โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอส กันตพงศ์ เปิดใจหลังสึก คิดอยากบวชอีก ถ้าเคลียร์เรื่องห่วงทางโลกให้จบ

Khaosod

อัพเดต 29 ม.ค. 2568 เวลา 08.23 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2568 เวลา 08.23 น.

เอส กันตพงศ์ เปิดใจหลังสึก คิดอยากบวชอีก ถ้าเคลียร์เรื่องทางโลกที่ค้างคาใจให้จบ เผยเรื่องที่ทำให้เสียใจก่อนสึก ค้นพบสัจธรรม

เอส กันตพงศ์ เปิดใจที่แรกหลังตัดสินใจบวชนานนับเดือน เผยเหตุการณ์ค้นพบเข้าใจสัจธรรมของโลกตอนบวชเป็นพระ ย้อนเล่าเรื่องประหลาดสาเหตุที่ต้องบวชที่วัดธรรมมงคลนี้เท่านั้น เกิดอะไรขึ้นตอนนั่งสมาธิหรือว่าเห็นนิมิตเจ้ากรรมนายเวร? ในรายการคุยแซ่บShow ทางช่องOne31 ที่มี ดีเจพุฒ พุฒิชัย และบูม สุภาพร เป็นพิธีกร

เอส กันตพงศ์ เปิดใจหลังสึก คิดอยากบวชอีก

หน้าตาสดใสขึ้นมาก ? “อันนี้ก็งงเหมือนกัน ทุกคนทักตลอดเลยจนไปหาคำตอบเพราะตอนเป็นพระไม่อยากใช้มือถือ นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าการที่ทำสมาธิทำให้สมองหลั่งสารเอ็นโดรฟินทำให้หน้าดูอ่อนวัยและหน้าดูผ่องใส”

ไปบวชทั้งหมดกี่วัน เห็นตอนแรกบอกว่า 15 วัน ? “สุดท้ายก็ 24 วัน”

จริงๆ แล้วการบวชเป็นความฝันที่พี่เอสอยากทำมานานมากแล้ว ตอนนี้ได้ทำสิ่งที่ตัวเองคาดฝันและอยากทำ รู้สึกยังไงบ้าง ? “เรียกว่าปลื้มปิติ จะเรียกว่าสุขก็ไม่ใช่ มันมากกว่าสุขเหมือนที่เคยให้สัมภาษณ์ไปหลายที่ว่าอยากบวชแต่เด็กแล้ว อันนั้นเป็นวัยเรียนเข้าใจได้ว่ายังไม่ได้บวช พอโตขึ้นมาก็ยังทำงานอยู่ จนกระทั่งที่จะไปอินเดียก็เข้าโรงพยาบาลก่อนที่จะไปอินเดียไม่เท่าไหร่เอง จ่ายเงินจองตั๋วเครื่องบินอะไรทุกอย่าง สุดท้ายก็ไปไม่ได้จนต้องมาเลือกที่วัดธรรมมงคลก็เป็นเหตุผลบังเอิญอีกเหมือนกัน

ตอนที่หายป่วยกลับไปที่วัดแล้วไปเจอพี่นุ้ย(เกศริน) เป็นพี่ที่เคารพ พี่นุ้ยถามว่าเอสเคยปวารณาตนไว้ว่าจะเป็นโยมอุปฏฐากวัดธรรมมงคล พี่นุ้ยเลยส่งรูปมาให้ก่อนป่วยนานๆ เลยไปทำกิจกรรมที่วัดเยอะมาก เลยรู้สึกว่าการบวชที่วัดนี้ไม่ใช่ความบังเอิญหรือเปล่าเพราะว่าจะไปอินเดียจะบวชก็ไม่ได้บวช ป่วยเข้าโรงพยาบาลเสียก่อน เล่าข้ามไปตอนเข้าโรงพยาบาลไม่ได้ไปอินเดียก็เลยไปกับพี่ส้มเจ้าของรายการของเรา พี่ส้มพาไปดูที่เชียงใหม่ ก็เข้าโรงพยาบาลอีกรอบ ตั้งแต่หายป่วยเข้าโรงพยาบาลไป 2 รอบแล้ว เชียงใหม่ก็ไม่ได้ไป ก็ไปวัดธรรมมงคลเลย”

เอส กันตพงศ์ เปิดใจหลังสึก คิดอยากบวชอีก

ก่อนบวชมีเรื่องกังวลมากๆ เรื่องการนอน ? “กังวลเรื่องเครื่อง เพราะเครื่องมันอยูตรงด้านหลัง ตรงกลางๆ ไหลไปทางหลังนิดนึง กังวลว่าไม่ได้นอนเหมือนเตียงฆราวาสทั่วไปไม่ได้นุ่มจะมีความแข็ง กลัวว่าจะเป็นอะไรหรือเปล่า สุดท้ายนอนสบายกว่าอยู่บ้านตัวเอง อันนี้เรื่องจริง ทำไมไม่เคยนอนหลับยาววันละ 8-9 ชั่วโมง ทำไม่ได้เลย”

