โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จับตา เอลซัลวาดอร์ ประเทศกำลังพัฒนา ที่อาจปฏิวัติโลกการเงินด้วยคริปโทฯ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 พ.ย. 2567 เวลา 17.27 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2567 เวลา 09.16 น.

เอลซัลวาดอร์ ตั้ง คณะกรรมการแห่งชาติด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ทำหน้าที่กำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี่โดยเฉพาะ ทำให้เอลซัลวาดอร์เป็นประเทศที่มีธุรกิจคริปโทฯ หลายแห่งเข้ามาเปิดบริษัทเป็นจำนวนมาก

สาธารณรัฐเอลซัลวาดอร์ เป็นประเทศในแถบอเมริกากลาง มีจำนวนประชากรประมาณ 6.5 ล้านคน ถือเป็นประเทศที่มีความหนาแน่นของประชากรมากที่สุดในแผ่นดินใหญ่ของทวีปอเมริกา และเป็นประเทศที่มีการพัฒนาอุตสาหกรรมมากที่สุดในภูมิภาค เอลซัลวาดอร์ได้ยกเลิกสกุลเงินโกลอนเดิมของตัวเอง และเปลี่ยนมาใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแทนในปี ค.ศ. 2001 สิ่งที่ทำให้ประเทศขนาดเล็กและกำลังพัฒนาถูกจับตาขึ้นมาก็คือ การที่ ประธานาธิบดี นายิบ บูเคเล ทำให้ เอลซัลวาดอร์ เป็นประเทศแรกที่ยอมรับบิตคอยน์ โดยกำหนดให้สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายในปี 2021

[caption id="attachment_141047" align="aligncenter" width="599"]

นายิบ บูเคเล ประธานาธิบดี สาธารณรัฐเอลซัลวาดอร์[/caption]

แน่นอนว่าการประกาศครั้งนั้น สร้างอิมแพคขึ้นในโลกการเงินแบบดั้งเดิม และในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2023 เอลซัลวาดอร์ก็ตั้งหน่วยงานที่มีชื่อว่า คณะกรรมการแห่งชาติด้านสินทรัพย์ดิจิทัล (National Commission of Digital Assets - CNAD) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี่ในเอลซัลวาดอร์โดยเฉพาะ นั่นจึงทำให้เอลซัลวาดอร์กลายเป็นประเทศที่มีธุรกิจคริปโทฯหลายแห่งเข้ามาเปิดบริษัทเป็นจำนวนมาก

[caption id="attachment_141044" align="aligncenter" width="1024"]

เอลซัลวาดอร์ คริปโทเคอร์เรนซี่

ฮวน คาร์ลอส เรเยส ประธานคณะกรรมการแห่งชาติด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของเอลซัลวาดอร์ ภาพจาก CNAD[/caption]

ฮวน คาร์ลอส เรเยส ประธานคณะกรรมการแห่งชาติด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของเอลซัลวาดอร์ (CNAD) ให้สัมภาษณ์กับ CoinDesk ว่า “ในภาพรวมแล้ว คนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจสิ่งที่เราทำในเอลซัลวาดอร์ แม้แต่บริษัทต่างประเทศที่ได้รับการควบคุมที่นี่ แต่ไม่ได้มีสำนักงานในพื้นที่ พวกเขาก็ยังไม่เข้าใจว่าเราล้ำหน้าไปมากแค่ไหน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ กำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็วในอุตสาหกรรมนี้"

การริเริ่มของประธานาธิบดี นายิบ บูเคเล ทำให้หน่วยงานต่าง ๆ ของประเทศต้องเผชิญกับเทคโนโลยีใหม่ซึ่งรวมถึงผลกระทบจากการใช้สกุลเงินดิจิทัลด้วย ดังนั้นเอลซัลวาดอร์ จึงตัดสินใจที่จะไม่มอบอำนาจการกำกับดูแลธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลแก่หน่วยงานกำกับดูแลแบบดั้งเดิม และตั้ง CNAD ขึ้นมาทำหน้าที่โดยตรง พร้อมเป้าหมายในการสร้างกรอบการควบคุมที่เหมาะสมกับคริปโทฯ แทนที่จะพยายามปรับใช้กฎเกณฑ์ที่มีอยู่เดิมกับสินทรัพย์ดิจิทัล

"มีคำพูดเก่าในภาษาอังกฤษว่า ถ้ามันฟังเหมือนเป็ด ดูเหมือนเป็ด และร้องเหมือนเป็ด มันก็น่าจะเป็นเป็ดแต่ในกรณีนี้มันไม่ใช่เป็ด สินทรัพย์ดิจิทัลไม่เหมือนกับเครื่องมือการเงินแบบดั้งเดิมเลย" เรเยสกล่าวเปรียบเทียบ

