BYD เปิดตัว Bao 8 รถ SUV พลัง PHEV ในจีน
BYD ในประเทศจีน เปิดตัว Bao 8 หรือ Leopard 8 รถเอสยูวีหรูสายลุยแบบ PHEV ที่มาพร้อม Qiankun ADS 3.0 ของ Huawei ที่ช่วยให้สามารถใช้ฟีเจอร์การขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงได้ รวมถึง NOA (นำทางบนระบบอัตโนมัติ) ในเมืองใหญ่ และทางหลวงได้
ปี 2023 BYD Auto เปิดตัวแบรนด์ใหม่ 2 ยี่ห้อ ได้แก่ Yangwang ซึ่งเป็นกลุ่ม SUV ที่เน้นความหรูหราพรีเมี่ยม ในเดือนมกราคม ขณะที่ Fangchengbao (เสือดาว) แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมเช่นกัน ได้เปิดตัวในเดือนมิถุนายน 2023 โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ กลุ่มคนที่ชื่นชอบรถสไตล์ Offroad ที่มีสมรรถนะสูง สามารถใช้ในการแข่งขันได้ โดยรุ่นแรกที่เปิดตัวคือ Bao 5
Fangchengbao แบรนด์รถหรูสายลุย จะทำตลาดนอกประเทศจีน ภายใต้ชื่อแบรนด์ Denza ล่าสุด Fang Cheng Bao เปิดตัว BYD Leopard 8 หรือ Bao 8 รถเอสยูวี PHEV หรูขนาดใหญ่
งานดีไซจ์นออกแบบมาในรูปแบบ SUV Off-Road สายลุย โดย BYD Leopard 8 จะมีขนาดที่ใหญ่กว่า Bao 5 รองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น โดยจะมากับเบาะที่นั่งแบบ 3 แถว 6-7 ที่นั่ง ต่างจาก Fang Cheng Bao 5 ที่เป็นแบบ 2 แถว 5 ที่นั่ง
ด้านขนาดมิติตัวรถ BYD Leopard 8 (Bao จะมีความยาว 5,195 มม. กว้าง 1,994 มม. สูง 1,875 มม. เมื่อรวมแรคหลังคาแล้ว จะมีความสูงถึง 1,905 มม. ความยาวฐานล้อ 2,920 มม. โดยตัวรถสามารถลุยน้ำลึกได้ถึง 900 มม.
ระบบกันสะเทือนเป็นแบบ DiSus-P อันล้ำสมัย ที่ปรับความสูงต่ำของตัวรถได้ ทำให้สามารถเพิ่มระยะห่างจากพื้นสูงสุดของ Bao 8 อยู่ที่ 310 มม. มุมเข้า และมุมออกอยู่ที่ 34 และ 35 องศาตามลำดับ ระยะห่างของ Bao 8 เมื่อตั้งค่าช่วงล่างปกติอยู่ที่ 220 มม. (มุมเข้า 29 องศา มุมออก 18 องศา)
Bao 5 มีความยาว 4,890 มม. กว้าง 1,970 มม. สูง 1,920 มม. และมีระยะฐานล้อ 2,800 มม. ส่วน Bao 8 จะถูกสร้างขึ้นบนพแลทฟอร์ม Super Hybrid 2.0T Dual Mode Off-Road (DMO) ของ BYD ที่ถูกพัฒนามาเพื่อรองรับการลุยแบบ Off-Road อย่างเต็มพิกัด
งานออกแบบดีไซจ์นทาง BYD เผยว่า ได้รับแรงบันดาลใจมาจากจักรวาลในอนาคต โดยใช้แนวคิดแบบ Future Starship Aesthetics หรือ “สุนทรียศาสตร์ยานอวกาศแห่งอนาคต” ตัวรถจะมาในสไตล์ดุดัน แต่แฝงความรู้สึกที่ดูภูมิฐาน หรูหรา ด้านหน้ามากับกระจังหน้าสีดำทรงหกเหลี่ยม ไฟหน้า LED ที่ออกแบบให้มีความเรียวยาว กันชนหน้ามีขนาดใหญ่สีดำ
เส้นสายด้านข้างมากับเหลี่ยมมุมที่ดุดัน ซุ้มล้อสีดำทรงเหลี่ยม ชุดล้ออัลลอยทูโทน ออกแบบให้มีลวดลายที่ลดแรงต้านอากาศ ขนาดล้อ 20 นิ้ว รัดด้วยยาง 275/55 R20 ส่วนด้านท้ายติดตั้งล้ออะไหล่ พร้อมฝาครอบล้อ มาพร้อมกันชนท้ายทรงดุดัน และขนาดใหญ่
สีตัวรถมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเงิน Star Moon Silver, สีทอง Dawn Gold และ สีดำ Night Shadow Black ส่วนโทนสีภายในห้องโดยสารมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีเหลือง Wild Wheat Yellow และ สีดำ Dark Night Black เบาะที่นั่งเป็นแบบ 3 แถว มีให้เลือกทั้งรุ่น 6 และ 7 ที่นั่ง โดยเบาะแถวที่ 2 จะมีพื้นที่ Leg Room ที่ยาวถึง 870 มม. และแถวที่ 3 Leg Room ยาว 800 มม.
