รอดไหม? KEX จากต้นปีดิ่งพสุธา 71% โบรกฯ แนะ “Underperform” และ “ขาย” มองผลงานไม่ฟื้น! ขาดทุนยาวถึงปี 68
ราคาหุ้น บริษัท เคอีเอ็กซ์ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันทำการล่าสุด โดยราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างหนักถึง 71.47% นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 6.45 บาท เมื่อวันที่ 2 ม.ค.67 และล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ธ.ค.67 ราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงมาที่ระดับ 1.84 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 1.70 ล้านบาท โดยปัจจัยที่เป็นตัวกดดันราคาหุ้น คาดว่ามาจากความกังวลด้านผลประกอบการที่ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2565 จนถึงงวด 9 เดือน 2567
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์แนะนำ “UNDERPERFORM” และ “ขาย” หุ้น KEX เนื่องจากมองว่ามองว่าแนวโน้มผลประกอบการยังอ่อนแอและยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะพลิกกลับมามีกําไร ซึ่งคาดว่าจะยังคงขาดทุนจนถึงปี 2568
ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด แนะนำ “Underperform” หุ้น KEX พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 1.70 บาท/หุ้น โดยมีมุมมองเชิงลบต่อผลประกอบการไตรมาส 3/67 ของ KEX ทั้งนี้ KEX รายงานขาดทุนปกติ 989 ล้านบาท ในไตรมาส 3/67 เทียบกับขาดทุนปกติ 1.1 พันล้านบาท ในไตรมาส 2/67 และขาดทุนปกติ 902 ล้านบาท ในไตรมาส 3/66 ผลประกอบการที่ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า หลัก ๆ เป็นผลมาจากมาตรการลดต้นทุน ในขณะที่ผลประกอบการที่ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงปริมาณการจัดส่งพัสดุที่ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากกลยุทธ์มุ่งเน้นลูกค้าที่ให้ผลตอบแทนสูง (C2C) มากขึ้น
อย่างไรก็ดี แม้พบว่า KEX มีการปรับปรุงโครงสร้างต้นทุน แต่มีความคืบหน้าค่อนข้างช้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากผลการดําเนินงานปกติที่ปรับตัวดีขึ้นเพียงเล็กน้อย การเพิ่มทุนเมื่อไม่นานนี้จะช่วยลดความเสี่ยงที่ส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทจะติดลบได้ในระยะสั้น แต่ยังต้องติดตามดูความเสี่ยงนี้อย่างต่อเนื่อง จากการประเมินของบล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ส่วนของผู้ถือหุ้นของ KEX จะพลิกติดลบในปี 2569 ทั้งนี้ ราคาหุ้น KEX จะ Underperform ตลาดอย่างต่อเนื่องจากแนวโน้มผลประกอบการที่อ่อนแอและยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะพลิกกลับมามีกําไร
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด แนะนำ “ขาย” KEX พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 4.80 บาท/หุ้น โดย KEX รายงานผลขาดทุนสุทธิ 1.04 พันล้านบาท สำหรับไตรมาส 3/67 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่คงที่จากไตรมาสก่อน จากผลขาดทุน 902 ล้านบาท และ 1.06 พันล้านบาท ตามลำดับ รายได้จากการขายและบริการยังคงลดลง 13.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 5.6% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากปริมาณพัสดุลดลง 18.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 10% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากบริษัทมุ่งเน้นลูกค้าที่มีผลตอบแทนสูงและบริหารจัดการปริมาณลูกค้าอีคอมเมิร์ซ
ด้วยเหตุนี้ รายได้ต่อพัสดุเพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 5% จากไตรมาสก่อน เป็น 38.4 บาท แต่ไม่สามารถชดเชยการลดลงของปริมาณพัสดุได้ ต้นทุนต่อพัสดุคงที่จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน เป็น 50.2 บาท ดังนั้น อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน จาก -23.3% และ -22.6% เป็น -15% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายคงที่จากไตรมาสก่อน ที่ 14.7% แต่ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก 14.9%
ทั้งนี้ คาดว่า KEX จะยังคงขาดทุนจนถึงปี 2568 เทียบกับการคาดการณ์ของบริษัทที่จะมีกำไรจากการดำเนินงานคุ้มทุนภายในไตรมาส 4/67 และกลับมามีกำไรสุทธิในปี 2568 โดยมองในแง่ดีต่อกลยุทธ์ของบริษัทที่มุ่งเน้นลูกค้าที่มีผลตอบแทนสูงเพื่อเพิ่มรายได้ต่อพัสดุ ควบคู่ไปกับการดำเนินโครงการลดต้นทุน บริษัทยังได้ขยายบริการให้ลูกค้าสามารถส่งพัสดุด่วนไปต่างประเทศผ่าน Global Express (GE+) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง UPS และ SF Express อย่างไรก็ตาม ยังไม่เห็นประสิทธิผลของแผนและอัตราการปรับปรุงกำไรที่เกิดขึ้นจริง