โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จีนหันผูกมิตร-ขยายลงทุนในอเมริกาใต้ หนีสงครามการค้าสหรัฐฯ

efinanceThai

เผยแพร่ 19 พ.ย. 2567 เวลา 10.14 น.

จีนหันผูกมิตร-ขยายลงทุนในอเมริกาใต้ หนีสงครามการค้าสหรัฐฯ

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -19 พ.ย. 67 17:14 น.

ผู้เชี่ยวชาญจากหลายฝ่ายเปิดเผยกับสำนักข่าว CNBC ว่า รัฐบาลจีนกำลังเร่งกระชับความสัมพันธ์กับอเมริกาใต้ เพื่อขยายช่องทางและแสวงหาโอกาสทางการค้าใหม่ ๆ รวมถึงขยายอิทธิพลเข้าไปในภูมิภาค ขณะที่เค้าลางสงครามการค้ารอบใหม่กับสหรัฐฯ กำลังก่อตัวขึ้น

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ทำพิธีเปิดท่าเรือชางใค (Chancay) ในเปรู ก่อนเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC) ครั้งที่ 31 ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู โดยท่าเรือแห่งนี้ถือเป็นท่าเรือแห่งแรกที่จีนลงทุนสร้างในอเมริกาใต้ ใช้งบลงทุนราว 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมี Cosco ซึ่งเป็นบริษัทเดินเรือของรัฐบาลจีนเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เพื่อสร้างช่องทางการขนส่งสินค้าจากเซี่ยงไฮ้ไปยังเมืองชางใค

เศรษฐกิจของจีนกำลังชะลอตัวลง ขณะที่รัฐบาลจีนใช้มาตรการรับมือด้วยการหาช่องทางส่งออกไปยังประเทศอื่น ๆ วิลเลียม ไรน์ช (William Reinsch) ประธานธุรกิจระหว่างประเทศ ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์นานาชาติ (The Center for Strategic and International Studies - CSIS) กล่าวถึงท่าทีของจีนที่พุ่งเป้าไปยังอเมริกาใต้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่า จีนกำลังมองหาลู่ทางเข้าเพื่อเจาะเข้าไปยังภูมิภาคที่ยังไม่ได้รุกคืบเข้าไปอย่างเต็มที่ ซึ่งอเมริกาใต้เป็นแหล่งที่อุดมสมบูรณ์ด้วยสินค้าโภคภัณฑ์ สินค้าทางการเกษตร และแร่ธาตุที่จีนต้องการ

หลิน เจี้ยน(Lin Jian) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า ท่าเรือในเปรูเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Belt and Road Initiative ซึ่งเป็นแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาและวางระบบโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกของจีน ซึ่งจะช่วยร่นระยะเวลาในการขนส่งทางเรือจากเปรูไปยังจีน เหลือเพียง 23 วัน และลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ลงอย่างน้อย 20%

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังระบุว่า ท่าเรือดังกล่าวตอกย้ำถึงสถานะของจีนที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นคู่ค้าอันดับต้น ๆ ของเปรู รวมถึงประเทศอื่น ๆ ในอเมริกาใต้ แทนที่สหรัฐฯ

ด้านฮวน คาร์ลอส ลาดีนส์ อาซาเลีย (Juan Carlos Ladines Azalia) ศาสตราจารย์ด้านการบริหารการค้าและกิจการระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัย Universidad del Pacífico ในเปรูกล่าวว่า ท่าเรือชางใคจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมในด้านโลจิสติกส์ของลาตินอเมริกา ซึ่งจะเป็นประตูให้จีนเข้าไปลงทุนในภูมิภาคได้มากยิ่งขึ้น ขณะที่จีนพยายามเบียดแซง สหรัฐฯ และยุโรป ซึ่งเป็นคู่ค้าเก่าแก่ของอเมริกาใต้

อีกหนึ่งประเทศที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากท่าเรือชางใค คือ บราซิล ซึ่งเป็นผู้นำเข้าสินค้าจากจีนรายใหญ่ ทั้งยังเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรและสินแร่เหล็กเบอร์ต้น ๆ ไปยังจีน

ด้านคาร์ลอส คาร์เดนาส (Carlos Cardenas) หัวหน้าฝ่ายข้อมูลเชิงลึกและการวิเคราะห์ ตลาดลาตินอเมริกาของ S&P Global Market Intelligence เผยว่า ท่าเรือแห่งใหม่ได้รับความสนใจจากทั่วภูมิภาคในการเข้าไปทำประโยชน์ และยังกล่าวด้วยว่า โครงการดังกล่าวยังนำไปสู่การปัดฝุ่นโครงสร้างก่อสร้างระบบทางรถไฟเชื่อมทวีปอเมริกาใต้ (Bioceanic Corridor) โดยครอบคลุมเส้นทางรถไฟที่เชื่อมระหว่างชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของเปรูและชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกของบราซิล ซึ่งอาจใช้เป็นฐานการส่งออกไปยังเอเชียผ่านท่าเรือชางใคได้

ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานว่า สหรัฐฯ แสดงความกังวลเกี่ยวกับบทบาทของจีนที่เพิ่มขึ้นในการลงทุนวางโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง รวมถึงท่าเรือในเปรู ซึ่งเจ้าหน้าที่บางส่วนระบุว่า กองทัพเรือจีนสามารถเข้ามาใช้ท่าเรือแห่งนี้ได้ด้วย โดยตามรายงานยังระบุว่า ที่ปรึกษาของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสนอให้ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนอีก 60% สำหรับสินค้าที่ขนส่งผ่านทางท่าเรือแห่งใหม่ในเปรู หรือท่าเรือใด ๆ ก็ตามที่เป็นของจีน หรือบริหารงานโดยจีนด้วยเช่นกัน

ที่มา CNBC

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...