สรุป 13 ข่าวใหญ่ปี 2024 และประเด็นที่ทั่วโลกจับตา
“ประชาชาติธุรกิจ” สรุปข่าวใหญ่ในรอบปีที่ผ่านมา ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองรอบโลก พาผู้อ่านทบทวนอดีต มองภาพปัจจุบัน เพื่อทำความเข้าใจอนาคตโลก
แม้โลกนี้จะมีเรื่องราวเกิดใหม่หลายหมื่นแสนตลอดปีที่ผ่านมา แต่มีเพียงไม่กี่เหตุการณ์เท่านั้นที่สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนเป็นวงกว้างไปทั่วโลก จะมีเหตุการณ์ใดบ้างนั้น “ประชาชาติธุรกิจ” คัดสรรไว้ให้แล้ว ดังนี้
ญี่ปุ่นซวยต้นปี กับอุบัติภัยใหญ่ต่อเนื่อง
วันที่ 1 มกราคม 2024 เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 7.6 แมกนิจูด ระดับความลึก 10 กิโลเมตร บริเวณคาบสมุทรโนโตะ จังหวัดอิชิคาวะ ภาคกลางตอนเหนือ บนเกาะฮอนชู และบริเวณใกล้เคียงตามแนวชายฝั่งญี่ปุ่น ยืนยันผู้เสียชีวิต 241 คนในจังหวัดอิชิคาวะ บาดเจ็บอย่างน้อย 1,296 คน บ้านเรือนเสียหายกว่า 60,614 หลัง
ต่อมาวันที่ 2 มกราคม เครื่องบินเที่ยวบิน JL516 ชนกับเครื่องบินเล็กของหน่วยยามฝั่งญี่ปุ่นในสนามบินฮาเนดะ จนเป็นเหตุเพลิงไหม้วอดเครื่องบินทั้งสองลำ ซึ่งเจแปน แอร์ไลน์ (Japan Airlines) ประเมินความเสียหายคิดเป็นประมาณ 15,000 ล้านเยน (ราว 3,240 ล้านบาท) ทั้งนี้ การปิดรันเวย์สนามบิน ส่งผลให้มีการยกเลิกเที่ยวบินกว่า 1,200 เที่ยวบินอีกด้วย
จากนั้นในวันที่ 16 มกราคม เครื่องบินของสายการบินโคเรียน แอร์ (Korean Air) เฉี่ยวชนเครื่องบินของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิก (Cathay Pacific) ที่สนามบินนิวซิโตเสะ บนเกาะฮอกไกโดทางตอนเหนือของญี่ปุ่น
ไล่ ชิงเต๋อคว้าชัยเลือกตั้ง ชี้ชัดไต้หวันไม่รวมจีน
ไล่ ชิงเต๋อ (Lai Ching-Te) จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party : DPP) คว้าชัยในการเลือกตั้งครั้งสำคัญของไต้หวัน ซึ่งสามารถชี้ชะตาเสถียรภาพของโลก และกำหนดระดับความตึงเครียดในช่องแคบไต้หวันได้ เพราะเป็นการส่งเสียงให้ชาวโลกได้ทราบว่าชาวไต้หวันอยากรวมชาติกับจีนหรือไม่
โดยไล่ ชิงเต๋อ มีแนวคิดเรื่องความเป็นเอกราชของไต้หวันที่รุนแรงกว่า ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวันคนก่อน อย่างไรก็ตาม ไล่ ชิงเต๋อสงวนท่าทีและแสดงแนวคิดมาทางสายกลางมากขึ้น เพื่อดึงคะแนนเสียงจากผู้ที่ไม่ต้องการรวมกับจีน แต่ไม่อยากให้เกิดสงคราม โดยพยายามสื่อสารในช่วงท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งว่า ไล่ ชิงเต๋อไม่มีความคิดต้องการประกาศเอกราช
ระหว่างพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวันในวันที่ 20 พฤษภาคม ไล่ ชิงเต๋อให้คำมั่นว่าจะรักษาอธิปไตยของไต้หวัน แม้จะยังไม่มีการประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ
ธนาคารกลางญี่ปุ่นขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 17 ปี
