TAN ตั้งเป้ารายได้ปี 68 โต 20% วางงบ 150 ลบ. ขยาย 23 สาขาในไทย-ตปท. – ชู HARNN ต่อยอดธุรกิจ
TAN ตั้งเป้ารายได้ปี 68 รายได้โตไม่ต่ำกว่า 20% จากปี 67 กำไรโตไม่ต่ำกว่า 10% ชูจุดแข็งให้ความสำคัญกับพฤติกรรมของผู้บริโภค วางงบลงทุน 150 ล้านบาท ขยาย 23 สาขาใหม่ ภายใต้ 4 กลุ่มธุรกิจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดึง HARNN ต่อยอดธุรกิจตามแผนขยายธุรกิจในประเทศจีนอย่างเต็มกำลัง
นายธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TAN เปิดเผยกับ “การเงินธนาคาร” ว่า ในปี 2568 บริษัทวางเป้าหมายรายได้จากยอดขายจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปี 2567
โดยโอกาสในการเติบโตของ TAN มาจากการที่บริษัทมีความเข้าใจและให้ความสำคัญกับพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งการที่ TAN ปรับตัวเข้าหากับสิ่งนี้ตลอด ทำให้มีโอกาสในการเพิ่มยอดขายให้กับบริษัทได้ โดยตั้งเป้าผลกำไรในปี 2568 เติบโตไม่ต่ำกว่า 10%
ทั้งนี้บริษัทมีความพร้อมในเรื่องของทีมงาน ความสนใจในการสร้างแบรนด์ การขาย และการสื่อสาร ซึ่งเป็น DNA หลักของบริษัท โดยเห็นได้จากสัดส่วนยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 11-12% ของรายได้รวม ซึ่งยังคงสัดส่วนอยู่ในระดับดังกล่าวมาโดยตลอด แม้โควิด-19 จะหายไป
ขณะที่สินค้าของ TAN เป็นสินค้าที่ลูกค้าต้องได้จับ หรือได้ทดลองก่อน ส่วนนี้สะท้อนถึงลูกค้ามีความมั่นใจในแบรนด์และสินค้าของ TAN ซึ่งเป็นหนึ่งตัวอย่างที่บริษัทได้ใช้จุดแข็งในการฉกฉวยโอกาสสร้างยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับเทรนด์ในปี 68 มองว่า กำลังซื้อของผู้บริโภคโดยรวมอาจมีผลกระทบจาก หนี้ครัวเรือนในระดับสูงและความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน อย่างไรก็ตาม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาลจะมีส่วนช่วยในเชิงบวกกับการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นผลดีกับธุรกิจของทางบริษัท เทรนด์ในปี 2568 กลุ่มลูกค้าของทางบริษัทยังคงเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพสูง เพื่อตอบโจทย์และให้รางวัลชีวิตกับการใช้ชีวิตที่มีไลฟ์สไตล์ที่ดี คำนึงถึงความงามและสุขภาพที่ดี
ในปี 2568 บริษัทเตรียมเพิ่มแบรนด์ใหม่อีก 2 แบรนด์ เป็นแบรนด์ Activewear ในกลุ่มไลฟ์สไตล์ 1 แบรนด์ และแบรนด์ High End ในกลุ่มแฟชั่นเข้ามาเสริมพอร์ตอีก 1 แบรนด์ ทั้งนี้บริษัทมีแผนขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศ โดยการขยายช่องทางการจำหน่ายไปยังต่างประเทศ ที่มีกำลังซื้อ ซึ่งมีแบรนด์ HARNN เป็นเรือธงในการขับเคลื่อนตลาดต่างประเทศ โดยวางเป้าหมายสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศเพิ่มขิ้นเป็น 15% ของรายได้รวมในปี 2568
สำหรับไตรมาส 4/2567 บริษัทคาดว่าจะมีสัดส่วนยอดขายจากตลาดต่างชาติอยู่ที่ระดับ 10% และตั้งเป้าหมายเพิ่มขึ้นในปี 2568 เป็น 15% และเพิ่มขึ้นเป็น 25% ในปี 2569