สิ่งที่ปรับมากคือการแต่งกาย แต่ละวันจะออกจากห้องได้แทบจะบิณฑบาตไม่ทัน ? “เรื่องจริง ตอนแรกคิดว่าสิ่งที่ยากที่สุดน่าจะถือศีล ทำไปทำมาการนุ่งจีวรยากสุด ชุดของพระเราไม่เคยสัมผัสเห็นด้วยตา เหมือนว่าผ้าห่มหรือผ้าเช็ดตัวเอามาทำเป็นชุดต้องมาหาวิธีใส่ยังไงให้เป็นชุดใส่ยังไงที่นั่งสมาธิแล้วชุดจะไม่หลุด เคยมีชุดเกือบหลุด มันยากมากสำหรับผมหรือเปล่า ถามพระท่านอื่นท่านก็บอกว่าไม่แปลกท่านก็ 15 วันกว่าจะใส่ได้”

อีก 1 อย่างที่อาจจะเป็นปัญหากับพระพี่เลี้ยงและพระที่บวชด้วย ทุกคนในวัดต้องตามหา การหายตัวปลีกวิเวกจนคนอื่นต้องตามหามันยังไง ? “ย้อนไปคนอาจจะไม่ทราบว่าทำไมเลือกอินเดีย นอกจากอยากไป 4 สังเวชนียสถานแล้ว ไปอินเดียไม่มีคนรู้จักก็วิเวกได้ เชียงใหม่ก็ไกลจากผู้คนไกลจากญาติก็ไม่มีใครจะไปหาได้ พอมาวัดธรรมมงคลโชคดีมากเหมือนไปเชียงใหม่โดยที่ไม่ต้องไปเชียงใหม่เหมือนไปต่างจังหวัดที่มีธรรมชาติแต่อยู่กรุงเทพฯ ชอบไปปลีกวิเวกเพื่อหาความสงบ เดินทั่ววัดเลย จำไม่ได้จริงๆ ว่าไปไหนบ้างเพราะว่าเดินทั่ววัดเลยหาที่สงบที่สุดในแต่ละวัน โยมแม่ก็จะเป็นห่วงเป็นปกติ โทรตามหาว่าพระเอสอยู่ไหน พระท่านก็ไม่รู้ว่าอยู่ไหน มีวันหนึ่งเห็น 3 รูปตามหา แล้วอาตมาเป็นคนเห็นก่อนแล้วก็ทักท่าน ท่านก็ถามไปไหนมา”

พี่เอสจะมีคนประกบตลอดเวลาคือคุณแม่เพราะกลัวว่าเครื่องจะทำงาน แต่ตอนนั้นเราเป็นพระ ณ ตอนนั้นไม่ได้คิดถึงอันนี้เลยใช่มั้ย ? “คำตอบก็ยังเหมือนเดิมว่าจะรู้สึกดีใจด้วยซ้ำที่ได้ไปในชุดพระภิกษุ เพราะยังไงชีวิตนี้ก็ต้องไป ทุกคนต้องจากโลกนี้ไปอยู่แล้ว ไปเมื่อไหร่ไม่รู้ด้วยแล้วยิ่งเป็นเคสของผมทุกคนจะทราบได้ดีไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ปลื้มปิติด้วยซ้ำถ้าจะไปในชุดพระภิกษุก็เลยไม่กังวล”

เอส กันตพงศ์ เปิดใจหลังสึก คิดอยากบวชอีก

คิดว่าจะบวชอีกมั้ย ? “ถ้าเคลียร์ทุกอย่างในทางโลกเสร็จก็น่าจะบวช อีกคำถามที่เคยถามพระท่าน ท่านถามย้อนมาให้ได้ตระหนักหรือเป็นสิ่งที่ลืมตระหนัก ท่านบอกว่าบวชมาแล้วสุขแล้วคนอื่นสุขด้วยหรือเปล่า มีอะไรที่ยังแบกไว้ในใจมั้ย มีอะไรที่เป็นห่วงมั้ยในทางโลก ก็บอกว่ามีจริงแล้วก็ยังแบกไว้พอสมควร ท่านบอกว่าแล้วจะสุขหรอถ้าบวช ไม่เคยถามตัวเองว่าถ้าอย่างนั้นถ้ายังมีเรื่องที่ทางโลกยังเป็นห่วงเขาหรือเป็นห่วงอยู่มันสุขส่วนหนึ่งแล้วสักพักต้องไปทุกข์ไปกังวลกับเขา ท่านบอกว่าถ้าอย่างงั้นก็ต้องไปจัดการเรื่องทางโลกให้เสร็จก่อน เสร็จแบบไม่ค้างคาอะไร แล้วเราจะบวชได้อย่างบริสุทธิ์ หลายคนอาจจะงงว่าอยากบวชทำไมถึงสึกออกมาแล้ว เราอยากบวชก็จริงแต่ลืมตระหนักเลยว่ายังมีทุกข์หลายๆ อย่างที่แบกไปด้วยในเพศฆราวาสที่แบกไปกับเพศพระภิกษุก็ไม่เหมาะ มันจะเป็นการขัดขวางการปฎิบัติ”