ในวันที่ 19 มีนาคม ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ประกาศยุตินโยบายดอกเบี้ยติดลบที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2016 และทำการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี พร้อมประกาศยุติมาตรการควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (YCC) และได้ยุติการเข้าซื้อ ETFs และ REITs แต่ยังคงรักษาระดับการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นไว้ในปริมาณใกล้เคียงเดิม
การขึ้นดอกเบี้ยถือเป็นการกลับทิศนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายอย่างมาก (ultra loose monetary policy) ที่ดำเนินมายาวนาน แต่ก็ไม่ได้เป็นการปรับทิศนโยบายการเงินมาเป็นแบบตึงตัวดังเช่นในสหรัฐและยุโรป
โดยในเดือนธันวาคม ธนาคารกลางญี่ปุ่นคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมที่ 0.25% ซึ่งเป็นอัตราที่ปรับขึ้นในเดือนกรกฎาคม เนื่องจากยังต้องคอยดูทิศทางนโยบายในรัฐบาลชุดต่อไปของสหรัฐ
จีนโดนหนัก สหรัฐ-อียูขึ้นภาษีรถอีวี
วันที่ 5 พฤษภาคม 2024 โจ ไบเดน ประกาศมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนกว่า 200 รายการ โดยเน้นหนักไปที่สินค้าประเภทรถยนต์อีวี (EVs) ซึ่งโดนเก็บเพิ่ม 100% เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมรถยนต์ในสหรัฐ
ไม่เพียงเท่านั้น คณะกรรมาธิการยุโรปได้ลงมติในวันที่ 4 ตุลาคม เห็นด้วยการเก็บภาษีศุลกากรเพิ่มเติม สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตหรือมีส่วนประกอบจากประเทศจีน หลังมีการสอบสวนพบว่าจีนบิดเบือนการแข่งขันอย่างเป็นธรรม ด้วยการให้เงินอุดหนุนอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าจนขายได้ในราคาต่ำ
โดยรถยนต์ไฟฟ้าที่ผลิตในจีน หรือมีส่วนประกอบที่ผลิตในจีนเมื่อนำเข้ามายังยุโรปจะถูกเรียกเพิ่มภาษี 35.3% เพิ่มเติมจากอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์ทั่วไปที่เก็บ 10%
มหกรรมกีฬายิ่งใหญ่ โอลิมปิก ปารีส 2024 สุดไวรัล
ฝรั่งเศสกลับมาเป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิกครั้งที่ 3 โดยห่างจากครั้งล่าสุดนานถึง 100 ปีพอดี พร้อมกับกอบโกยคำชื่นชมอย่างล้นหลามต่อการจัดมหกรรมกีฬาให้มีความงดงามตระการตา คุ้มค่าเงินสำหรับจัดการแข่ง ซึ่งทุ่มไปทั้งสิ้น 8,000 ล้านยูโร (ราว 3.1 แสนล้านบาท)
และผู้ที่เป็นที่จดจำมากที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้กลับไม่ใช่ผู้คว้าเหรียญทอง หากแต่เป็น ผู้คว้าเหรียญเงินอย่าง “ยูซุฟ ดิเคช” (Yusuf Dikec) นักกีฬายิงปืนวัย 51 ปี จากตุรกี ผู้ลงแข่งด้วยมาดสุดผ่อนคลาย จากการนำมือล้วงกระเป๋ากางเกงและไม่ใช้อุปกรณ์พิเศษใด ๆ ระหว่างแข่งขัน
ทั้งนี้ สำนักงานสถิติแห่งฝรั่งเศสคาดการณ์ว่ารายได้จากจากการขายตั๋ว ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดทางโทรทัศน์ และการท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น จะมีส่วนช่วยหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจฝรั่งเศสได้ 0.3 จุดเปอร์เซ็นต์ (Percentage Point) จากอัตราปกติหากไม่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก
ทรัมป์เกือบดับ แต่กลับมาได้