นายธนพงษ์ กล่าวว่า ในปี 2568 บริษัทมีแผนที่จะขยายสาขาใหม่ใหม่เพิ่มประมาณ 23 สาขา ภายใต้ 4 กลุ่มธุรกิจ ทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ โดยเบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบลงทุนประมาณ 150 ล้านบาท โดยปัจจุบัน TAN ดำเนินธุรกิจค้าปลีกสินค้าใน 4 กลุ่ม ได้แก่
1. กลุ่มไลฟ์สไตล์ มี Pandora เป็นแบรนด์หลักที่ยังคงมีรายได้และกำไรโตต่อเนื่อง โดยจะมีแบรนด์ Activewear เข้ามาเสริม
2. กลุ่มแฟชั่น มี Marimekko เป็นแบรนด์หลักที่จะมีการฉลองครบรอบ 10 ปีในประเทศไทย, แบรนด์ GANNI ที่มีการเปิดสาขาเพิ่มเติม, แบรนด์ United Arrow ที่มีการวางแผนขยายสาขา และจะมีแบรนด์ High End แฟชั่นแบรนด์ใหม่เพิ่มเติม
3. กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม มีแบรนด์ Gordon Ramsay เป็นเรือธงในกลุ่มนี้ โดยในปี 2568 จะเน้นการขยายอาณาจักรของแบรนด์ให้มากขึ้น
4. กลุ่ม Beauty & Wellness มี แบรนด์ HARNN เป็นแบรนด์หลัก โดยบริษัทจะเน้นสร้างผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ได้มากขึ้น มีความเป็นไลฟ์สไตบ์มากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะเน้นการสร้างตลาดในต่างประเทศ โดยแบรนด์ HARNN ถือเป็นเรือธงในการขับเคลื่อนตลาดต่างประเทศ โดยวางเป้าหมายสัดส่วนรายได้จากตลาดต่างประเทศเพิ่มขิ้นเป็น 15% ของรายได้รวมในปี 2568
นายธนพงษ์ กล่าวว่า ในอนาคตแบรนด์ HARNN จะเป็นเรือธงในการขับเคลื่อนตลาดต่างประเทศ โดยบริษัทขยายฐานลูกค้าต่างประเทศโดยเฉพาะในประเทศจีนซึ่งเป็นตลาดสำคัญ
ซึ่ง HARNN มีสินค้าจำหน่ายทั่วประเทศจีน ผ่านร้านค้าชั้นนำในเมืองต่างๆ เช่น LADY TODAY และ AFIONA และ ร้านค้าในสนามบิน
รวมถึงการจำหน่ายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ยอดนิยมของจีนในขณะนี้เช่น Tmall, Xiao Hong Shu, Douyin และ JD.COM ซึ่งช่วยให้ผลิตภัณฑ์เราสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง
ด้วยกลยุทธ์การขยายธุรกิจที่ครอบคลุมทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์นี้ จึงมั่นใจว่า HARNN จะเติบโตในตลาดจีนอย่างมีรากฐานที่แข็งแกร่งและสร้างชื่อเสียงระดับสากลได้ในอนาคต
“การขยายธุรกิจในประเทศจีนถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเติบโตของแบรนด์ HARNN ภายใต้การขับเคลื่อนของ ธนจิรา กรุ๊ป ซึ่งเป็นโอกาสได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ไทยสู่ระดับสากล สะท้อนถึงความตั้งใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในตลาดที่มีศักยภาพและความท้าทายสูงอย่างจีนด้วยกลยุทธ์การขยายธุรกิจที่มีเป้าหมายชัดเจนและการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน เชื่อมั่นว่า HARNN จะสร้างความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนได้ในระยะยาว” นายธนพงษ์ กล่าว