โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

TISCO ยังเด่นที่ปันผล ! โบรกฯ คาดครึ่งหลังปี 67 ให้ผลตอบแทน 6%

Wealthy Thai

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 19.53 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. 2568 เวลา 02.39 น.

หุ้นปันผลสัปดาห์นี้กลับมาพบกับอีกหนึ่งหุ้นธนาคารปันผลดีและเชื่อว่านักลงทุนระยะยาวหรือสายปันผลบางคนต้องมีติดอยุ่ในพอร์ตไม่มากก็น้อย นั่นคือ TISCO หรือ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ล่าสุดประกาศผลประกอบการปี 2567 ออกมาเป็นธนาคารแรกอีกเช่นเคย และหลังจากนี้จะเข้าสู่ช่วงปันผล ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่าในงวดครึ่งหลังของปี 2567 บริษัทจะให้ผลตอบแทนราว 6%
โดย TISCO รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/67 ที่ 1.70 พันล้านบาท ลดลง 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 1% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่าใกล้เคียงกับที่ฝ่ายวิเคราะห์และตลาดคาด โดยกำไรที่ปรับตัวลดลง เนื่องจาก 1. รายได้ดอกเบี้ย (NII) ที่ลดลง จากสินเชื่อรวมที่ลดลง และส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ลดลงเหลือ 4.90% จาก 4.97% ในไตรมาส 4/66 จากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
2. ค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) เพิ่มขึ้น 80% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และการขยายสินเชื่อไปกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น และ 3. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ที่เพิ่มขึ้น 2% จากไตรมาส 3/67 ตามค่าใช้จ่ายผันแปร อย่างไรก็ตาม ด้านคุณภาพสินทรัพย์เห็นพัฒนาการเชิงบวก โดย NPL Ratio อยู่ที่ 2.35% ลดลงจากไตรมาส 3/67 ที่อยู่ที่ 2.44% จากความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา TISCO จ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตรา 2 บาทต่อหุ้น และในงวดผลประกอบการครึ่งหลังปี 2567 บล.กรุงศรี คาดการณ์ว่า TISCO จะจ่ายปันผลที่ 5.75 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ราว 6% ส่วนในปี 2568 คาดจะจ่ายปันผลที่ 7.75 บาท คิดเป็น Dividend Yield ประมาณ 7.83%

ผลงานปี 68 ไม่เด่น แต่ปันผลยังสูง

ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิในปี 2568 ลง 4% และปี 2569 ลง 3.3% เพื่อสะท้อนมุมมองธุรกิจในปีนี้ที่ยังมีแรงกดดันจากการทยอยปรับเพิ่มระดับ Credit Cost ขึ้นเรื่อยๆ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในกลุ่ม High Yield ที่เพิ่มขึ้น (เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงและผลตอบแทนสูง)
โดย TISCO ตั้ง เป้า Credit Cost ที่ 1-1.2% เพิ่มขึ้นจาก 0.6% ในปี 2567 (เดิมฝ่ายวิเคราะห์คาดที่ 0.8%) ทั้งนี้บริษัทมีแผนจะชดเชยค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นด้วยการกลับมาขยายสินเชื่อเช่าซื้อรถใหม่ในกลุ่ม EV มากขึ้น เพราะสามารถสร้างรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมได้ดี บวกกับสินเชื่อในกลุ่มที่บริษัทยังมีสัดส่วนไม่สูง อย่างสินเชื่อบ้านและสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์มือหนึ่ง
ส่วนสินเชื่อจำนำทะเบียนภายใต้แบรนด์ “สมหวัง” ในปีนี้ จะชะลอการเปิดสาขาใหม่ และหันมาเน้นการเพิ่มรายได้ต่อสาขามากขึ้น ทำให้ทิศทางของ Cost to Income Ratio มีแนวโน้มจะลดลง โดยคาดที่ 45.8% จาก 48.1% ในปี 2567 สำหรับ NIM มีทิศทางที่จะขยับขึ้นตามสัดส่วนของสินเชื่อ High Yield
แม้ผลดำเนินงานของ TISCO ไม่โดดเด่น จากการทยอยยกระดับการตั้งสำรองขึ้น แต่บริษัทยังสามารถควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ได้ดี อีกทั้งยังคงนโยบายจ่ายปันผลสูง โดยภายใต้ประมาณการของ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดระดับอัตราส่วนการจ่ายปันผล (Dividend Payout Ratio) ที่ 85% คิดเป็นเงินปันผลสำหรับครึ่งหลังปี 2567 ที่หุ้นละ 5.3 บาท หรือ Dividend Yield ราว 5.4% และปันผลปี 2568 ที่หุ้นละ 7.4 บาท คิดเป็น Dividend Yield ราว 7.4% จึงมองว่าเป็นหุ้นปันผลที่น่าสนใจ และคงคำแนะนำ “เก็งกำไร” โดยประเมินมูลค่าพื้นฐานปีนี้ใหม่ที่ 107 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...