อนาคต TikTok ในสหรัฐ : เปิดรายชื่อผู้อาจเป็นเจ้าของคนใหม่ ตั้งแต่ อีลอน มัสก์ ไปจนถึง MrBeast
เปิดรายชื่อ ผู้มีโอกาสซื้อ TikTok ในสหรัฐ หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเลื่อนแบน 75 วัน เผย เจ้าของคนใหม่อาจเป็น อีลอน มัสก์ หรือ MrBeast
ในขณะที่มีหลายคนให้ที่แสดงความสนใจในการซื้อกิจการ ติ๊กต๊อก (TikTok) ในสหรัฐ หลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศให้เวลา 75 วัน ในการดำเนินการดังกล่าว หลังจากที่TikTok เผชิญกับจอดำ ในวันที่ 19 ม.ค. ซึ่งเป็นเส้นตายตามกฎหมายที่ลงนามโดยอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่บังคับให้ ไบต์แดนซ์ (ByteDance) บริษัทแม่ของTikTok ขายกิจการในสหรัฐ
นายทรัมป์ ได้เสนอให้สหรัฐถือครองหุ้นTikTok 50% โดยมองว่า การดำเนินการนี้จะช่วยให้TikTok รอดพ้นจากวิกฤตได้ และจะช่วยให้แพลตฟอร์มอยู่รอดต่อไป
สำหรับผู้ที่สนใจซื้อกิจการ TikTok และมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะเป็นเจ้าของคนต่อไป ได้แก่
อีลอน มัสก์
อีลอน มัสก์ ซีอีโอของ Tesla และ SpaceX คือมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก และเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับโดนัลด์ ทรัมป์ อีกทั้งยังมีตำแหน่งที่สำคัญในรัฐบาลสหรัฐชุดใหม่ โดยในช่วงต้นเดือนม.ค. มีรายงานข่าวว่า จีนกำลังพิจารณาขายTikTok ให้กับเขา
อีลอน มัสก์ มีจุดยืนที่ต่อต้านการแบนTikTok มาโดยตลอด โดยเขาได้กล่าวผ่าน X ว่า สถานการณ์ที่TikTok สามารถกลับมาดำเนินการในสหรัฐได้อีกครั้ง แต่ X กลับไม่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการในจีนได้ เป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรมและเป็นเรื่องที่ไม่สมดุล ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นต้องได้รับการเปลี่ยนแปลงแก้ไข ซึ่งโดนัลด์ ทรัมป์ เองก็ได้ให้ความเห็นกับผู้สื่อข่าวว่า หากอีลอน มัสก์ ต้องการซื้อTikTok จริง ๆ แล้วละก็ ตัวเขาเองนั้นเปิดกว้างและพร้อมยอมรับการตัดสินใจนี้
แลร์รี เอลลิสัน
แลร์รี เอลลิสัน คือประธานของ Oracle ยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการประมวลผลบนระบบคลาวด์ ซึ่งผู้ให้บริการเซิร์ฟเวอร์หลักของTikTok ในสหรัฐ รวมถึงจัดการศูนย์ข้อมูลหลายแห่งที่จัดเก็บวิดีโอหลายพันล้านรายการของTikTok โดยโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสนอว่าเขาต้องการให้ แลร์รี่ เอลลิสัน ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนเขามาอย่างยาวนาน เสนอซื้อกิจการTikTok ด้วย
โอกาสที่แลร์รี่ เอลลิสัน จะซื้อTikTok นั้นก็เป็นไปได้ เนื่องจาก Oracle เองก็ต่อต้านการแบนTikTok และเตือนว่าอาจกระทบธุรกิจของบริษัทได้ นอกจากนี้แล้ว ในปี 2563 ในช่วงที่โดนัลด์ ทรัมป์ ยังมีท่าทีต่อต้านTikTok และพยายามแบนแพลตฟอร์ม ทาง Oracle ก็เป็นหนึ่งในบรรดานักลงทุนระดับแถวหน้าที่มีความปรารถนาซื้อTikTok เพื่อให้รอดพ้นจากการถูกแบน
แฟรงค์ แม็คคอร์ต