มีเหตุการณ์ไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นตอนนั่งวิปัสสนา ? “เรื่องที่คิดว่าลืมหมดแล้วตอนเด็กๆ กลับมาหมดเลย สมมติว่าถ้าคิดว่าตอนเด็กทุกข์นั้น 100% แล้วนึกว่าเรากำจัดไปได้แล้วเคยเล่าว่าตอนเด็กๆเป็นไมเกรนอายุเท่านี้ยังอยู่อีกหรอเนี่ย ที่งงคือเพราะการใช้ชีวิตปกติจำไม่ได้ด้วยเรื่องพวกนั้น แต่พอนั่งสมาธิทำไมหน้าคนนี้กลับมา เหตุการณ์ในวันนั้นทำไมกลับมา”

ซึ่งในชีวิตก่อนบวชจำไม่ได้เลย ? “เพราะมันหายไปแล้ว เราก็นึกว่ามันหายไป ตัดทุกข์ได้นึกว่าหายแต่ยังอยู่ เหตุการณ์ใบหน้าของคนที่ทำให้เกิดความทุกข์นั้นกลับมาซะชัดเลย นี่แสดงว่าเรายังไม่ได้ละได้นี่หน่า แสดงว่าก็ยังอยู่และบางเรื่องกับเขาก็มีอาจจะน้อยกว่าเยอะ แต่เรื่องที่กลับมาคือบางเรื่องที่เราไม่ได้รู้ด้วยซ้ำเรื่องนี้เราทำกับเขาดีมากเลยแต่ดันกลับมาก็เลยสงสัยว่าสุดท้ายที่เราคิดว่าเราทำดีกับเขา เราทำให้เขาทุกข์โดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า ก็งงว่าเรื่องเหล่านั้นยังฝังในใจ เปลี่ยนหน้ากันมาเรื่อยๆ ก่อนสึกไม่กี่วันก็ไม่มี”

เอส กันตพงศ์ เปิดใจหลังสึก คิดอยากบวชอีก

อยากรู้ว่าเวลาคนเราบวชมักจะมีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นมีมั้ย ? “ก็หน้าเหล่านั้นแล้วกัน เพราะหน้าเหล่านั้นบางท่านก็ไม่ได้อยู่บนโลกแล้ว”

การไปบวชคือความสุขแต่อะไรที่ทำให้เสียน้ำตาก่อนจะสึก ? “แต่ไม่อาจกับถึงเสียน้ำตาแต่เสียใจมาก จำได้ว่าตอนสึกออกมาหลับตาตอนที่จะขึ้นรถกลับบ้าน ไม่อยากเห็นภาพอะไรในทางโลกเลย ก่อนที่จะหลับตามองแล้วเห็นรถติดแล้วเขาสุขกันหรอ บ้านใหญ่เขาต้องผ่อนไม่รู้เท่าไหร่ ความสุขเขาคืออะไร พนักงานตอนเช้าเราบิณฑบาตรจะเห็นทุกเช้า ตี 5 6 โมงรีบวิ่งคนมีรถก็ขับรถ รถก็ติด คนไม่มีรถต้องเรียกรถประจำทางหรืออะไรก็แล้วแต่ สุขของพวกเขาคืออะไร สุขคือที่พวกเขาต้องดิ้นรนหาเงิน ดิ้นรนหาทางรอดในชีวิตแล้วสุขทางโลกคืออะไร เพิ่งเข้าใจว่าพระเขาจะมองที่พื้นอย่างเดียวเลยทำให้อยู่แค่นี้อยู่กับกายกับใจ เช่นกันพอสึกมาพอเริ่มรู้สึกอย่างนั้นพอมองเรื่องทางโลกก็เลยหลับตาดีกว่า แล้วทำสมาธิดีกว่า จะเรียกว่าเสียใจก็ไม่ใช่ เรียกว่าได้ตระหนักถึงความที่จะเสียใจในฐานะฆราวาส”.

https://www.youtube.com/watch?v=cfKvSY9AEkY

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เอส กันตพงศ์ เปิดใจหลังสึก คิดอยากบวชอีก ถ้าเคลียร์เรื่องห่วงทางโลกให้จบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...