง โดยตัวอาคารมีลักษณะสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิก มีซุ้มประตูที่สวยงามล้อมรอบประตูทางเข้าหลักและเสาสีขาวที่สวยงามด้านบน ศาลาว่าการสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2398 เมื่อวิกเตอร์ เอ็มมานูเอลที่ 2 ปกครองอานซีในยุคนั้น ขณะที่พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์แห่งซาร์ดิเนีย บรรพบุรุษของอิตาลี เมื่อเมืองนี้ถูกขายให้กับฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2403 อานซีได้กลายเป็นเมืองหลวงของจังหวัดโอ-ซาวัว โดยในตัวอาคารยังคงให้บริการราชการในส่วนท้องถิ่นจนถึงปัจจุบัน

ถึงเวลากลับแล้ว เราใช้เวลากับที่นี่ประมาณ 6-7 ชั่วโมง ไปเช้า-เย็นกลับ เพราะเราพักอยู่ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ นอกจากค่าที่พัก รถบัส ค่าน้ำขวด และค่าอาหารกลางวันแล้ว ก็ไม่ได้ใช้จ่ายในส่วนอื่นเลยนะในทริปนี้ ถือว่าไม่แพงมากนักกับการได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมเมืองที่สวยงามแห่งนี้ . ฝากเพื่อน ๆ ติดตามอ่านบักทึกการเดินทางอื่น ๆ ด้วยนะครับ . สวิตเซอร์แลนด์ แดนในฝัน…ตอนตามรอยละครดัง ณ เมือง Luzern เมือง Engelberg และยอดเขา Rigi https://th.readme.me/p/2019 . St. Moritz เมืองตากอากาศของชาวสวิส https://th.readme.me/p/40954 . เที่ยวอิตาลี่หน้าร้อนแบบชิค ๆ ที่ Cinque Terre https://th.readme.me/p/31448 . ตุรกี…ดินแดนแห่งมนต์ขลัง…ตอนหลงเสน่ห์ Cappadocia https://th.readme.me/p/2021
กดอ่านรีวิวนี้ต่อ https://th.readme.me/p/40989
ติดตามรีวิวใหม่ๆ ได้ที่ Readme.me
ติดตามแฟนเพจเราได้ที่ Facebook Readme.me - ไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...