สิ่งที่น่าสนใจคือ การกำกับดูแลของ CNAD นั้น เน้นไปที่มิติของเทคโนโลยีเป็นหลัก หลังจากที่เรเยส ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ เข้ามารับตำแหน่งประธาน CNAD ในเดือนเดือนกันยายน 2023 บริษัทด้านคริปโทฯที่ได้รับใบอนุญาตผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล (DASP) จากเอลซัลวาดอร์ ต่างก็ประทับใจในความสามารถ และการทำหน้าที่ของ CNAD

นิค คาวาน ซีอีโอของบริษัท VLRM กล่าวว่า "เราตกใจมากกับความรู้ที่ลึกซึ้ง ความละเอียด และความเข้าใจ ไม่ใช่แค่กฎระเบียบ แต่ยังรวมถึงเทคโนโลยีของ CNAD เราไม่ได้อยากจะชมเอลซัลวาดอร์เกินไป แต่เราประหลาดใจมากที่พวกเขาสามารถไปถึงแก่นของเรื่องและตรวจสอบคำขอของเราได้เร็วขนาดนี้"

วิคเตอร์ โซโลมอน พาร์ทเนอร์จากบริษัทที่ปรึกษาด้านการโทเคนในเอลซัลวาดอร์ กล่าวว่า "เราไม่ต้องเสียเวลาพูดถึงพื้นฐานทางเทคนิคของการดำเนินการของเรา เรเยสเข้าใจความซับซ้อนของการโทเคนและมาตรการปฏิบัติตามกฎที่เรามี เขาเข้าใจความท้าทายที่ธุรกิจต้องเผชิญ ตั้งแต่การระดมทุนไปจนถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบ และสิ่งนี้ทำให้เขาไม่เพียงแต่เป็นผู้กำกับการ แต่ยังเป็นผู้สนับสนุนธุรกิจที่มุ่งมั่นที่จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจเอลซัลวาดอร์"

จากผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี สู่บทบาทกำกับดูแลธุรกิจคริปโทฯ

ฮวน คาร์ลอส เรเยส เกิดในเอลซัลวาดอร์ และย้ายไปแคนาดาตั้งแต่ยังเด็กเพื่อหลีกหนีจากสงครามแก๊งค์ที่คร่าชีวิตผู้คนในขณะนั้น เรเยสเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นสูงมาก เรียนจบปริญญาตรีหลายใบในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณิตศาสตร์ และฟิสิกส์ รวมถึงปริญญาโทด้านการจัดการจากฮาร์วาร์ด และปริญญาเอกด้านปรัชญาจากมหาวิทยาลัยมิตรภาพของประชาชนแห่งรัสเซีย นอกจากนี้เขากำลังศึกษาปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์อีกด้วย

ประสบการณ์การทำงานของเขาก็หลากหลาย ตั้งแต่การเป็นผู้นำบริษัทที่ปรึกษามา 15 ปี ไปจนถึงการพัฒนาธุรกิจสำหรับชนเผ่า Missanabie Cree First Nation และการเปิดบาร์ในชั้นสองของบ้านริมทะเล เขาเป็นผู้ที่เชื่อในบิตคอยน์มาตั้งแต่ปี 2013 และตัดสินใจย้ายกลับมาเอลซัลวาดอร์ในปี 2021 เพื่อมีส่วนร่วมในกระบวนการทำให้คริปโทฯเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ

เอลซัลวาดอร์ คริปโทเคอร์เรนซี่

สำหรับหน่วยงาน CNAD นั้น ปัจจุบันมีพนักงานทั้งหมด 35 คน และเป็นหน่วยงานที่มีความเป็นอิสระสูง โดยทุกคนในทีมมีความรู้เกี่ยวกับคริปโทฯ และเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังอย่างลึกซึ้ง โดยพนักงาน 20 คนของทีมกำลังเรียนในโปรแกรมคริปโทฯระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัย CEMA ในอาร์เจนตินาเพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญ

เรเยส กล่าวว่า " CNAD มีทีมที่มีการศึกษามากที่สุดและครบถ้วนที่สุดเมื่อพูดถึงการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในโลก ทุกคนที่ทำงานที่นี่ แม้แต่คนขับรถของผม ก็ต้องรู้วิธีทำธุรกรรมบนบิตคอยน์ ไม่งั้นก็ทำงานที่นี่ไม่ได้”