โดนัลด์ ทรัมป์ แคนดิเดตชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของพรรครีพับลิกันถูกลอบยิงระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งที่เมืองบัตเลอร์ มลรัฐเพนซิลเวเนีย โดยกระสุนเจาะทะลุส่วนบนของใบหูด้านขวาของทรัมป์ทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บมาก อย่างไรก็ตาม มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บสาหัส 2 คนจากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนมือปืนถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญเสียชีวิตที่จุดก่อเหตุ
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีความพยายามลอบสังหารทรัมป์อีกครั้งในวันที่ 15 กันยายน โดย “ไรอัน รูธ” ซึ่งทำการเล็งปืนไรเฟิลลอดรั้วสนามกอล์ฟในขณะที่ทรัมป์กำลังเล่นกอล์ฟ ก่อนที่เจ้าหน้าที่อารักขาจะพบเจอและยิงสกัดไว้ได้ทัน ในเมืองเวสต์ ปาล์ม บีช รัฐฟลอริดา
แม้จะผ่านเหตุการณ์เฉียดตายถึงสองครั้ง แต่ก็ไม่อาจขวางกั้นความสำเร็จอย่างถล่มทลายในการชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของทรัมป์ได้เลย ซึ่งทรัมป์ชนะขาดลอยด้วยคะแนน 312 ต่อ 226 คว้าชัยในรัฐสวิงสเตตได้หมด และยังชนะคะแนนพ็อปพูลาร์โหวต สูงกว่าแฮร์ริส 2,288,383 เสียง
CrowdStrike อัพเดต ทำ Windows จอฟ้าทั่วโลก
ในวันที่ 20 กรกฎาคม ทั่วโลกเจอวิกฤตไอทีครั้งใหญ่ เนื่องจากระบบปฏิบัติการ Windows มีอาการขัดข้องจนไม่สามารถใช้งานได้ ส่งผลให้ผู้โดยสารตกค้างในสนามบินหลายแห่งทั่วโลก โรงพยาบาลต้องยกเลิกการผ่าตัด ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินของตำรวจไม่ทำงาน ธนาคารทำธุรกรรมไม่ได้ ฯลฯ
สาเหตุทั้งหมดนั้นเกิดจาก CrowdStrike ซึ่งเป็นบริษัทด้านไซเบอร์ซิเคียวริตี้ ได้ทำการอัปเดตซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม ซึ่งมีข้อผิดพลาดจนกระทบต่ออุปกรณ์ Windows ราว 8.5 ล้านเครื่อง
โดย CrowdStrike มีฐานลูกค้ามากถึง 29,000 ราย ในจำนวนนี้มากกว่า 500 ราย เป็นบริษัทใหญ่ในกลุ่ม Fortune 1000 ซึ่งมีหลากหลายธุรกิจทั้งสายการบิน สนามบิน ธนาคาร โรงพยาบาล ค้าปลีก สื่อมวลชน หน่วยงานรัฐ ฯลฯ ทั่วโลก จึงไม่น่าแปลกใจนักหากความเสียหายจะกินวงกว้างไปทั่วโลก
ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเจอ Black Monday
หุ้นญี่ปุ่นดิ่งแรงที่สุดนับตั้งแต่เหตุกาณณ์ Black Monday ปี 1987 โดยดัชนีโทปิกซ์ (Topix) และดัชนีนิกเคอิ 225 (Nikkei 225) ของญี่ปุ่นร่วงลง 12% ในวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม และร่วงลงกว่า 20% ตลอด 3 วันแห่งการเทขาย (1, 2 และ 5 สิงหาคม 2024)
ดันดัชนีความผันผวนของหุ้นญี่ปุ่น หรือ Nikkei Stock Average Volatility Index พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม
นอกจากนี้ การเทขายเมื่อวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม กระตุ้นให้เกิดเซอร์กิตเบรกเกอร์หรือการหยุดการซื้อขายชั่วคราว 10 ครั้งในการซื้อขายฟิวเจอร์ส เพื่อให้นักลงทุนสงบสติอารมณ์เมื่อตลาดผันผวนมากเกินไป ซึ่งนับเป็นจำนวนเซอร์กิตเบรกเกอร์สูงสุดในวันเดียวนับตั้งแต่ปี 2016 เป็นอย่างน้อย