โดยตัวเบาะที่นั่งทั้งหมด จะปรับด้วยไฟฟ้า นอกจากนี้ยังมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย ที่มีความจุมากถึง 1,130 ลิตร เมื่อปรับพับเบาะลง
โดยภายในของ Bao 8 จะมีความคล้ายคลึงกับ Bao 5 และรถกระบะ BYD Shark ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ โดยมีหน้าจอ 3 จอ ในคอนโซลกลาง ได้แก่ แผงหน้าปัด LCD ขนาด 12.3 นิ้ว ที่วางอยู่ด้านหลังพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง 4 ก้าน ขนาดใหญ่ แบบท้ายตัด หน้าจอกลางควบคุมระบบอินโฟเทนเมนท์ ขนาด 17.3 นิ้ว และหน้าจอมัลติมีเดียสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าขนาด 12.3 นิ้ว ยังมีจอแสดงผลแบบเสมือนจริงบนกระจกหน้าขนาด 50 นิ้ว AR-HUD ชุดเครื่องเสียงพรีเมียมที่มาพร้อมลำโพงมากถึง 18 ตัว และมีช่องเก็บรัษาอุณหภูมิร้อน-เย็น บริเวณที่เท้าแขนตรงกลาง
Bao 8 ถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกของ BYD ที่มาพร้อม Qiankun ADS 3.0 ของ Huawei ช่วยให้สามารถใช้งานฟีเจอร์การขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงได้ รวมถึง NOA (นำทางบนระบบอัตโนมัติ) ในเมืองใหญ่ และทางหลวงได้ โดยระบบยังสามารถทำให้รถขับจากที่จอดรถหนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้โดยอัตโนมัติ และสามารถรับมือกับการจอดรถรูปแบบต่างๆ ได้หลากหลาย
รองรับ Huawei HiCar ซึ่งทำให้เชื่อมต่อระหว่างรถยนต์ และสมาร์ทโฟนได้อย่างราบรื่น สามารถถ่ายโอนแอปที่ใช้บ่อยจากโทรศัพท์ Huawei ไปยังระบบอินโฟเทนเมนต์ของ Bao 8 ได้อีกด้วย
Bao 8 ใช้ระบบส่งกำลังแบบ DMO ซึ่งเป็นระบบไฮบริดแบบพลักอินขนาน ที่มีเครื่องยนต์สันดาปภายในขนาด 2 ลิตร ให้กำลัง 268 แรงม้า และมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ให้กำลัง 402 แรงม้า โดยคิดเป็นกำลังรวมทั้งระบบที่ 738 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 760 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 4.8 วินาที และมีพละกำลังลากจูงสูงถึง 2.5 ตัน
แบทเตอรีเป็นแบบ LFP Blade ขนาด 36.8 kWh วิ่งในโหมด EV ได้ระยะทางไกลสูงสุด 125 กม. ทำให้สามารถวิ่งได้ระยะไกลถึง 1,200 กม. เมื่อน้ำมันเต็มถัง และแบทเตอรีชาร์จไฟเต็ม รองรับการชาร์จไฟ DC ขนาด 120 kW ชาร์จ 30-80% ในเวลาเพียง 16 นาที พร้อมทั้งยังมากับระบบ V2L ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD มาพร้อมระบบลอคเฟืองท้าย 3 จุดคือ ตรงกลาง เพลาหน้า และเพลาหลัง
โดยมีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 15 โหมด ได้แก่ Comfort, Economy, Sports, Smart, Snow, Sand, Mud, Mountain, Rock, Wading, Racing, Creeping, Anti-Skid Chain, U-turn Style Bao และขับขี่แบบลากจูง
Leopard 8 มีถุงลมนิรภัย 14 จุด มาพร้อมกล้อง LiDAR ถึง 3 ตัวบนหลังคา ด้านหน้ารวมทั้งกล้องที่ติดตั้งอยู่หลังซุ้มล้อหน้าทั้ง 2 ฝั่ง Fang Cheng Bao Bao 8 มีจำหน่ายในประเทศจีน 4 รุ่นย่อย ได้แก่
FCB Bao 8 Luxury 7 ที่นั่ง ราคา 379,800 หยวน หรือราว 1.83 ล้านบาท
FCB Bao 8 Luxury 6 ที่นั่ง ราคา 387,800 หยวน หรือราว 1.86 ล้านบาท
FCB Bao 8 Flagship 7 ที่นั่ง ราคา 399,800 หยวน หรือราว 1.93 ล้านบาท
FCB Bao 8 Flagship 6 ที่นั่ง ราคา 407,800 หยวน หรือราว 1.97 ล้านบาท
คู่แข่งสำคัญของ Bao 8 คือ Tank 700 ของ Great Wall Motor ซึ่งมีราคาเริ่มต้นที่ 428,000 หยวน และในปีนี้ Fang Cheng Bao ได้ส่งมอบรถไปแล้ว 36,449 คัน ซึ่งทำให้ยอดส่งมอบนับตั้งแต่เปิดตัวแบรนด์อยู่ที่ 42,161 คัน เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สามารถส่ง
มอบรถได้ 6,026 คัน ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ เพิ่มขึ้น 11.14 % จาก 5,422 คัน ในเดือนกันยายน