แฟรงค์ แม็คคอร์ต คือมหาเศรษฐีนักลงทุนที่ประกาศตัวอย่างชัดเจนมานานหลายเดือนแล้วว่าต้องการซื้อTikTok โดยเขาวิพากษ์วิจารณ์แนวทางการรวบรวมข้อมูลของแพลตฟอร์มว่าละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ ซึ่งเขาเสนอว่าแนวทางนี้จะเปลี่ยนไป หากTikTok ใช้เทคโนโลยีที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Project Liberty Institute ซึ่งเป็นสถาบันที่เขาก่อตั้งขึ้นมา
Project Liberty กำลังเสนอซื้อTikTok แต่จะไม่ซื้ออัลกอริทึมอันเป็นกรรมสิทธิ์ของแพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันความนิยมในหมู่ผู้ใช้ทั่วโลก โดยแฟรงค์ แม็คคอร์ต ให้ความเห็นว่า Project Liberty ไม่สนใจอัลกอริทึมของจีน และไม่สนใจเทคโนโลยีของจีน แต่อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่า TikTokจะสูญเสียมูลค่าหรือมีคุณค่าน้อยลง หากไม่มีอัลกอริทึมอันโดดเด่นนี้
จิมมี่ โดนัลด์สัน หรือ MrBeast
MrBeast คือยูทูบเบอร์ชื่อดัง ซึ่งมีผู้ติดตามมากที่สุดในโลก เป็นอีกหนึ่งคนที่ให้ความสนใจในการซื้อTikTok โดยเขาเป็นอินฟูลเอ็นเซอร์ที่มีชื่อเสียงและมาแรงเป็นอย่างมาก โดยติดทำเทียบเศรษฐี ด้วยทรัพย์สิน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย MrBeast โด่งดังจากการทำคลิปแจกเงิน ซึ่งเขาได้แจกไปแล้วราวรวม 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในแพลตฟอร์มต่าง ๆ
MrBeast ประกาศผ่านคลิปวิดีโอบนTikTok ว่า เขาอาจจะได้เป็นซีอีโอคนใหม่ของTikTok และตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เขาระบุว่าไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดข้อตกลงหรือการเสนอราคาได้ แต่ระบุว่าเป็นราคาที่บ้าระห่ำ พร้อมสัญญาว่าผู้ติดตามของเขาจะได้รับความตื่นเต้นและผลประโยชน์มากมาย นอกจากนี้แล้ว เขายังสัญญาว่าจะสุ่มแจกเงิน 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ผู้ติดตามใหม่ 5 คน ซึ่งคลิปดังกล่าวมียอดวิวมากกว่า 73 ล้านครั้ง
ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญ : TikTok กลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง
การขายหรือการแบนTikTok ส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อพลวัตของโซเชียลมีเดียระดับโลก ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน โดย อนุปาม ชานเดอร์ ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายจาก Georgetown University โต้แย้งว่าการให้ผู้นำทางการเมืองเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องนี้ จะทำให้เกิดความไม่มั่นคงและความยุ่งยากที่ไม่จำเป็น
อนุปาม ชานเดอร์ คาดการณ์ว่า ในท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่ซื้อTikTok น่าจะมีแนวคิดทางการเมืองที่สอดคล้องกับ โดนัลด์ ทรัมป์ และรูปแบบการถือครองร่วมกัน 50-50 ที่เสนอมานั้น ไม่สอดคล้องกับกฎหมายปัจจุบัน ซึ่งอาจทำให้ โดนัลด์ ทรัมป์ กดดันรัฐสภาให้แก้ไขกฎหมาย นอกจากนี้แล้ว รัฐบาลของโจ ไบเดน ที่มอบอำนาจควบคุมการถือครองTikTok มากเกินไปให้กับประธานาธิบดี เป็นความผิดพลาดที่ทำให้แพลตฟอร์มนี้ต้องเผชิญกับความวุ่นวายทางการเมืองในอนาคต
อ้างอิง : bbc.com