สรุปวิกฤตเกาหลีใต้ ศาลเริ่มทบทวนถอดถอน ยุน ซอกยอล เงินวอนยังไม่ฟื้น-ตลาดดิ่งต่อเนื่อง
สรุปย่อวิกฤตการเมืองเกาหลีใต้ ศาลรัฐธรรมนูญเริ่มพิจารณา ถอดถอน ยุน ซอกยอล ด้านวอนอ่อนค่าต่อเนื่อง ตลาดหุ้นยังคงร่วง ทางการพร้อมพยุงตลาดเต็มที่
สถานการเมืองของเกาหลีใต้ยังคงอยู่ภายใต้ความไม่แน่นอน และยังไม่อาจเรียกได้ว่าวิกฤตผ่านพ้นไปแล้ว โดยศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้เริ่มพิจารณาทบทวนการถอดถอน นาย ยุน ซอกยอล ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ออกจากตำแหน่ง หลังจากที่รัฐสภาลงมติเห็นชอบให้ถอดถอน หลังการประกาศกฎอัยการศึก โดยนายยุนจะเริ่มให้ปากคำในวันนี้ (16 ธ.ค.) โดยทีมสอบสวนประกอบด้วยตำรวจ กระทรวงกลาโหม และหน่วยงานปราบปรามทุจริต
จุดเริ่มต้นของความวุ่นวายนี้เกิดขึ้นเมื่อ นายยุนประกาศกฎอัยการศึกอย่างคาดไม่ถึง ในวันที่ 3 ธ.ค. โดยอ้างถึงภัยคุกคามจากกองกำลังต่อต้านรัฐซึ่งสนับสนุนเกาหลีเหนือ และเขามุ่งหมายที่จะปราบปรามความชั่วร้ายดังกล่าวและปกป้องประเทศ
การเคลื่อนไหวที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในยุคประชาธิปไตยยุคใหม่ของเกาหลีใต่ ส่งผลให้เกิดการประท้วงจากประชาชนจำนวนมาก โดยสมัชชาแห่งชาติเร่งประชุมเป็นการด่วน โดยมีมติเอกฉันท์ให้ยกเลิกกฎอัยการศึกภายในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง และต่อมาในวันที่ 14 ธ.ค. สมัชชาแห่งชาติลงมติถอดถอนนายยุน โดยมีสมาชิกรัฐสภา 204 คนจากทั้งหมด 300 คน ลงคะแนนเสียงสนับสนุนญัตติดังกล่าว
กระบวนการพิจารณาถอดถอน ยุน ซอกยอล
กรอบเวลาในกระบวนการสอบสวนนั้นอยู่ที่ 180 วัน ซึ่งศาลจะพิจารณาและตัดสินใจว่าจะถอดถอนนายยุนออกจากตำแหน่ง หรือแต่งตั้งเขากลับเข้าดำรงตำแหน่งอีกครั้ง โดยก่อนหน้านี้ในปี 2560 ได้เคยมีกรณีที่คล้ายคลึงกัน นั่นก็คือการถอดถอน นางพัค กึนฮเย อดีตประธานาธิบดี โดยศาลรัฐธรรมนูญใช้เวลาสอบสวน 3 สัปดาห์ และใช้เวลา 3 เดือนในการอนุมัติคำตัดสินถอดถอนนางพัค ซึ่งกระบวนการของนายยุนอาจใช้เวลาใกล้เคียงกัน หรือเร็วกว่านั้น
หากศาลรัฐธรรมนูญรับรองการถอดถอนนายยุน ก็จะต้องมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีภายใน 60 วันเพื่อเลือกผู้นำประเทศคนใหม่ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวกระตุ้นให้พรรคการเมืองต่าง ๆ เร่งหารือกันเพื่อเสนอชื่อผู้สมัครที่มีศักยภาพและทิศทางการบริหารประเทศในอนาคต
กระบวนการพิจารณาดังกล่าวได้นำมาซึ่งความไม่แน่นอนในแวดวงการเมืองของเกาหลีใต้ โดยเฉพาะพรรคพลังประชาชน (PPP) ของนายยุน ซึ่งนายฮัน ดงฮุน หัวหน้าพรรค PPP ได้ประกาศลาออกในวันจันทร์ (16 ธ.ค.) โดยระบุว่าตำแหน่งของเขาไม่มีความมั่นคงอีกต่อไป หลังจากที่เขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในการสนับสนุนการถอดถอนนายยุน
นายฮัน ด็อกซู นายกรัฐมนตรีเกาหลีใต้ ได้รับการแต่งตั้งขึ้นดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีแทนที่นายยุน โดยนายฮันรักษาการได้ดำเนินการเชิงรุกในการรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลเกาหลีใต้และสร้างความมั่นใจให้กับพันธมิตรระหว่างประเทศ โดยเขาได้สนทนาทางโทรศัพท์กับนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ โดยเน้นย้ำถึงความต่อเนื่องของนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของเกาหลีใต้ โดยเฉพาะพันธมิตรที่มั่นคงระหว่างสองประเทศ
ผลกระทบต่อตลาด และการรับมือ
วิกฤตทางการเมืองส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดการเงินและตลาดหุ้นเกาหลีใต้ โดย ดัชนี KOSPI ผันผวนอย่างมาก และร่วงลงมากกว่า 2% ในวันที่ 4 ธ.ค. หลังการประกาศกฎอัยการศึก และร่วงลง 1.1% ในวันนี้ (16 ธ.ค.) หลังกระบวนการทบทวนการถอดถอน ทางด้านวอนอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 1,399.99 วอน เมื่อวันที่ 5 ร่วงลง 2.6% สู่ระดับ 1,436.72 วอน ในวันที่ 16 ธ.ค. ซึ่งความเคลื่อนไหวเหล่านี้สะท้อนถึงความกังวลของนักลงทุน
ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ได้ให้คำมั่นว่าจะใช้เครื่องมือทางนโยบายที่มีอยู่ทั้งหมดเพื่อรักษาเสถียรภาพให้กับตลาดการเงินและตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินได้แสดงความพร้อมที่จะขยายกองทุนเพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดหากจำเป็น โดยได้มีการเปิดกองทุนเพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดมูลค่า 40 ล้านล้านวอน (ประมาณ 3.8 หมื่นล้านดอลลาร์ดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตทางการเมือง และทางการแสดงความมั่นใจว่าเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นล่าสุดเป็นเพียงผลกระทบชั่วคราว และคาดว่าตลาดการเงินจะฟื้นตัว
แม้จะมีมาตรการเหล่านี้ แต่ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยืดเยื้อก็อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์เตือนว่าหากความวุ่นวายทางการเมืองยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ผู้บริโภค และผู้ซื้อ การรักษาเสถียรภาพของสภาพแวดล้อมทางการเมืองจะเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ทั้งนั้น เกาหลีใต้กำลังเผชิญกับวิกฤตทางการเมืองที่ซับซ้อนซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อการปกครองและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางช่วงเวลาแห่งความท้าทายระดับโลก ในช่วงที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ใกล้กลับเข้าสู่ทำเนียบขาวเป็นครั้งที่ 2 โดยอนาคตทางการเมืองของประเทศและผลกระทบต่อตลาดการเงินและความเชื่อมั่นของนักลงทุน จะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาสำคัญในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้
อ้างอิง : reuters.com, reuters.com, reuters.com, apnews.com, straitstimes.com, aljazeera.com, cnn.com, straitstimes.com