โลกเฮ เฟดลดดอกเบี้ยครั้งแรกแบบแรง 0.50%
วันที่ 19 กันยายน ตามเวลาประเทศไทย ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) เผยผลการประชุมตัดสินใจนโยบายการเงินว่า ที่ประชุมมีมติไม่เอกฉันท์ 11 ต่อ 1 เสียงให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 50 เบซิสพอยต์ (Basis Point) หรือ 0.50% นำอัตราดอกเบี้ยลงจากอัตรา 5.25 ถึง 5.50% สู่อัตรา 4.75 ถึง 5.00% ท่ามกลางการรอยคอยของทั่วโลก
การตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้เป็นไปตามที่ตลาดคาดว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยครั้งแรกในการประชุมครั้งนี้ แต่ตลาดยังมีมุมมองที่แตกต่างและถกเถียงกันจนนาทีสุดท้ายว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% หรือ 0.50% ซึ่งโดยส่วนใหญ่เทไปที่ 0.50%
หลังทราบผลการตัดสินใจนโยบายการเงิน ดัชนีหุ้นสหรัฐและตลาดหุ้นทั่วโลกล้วนพุ่งขึ้นรับข่าวดี
โฟล์คสวาเกนประกาศแผนปิดโรงงานในเยอรมนีครั้งแรก เลิกจ้างครั้งใหญ่
จากการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดรถยนต์ โฟล์คสวาเกน (Volkswagen) บริษัทรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปจึงประกาศแผนปิดโรงงาน 1-2 แห่งในประเทศเยอรมนีที่เป็นบ้านเกิดเพื่อลดต้นทุน ซึ่งจะเป็นการปิดโรงงานในเยอรมนีครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 80 กว่าปีของบริษัท และจะยกเลิกข้อตกลงแรงงานหลายฉบับ รวมถึงจะยกเลิกการรับประกันการจ้างงานจนถึงปี 2029 ในโรงงานทั้ง 6 แห่ง
แผนการขั้นต้นทำให้ ‘โฟล์คสวาเกน’ ต้องเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากสหภาพแรงงานซึ่งเข้มแข็งอย่างมาก แม้จะมีการเจรจากันหลายครั้งนับจากนั้น แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปออกมา ส่งผลให้แรงงานหยุดงานประท้วงเป็นระยะในบางส่วน พร้อมทั้งขู่ว่าจะหยุดงานเต็มรูปแบบขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ของการเจรจา
ทั้งนี้ ความคืบหน้าล่าสุด ในวันที่ 22 ธันวาคม โฟล์คสวาเกนบรรลุข้อตกลงกับสหภาพแรงงานเรียบร้อยแล้ว หลังเจรจายาวนานกว่า 70 ชั่วโมง จนได้ข้อสรุปว่าจะไม่มีการปิดโรงงาน แต่ยังคงทยอยเลิกจ้างพนักงานราว 35,000 คนภายในปี 2030 รวมถึงลดกำลังการผลิตลงจำนวนมาก
ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ประกาศกฎอัยการศึก
เกาหลีใต้ประกาศกฎอัยการศึกเป็นครั้งแรกในรอบ 44 ปี โดยประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล (Yoon Suk-Yeol) ในคืนวันที่ 3 ธันวาคม 2024 โดยอ้างว่าเป็นไปเพื่อกำจัด “กองกำลังต่อต้านรัฐที่สนับสนุนเกาหลีเหนืออย่างไร้ความละอาย” ซึ่งหมายถึงคู่แข่งทางการเมืองอย่างพรรคฝ่ายค้านที่ครองเสียงข้างมากในสภา
อย่างไรก็ตาม ประชาชนเกาหลีใต้ออกมาประท้วงทันทีที่หน้าประตูทางเข้าอาคารรัฐสภา ไม่กี่ชั่วโมงหลังประกาศกฎอัยการศึก เพื่อเปิดทางให้สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติของเกาหลีใต้ซึ่งมีสมาชิก 300 คนได้จัดประชุมด่วน จนสามารถลงมติ 190 เสียงเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึกสำเร็จ
ประธานาธิบดียุนประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกตามมติของสภาทันที และออกแถลงการณ์ขอโทษประชาชนในอีก 4 วันหลังจากนั้น โดยบอกว่าพร้อมรับผิดชอบการกระทำของตนเองทั้งทางกฎหมายและการเมือง อย่างไรก็ตาม ล่าสุดในวันที่ 25 ธันวาคม ประธานาธิบดียุนกลับเพิกเฉยไม่มาให้ปากคำตามหมายเรียกครั้งที่ 2 ของสำนักงานสอบสวนการทุจริตสำหรับเจ้าหน้าที่ระดับสูง (CIO)
ปิดฉาก “อัล-อัสซาด” หลังครองซีเรียนาน 53 ปี
วันที่ 8 ธันวาคม 2024 ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด (Bashar Al-Assad) ต้องลี้ภัยไปยังรัสเซีย หลังกลุ่มกบฎฮายัต ทาห์รีร์ อัล-ชาม (Hayat Tahrir al-Sham – HTS)สามารถเข้ายึดครองดามัสกัสได้สำเร็จ สิ้นสุดการปกครองภายใต้ตระกูลอัล-อัสซาด ที่ปกครองซีเรียตั้งแต่ปี 1971
ในวันที่ 10 ธันวาคม ‘โมฮัมหมัด อัล-บาชีร์’ (Mohammad Al-Bashir) ได้รับมอบหมายดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรักษาการของซีเรียเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อรับผิดชอบการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลชุดใหม่ นอกจากนี้ รัฐบาลชั่วคราวซีเรียยังประกาศใช้ธงชาติที่เคยใช้ในช่วงการต่อสู้เพื่อเอกราชจากฝรั่งเศสกลับมาใช้ใหม่
ส่วนบาชาร์ อัล-อัสซาดและครอบครัวลี้ภัยไปยังกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย หลังจากทางการรัสเซียอนุญาต ด้วยเหตุผลด้านมุนษยธรรม และได้มีการบรรลุข้อตกลงเพื่อรับรองความปลอดภัยของฐานทัพทหารรัสเซียแล้ว
ดีลใหญ่ท้ายปี ฮอนด้า-นิสสัน ประกาศควบรวม
ฮอนด้า มอเตอร์ (Honda Motor) และนิสสัน มอเตอร์ (Nissan Motor) แถลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 ธันวาคม 2024 ว่าได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกันเกี่ยวกับข้อตกลงการควบรวมกิจการในรูปแบบบริษัทโฮลดิ้ง ซึ่งตั้งเป้าบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายในเดือนมิถุนายน 2025 และควบรวมกิจการภายในเดือนสิงหาคม 2026
หากฮอนด้า ค่ายรถยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่นควบรวมกับนิสสัน ค่ายรถยักษ์ใหญ่อันดับ 3 ของญี่ปุ่นสำเร็จ จะกลายเป็นกลุ่มยานยนต์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก เป็นรองโตโยต้า และโฟล์คสวาเกน โดยมียอดขายมากกว่า 8 ล้านหน่วย และทำให้สามารถแข่งขันกับเทสลาและผู้ผลิตอีวีของจีนได้
นอกจากนี้ ยังมีการลงนาม MOU พิจารณาความเป็นไปได้ในการควบรวมกิจการกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors) ซึ่งนิสสันเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดอีกด้วย ซึ่งคาดว่าจะตัดสินใจได้ภายในสิ้นเดือนมกราคม 2025
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สรุป 13 ข่าวใหญ่ปี 2024 และประเด็นที่ทั่วโลกจับตา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net