เริ่มจากกระดาษเปล่า เป็นข้อได้เปรียบของเอลซัลวาดอร์

เรเยส อธิบายว่า ทำไมเอลซัลวาดอร์ ถึงต้องมีหน่วยงานกำกับดูแลคริปโทฯเฉพาะด้าน โดยเขาเปรียบเทียบว่า “หากคุณซื้อรถยนต์ไฟฟ้าและมันเสีย แล้วเอามันไปหาช่างที่ซ่อมรถมา 20 ปี เมื่อเขาเปิดฝากระโปรง เขาจะไม่พบเครื่องยนต์เลย แต่เขาจะพบแค่แบตเตอรี่ และเขาจะไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับมัน นั่นคือสิ่งที่คริปโทฯและสินทรัพย์การเงินดั้งเดิมเหมือนกัน มันดูคล้ายกันในมุมมองพื้นผิว แต่ถ้าคุณขุดลึกลงไป จะเป็นสิ่งที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง"

เอลซัลวาดอร์เป็นประเทศเล็กๆ ด้วย GDP 35,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 17 ของประเทศในละตินอเมริกา และอันดับที่ 103 ของโลก ไม่มีสกุลเงินของตัวเอง และไม่มีสถาบันการเงินที่แข็งแกร่งหรือระบบนิเวศของนักพัฒนาที่มีอยู่แล้ว แต่เรเยสกลับบอกว่า ทั้งหมดนี้กลับกลายเป็นข้อดีในการควบคุมคริปโทฯ เพราะเอลซัลวาดอร์เริ่มต้น "จากกระดาษเปล่า"

เรเยสกล่าวว่า "ในประเทศอื่น เทคโนโลยีใหม่ ๆ มักถูกสร้างโดยคนที่บริสุทธิ์ใจและพยายามผลักดันระบบนิเวศคริปโทฯ แต่พวกเขาไม่เคยนึกถึงว่ามันอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือฟอกเงินได้ แน่นอนว่าสิ่งนี้มันยากที่จะรู้ว่าต้องกำกับดูแลอย่างไร ดังนั้นเราจึงมี CNAD เป็นหน่วยงานเดียวที่ดูแลธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศ ใครก็ตามที่ทำธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในเอลซัลวาดอร์โดยไม่มีใบอนุญาตจาก CNAD หมายถึงการกระทำผิดกฎหมาย”

ที่จริงแล้วรัฐบาลเอลซัลวาดอร์มองว่า บิตคอยน์ เพียงอย่างเดียวนั้นเพียงพอแล้วที่จะเป็นเครื่องมือทางการเงิน อย่างไรก็ตาม CNAD ก็ไม่ได้ปิดโอกาส เพราะยังคงเปิดรับเทคโนโลยีอื่น จากหลายบริษัทที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ CNAD เช่น เทคโนโลยีของ Ethereum ขณะที่บริษัทที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลนั้นมีหลากหลาย ทั้งยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Tether และ Bitfinex Securities รวมถึงบริษัทจากเอลซัลวาดอร์ที่เริ่มต้นจากเงินทุนเพียง 2,000 ดอลลาร์

เรเยส บอกว่า CNAD มุ่งเน้นเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภคและความมั่นคงทางการเงินเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ซึ่งหมายถึงการบังคับให้การแลกเปลี่ยนต้องใช้กระเป๋าสตางค์หลายลายเซ็น (Multi-Signature Wallet) เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบ FTX ขึ้นอีก หรือให้บล็อกเชนส่วนตัวของบริษัทต้องปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัย และต้องมีการยืนยันตัวตนของลูกค้าทุกคน

เอลซัลวาดอร์เคยเผชิญแก๊งค์ที่ก่อความหวาดกลัวในประเทศมาหลายปี ดังนั้น CNAD จึงให้ความสำคัญกับความโปร่งใสทางการเงิน การฟอกเงิน และการก่อการร้ายทางการเงินเป็นอย่างมาก และสิ่งเหล่านี้ได้ถูกฝังลงในกฎระเบียบ ความเข้มข้นนี้ทำให้เรเยสเชื่อว่า “หากมีบริษัทคริปโทฯไหนที่ได้รับใบอนุญาตในเอลซัลวาดอร์ ย่อมสามารถได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจในประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกได้”

เรเยส ยังกล่าวอีกว่า "เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ที่ประเทศกำลังพัฒนาสามารถเป็นผู้นำในการปฏิวัติการเงิน แทนที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังและแค่เก็บเศษส่วนที่เหลือ เรากำลังพยายามส่งเสริมให้ประเทศอื่น มองมาที่เอลซัลวาดอร์และเรียนรู้วิธีที่เราใช้กำกับดูแลคริปโทฯ และนำโมเดลนี้ไปปรับใช้ในประเทศของตัวเอง”

อ้างอิง : coindesk.com, cnad.gob.sv

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...